<p style="text-align: center;">ถึงตอนนี้เพื่อนๆ หลายคนคงจะได้รู้ฤทธิ์พายุกฤษณากันไปบ้างแล้ว</p> <p style="text-align: center;"> จึงขอนำทบทวนและนำเสนอแง่มุมบางอย่างที่หลายท่านอาจจะสนใจครับ</p> <p style="text-align: center;">(หยุดดูเมฆชั่วคราว มาจับตาพายุกันก่อนเน้อ!)</p> <p style="text-align: center;"> </p> <p style="text-align: center;">นี่ครับ…เส้นทางชีวิตของพายุกฤษณา</p> <p style="text-align: center;"></p> <p style="text-align: center;"> </p> <p style="text-align: center;">นี่ภาพถ่ายดาวเทียม</p> <p style="text-align: center;">ในภาพระบุว่าเป็นวันที่ 30 กันยายน 2552 เวลา 21:57 UTC
[UTC = Coordinated Universal Time]</p> <p style="text-align: center;">แสดงว่าเวลาในประเทศไทยต้อง +7 ชั่วโมง นั่นคือ ประมาณตี 4:57 ของวันที่ 1 ตุลาคมครับ </p> <p style="text-align: right;">
ที่มาของภาพ : กรมอุตุนิยมวิทยา
ดาวน์โหลดภาพ Hi-Res</p> <p style="text-align: right;"> </p> <p style="text-align: center;"> </p> <p style="text-align: center;">

พายุกฤษณาเป็นพายุหมุนเขตร้อนครับ </p> <p style="text-align: left;">พายุหมุนเขตร้อน (tropical cyclone) เป็นชื่อเรียกทั่วไปของพายุหมุนที่ถือกำเนิดขึ้นเหนือมหาสมุทรในเขตร้อน

พายุชนิดนี้มีลักษณะสำคัญคือ บริเวณตรงกลางมีความกดอากาศต่ำ ส่วนทิศทางการหมุนขึ้นกับตำแหน่งที่พายุนี้ถือกำเนิด หากเกิดในซีกโลกเหนือ จะหมุนทวนเข็มนาฬิกา (เมื่อมองจากท้องฟ้าลงมา) หากเกิดในซีกโลกใต้ จะหมุนตามเข็มนาฬิกา

พายุหมุนเขตร้อนจะเริ่มก่อตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำ (low pressure area) ในทะเล โดยอุณหภูมิพื้นผิวของน้ำทะเลจะต้องสูงกว่า 26 องศาเซลเซียส หากหย่อมความกดอากาศต่ำทวีกำลังแรงขึ้น ก็จะกลายเป็นพายุแบบต่างๆ ดังต่อไปนี้ครับ
</p>

  • พายุดีเปรสชัน (depression) : อัตราเร็วลมสูงสุด 62 กิโลเมตร/ชั่วโมง (ไม่เกิน 32 นอต)
  • พายุโซนร้อน (tropical storm) : อัตราเร็วลมสูงสุด 63-117 กิโลเมตร/ชั่วโมง (อยู่ในช่วง 34-63 นอต)
  • พายุไต้ฝุ่น (typhoon) : อัตราเร็วลมสูงสุดตั้งแต่ 118 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขึ้นไป (ตั้งแต่ 64 นอตขึ้นไป)
     

อัตราเร็ว 1 นอต (knot) เท่ากับ 1 ไมล์ทะเลต่อชั่วโมง (โดย 1 ไมล์ทะเล = 1.852 กิโลเมตร) เป็นหน่วยที่มักใช้ในการเดินเรือและอุตุนิยมวิทยา

 


พายุที่มีกำลังลมสูงสุดที่เราเรียกกันว่า ไต้ฝุ่น นี้เป็นชื่อเรียกพายุที่เกิดในทะเลจีนใต้ มหาสมุทรแปซิฟิกเหนือทางด้านตะวันตก และมหาสมุทรแปซิฟิกใต้

หากเกิดในอ่าวเบงกอลและอินเดียจะเรียกว่า ไซโคลน (cyclone) [อย่างเช่น ไซโคลนนาร์กีสที่ถล่มพม่าไปนั่นไงครับ]

หากเกิดในอ่าวเม็กซิโก ทะเลแคริบเบียน มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ จะเรียกว่า เฮอร์ริเคน (hurricane)

 


 

คราวนี้ลองจับคุณกฤษณา (หรือพายุหมุนเขตร้อนใดๆ ก็ตาม) มาผ่าดูใส้ใน...
(เห็นไหมฝรั่งยังใช้คำว่า Anatomy of a tropical cyclone เลย)

 

โครงสร้างซับซ้อนนี่ไม่ต้องสนใจ แต่ให้สังเกตขนาดของพายุ

รัศมีประมาณ 200 กิโลเมตร หรือเส้นผ่านศูนย์กลาง 400-500 กิโลเมตร

อลังการงานสร้างของธรรมชาติมากๆ

นี่เองที่ตอบคำถามว่า ทำไมพายุขึ้นที่อุดร แต่ฝนกลับตกไปทั่วอีสาน

แถมภาคกลางบางส่วนอีกต่างหาก


ที่มาของภาพ

 

ผมแปลคำบรรยายภาพไว้ด้วย เผื่อมีแฟนพันธุ์แท้พายุหมุนสนใจ....

  • Anatomy of a tropical cyclone = กายวิภาคของพายุหมุนเขตร้อน
  • cross-section with exaggerated vertical dimension = ภาคตัดขวางซึ่งขยายสัดส่วนในแนวตั้ง
  • spiral rainbands (thunderstorm) = แถบฝนตกซึ่งมีลักษณะเป็นเกลียว (พายุฝนฟ้าคะนอง)
  • outflow cloud shield = แนวเมฆกำบังที่ไหลออก
  • eye =  ตาพายุ
  • eyewall = ผนังขอบตาพายุ
  • top view = มุมมองจากด้านบน
  • eye = ตาพายุ
  • eyewall = ผนังขอบตาพายุ
  • clockwise wind = ลมที่พัดตามเข็มนาฬิกา
  • descending air = อากาศที่ไหลลง
  • eyewall = ผนังขอบตาพายุ
  • spiraling wind = ลมพัดหมุนวนเป็นเกลียว
  • rotation of cyclone = ทิศทางการหมุนของพายุหมุน