ครูไทยวันนี้
ครูเป็นบุคคลที่สำคัญอันดับแรกที่จะช่วยสร้างคน สร้างชาติ เพราะสังคมในยุคปัจจุบันผู้ปกครองทำงานหนักส่งผลให้ไม่มีเวลาดูแลลูก ครูจึงต้องทำงานหนักหลายเท่า นอกจากต้องสอนหนังสือแล้วยังต้องคอยอบรมสั่งสอนประคับประคองให้เด็กเจริญเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป
แต่ในปัจจุบันนี้ เกิดปัญหาการขาดแคลนครูเป็นจำนวนมก ซึ่งถือว่าเป็นสภาวะวิกฤติ ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ปัญหาการขาดแคลนครูเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งสภาวะการขาดแคลนครูเป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลต้องดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพราะครูคือผู้นำนโยบายกี่ปฏิรูปการศึกษาไปสู่การปฏิวัติและยกระดับคุณภาพเยาวชนสู่การเป็นทรัพยากรมนุษย์และเป็นอนาคตของชาติบ้านเมือง ซึ่งปัญหาการขาดแคลนครูในปัจจุบันนี้ หน่วยงานต่างๆ ต่างก็ช่วยกันคิดหาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา
นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ทำการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับการขาดแคลนบุคลากรทางการศึกษาในทุกสังกัดพบว่า ขณะนี้ขาดแคลนบุคลากรผู้สอนในสาขาต่างๆ อยู่ประมาณ 120,000 คน โดยในจำนวนดังกล่าว ส่วนใหญ่จะเป็นครูผู้สอนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งความขาดแคลนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ เป็นเพราะหน่วยงานที่ควบคุมอัตรากำลังคนภาครัฐ มีนโยบายลดกำลังคนภาครัฐลง และนโยบายดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้กับบุคลากรทางการศึกษาด้วย จึงทำให้ได้รับอัตราเกษียณในแต่ละปีกลับคืนมาเพียง 20%เท่านั้น บวกกับมีข้าราชการครู ที่เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ขาดครูเพิ่มขึ้นไปอีก แม้ว่าจะใช้มาตรการทางการบริหารเข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาก็ยังพบว่าขาดครูอยู่ถึง 90,000 คน
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงภาวะการขาดแคลนบุคลากรครู ว่าในขณะนี้โรงเรียนต่างๆ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ยังคงอยู่ในภาวะที่ขาดแคลนอัตราข้าราชการครูทั้งสิ้นกว่า 70,000 อัตรา โดยขาดแคลนครูที่ทำหน้าที่สอนหนังสือจำนวน 20,000 กว่าอัตรา และขาดแคลนครูธุรการอีก 43,000 อัตราเนื่องมาจากอัตราข้าราชการครูจำนวนไม่เพียงพอที่จะรองรับตลาดแรงงานแม้จะมีแรงงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก็ตาม แต่ไม่สามารถประกอบอาชีพครูได้ นอกจากนี้ ที่ผ่านมาบุคลากรครูยังได้เกษียณอายุไปพร้อมกันทั่วประเทศกว่า 75,000 อัตรา จึงส่งผลกระทบกับอัตราครูที่ทำการสอนหนังสือให้กับเด็กทั่วประเทศ เลขาธิการ กพฐ.ยังยอมรับว่า ขณะนี้ยังคงมีบางวิชาเรียน ที่ยังคงขาดแคลนอัตราครูอยู่ เนื่องจากเป็นวิชาเรียนเฉพาะทาง จึงจำเป็นต้องหาครูที่มีความรู้โดยตรงมาเป็นผู้สอนเท่านั้น
ครุศาสตร์ จุฬาฯ วิจัยสภาวะขาดแคลนครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบโรงเรียนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขาดแคลนครูมากกว่าภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะคณิต วิทย์ เทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศ ต้นเหตุมาจากปฏิรูปหลักสูตร ส่งผลให้แตกรายวิชาใหม่ๆ เตรียมเสนอเป็นวาระแห่งชาติกำหนดยุทธศาสตร์แก้ปัญหาขาดแคลนครู รศ.ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง ภาควิชานโยบาย การจัดการและความเป็นผู้นำทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะ ศึกษาวิจัยเรื่อง “สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน” ซึ่งผลการวิจัยสรุปได้ว่าการขาดแคลนครูเป็นสภาวะวิกฤต ไม่เฉพาะในประเทศไทยแต่เกิดขึ้นกับทั่วโลก ยิ่งครูในสาขาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ในโรงเรียน ปัญหาการขาดแคลนครูทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพเกี่ยวโยงกับคุณภาพการเรียนการสอนด้วย
การวิจัยครั้งนี้ได้นำไปเปรียบเทียบประสบการณ์แก้ไขปัญหาอีก 5 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา มาเลเซียจากข้อมูลเอกสาร พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีข้าราชการครูในสายงานสอน 396,507 คน แต่มีความต้องการครูมากถึง 478,186 คน จึงจะสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการวิจัยดังกล่าวได้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับครูตามสภาพที่เกิดขึ้นจริง โดยสำรวจครูในโรงเรียนของรัฐทั้งระดับประถมและมัธยมศึกษา จำนวน 29,503 แห่ง ซึ่งหากใช้เกณฑ์โดยไม่แยกขนาดของโรงเรียนจะพบว่าโรงเรียนระดับประถมศึกษาขาดแคลนครูถึง 30,000 คน ในขณะที่โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาจะขาดแคลนครู 32,000 คน ขณะเดียวกัน หากใช้เกณฑ์ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) พบว่า การขาดแคลนครูในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจะลดลง อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมพบว่า ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประสบปัญหาขาดแคลนครูมากกว่าภูมิภาคอื่น เนื่องจากมีโรงเรียนขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก จากผลการวิจัยพบว่าโรงเรียนที่ขาดแคลนครูส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนที่อยู่ในชนบท สาขาวิชาที่ขาดแคลนครูมากที่สุด ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศ
ปัญหาการขากแคลนครูมีสาเหตุหลักดังนี้
1. การผลิตและการบรรจุครูไม่สัมพันธ์กัน
เนื่องจากปัญหาปัจจุบันที่ รศ.ดร. มนตรี แย้มกสิกร ได้กล่าวนั้น คือสถาบันที่ผลิตครูได้ผลิตครูออกมาเป็นจำนวนมากในแต่ละปี แต่ครูที่ผลิตออกมานั้นในบางสาขาที่ไม่ขาดแคลนนั้นก็ผลิตมามากเกินความต้องการ ส่วนสาขาที่ขาดแคลนจริงๆเช่นสาขาทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และด้านภาษา กลับผลิตได้น้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการ เมื่อมีการบรรจุเข้าทำงาน กลับไม่ได้เข้าสอนตามสาขาวิชาที่เรียนมา ซึ่งทำให้เกิดปัญหาการผลิตและการบรรจุไม่สัมพันธ์กัน
2.นโยบายของรัฐบาลในการจำกัดกำลังคนหรือการคืออัตรากำลังทดแทนเกษียณอายุทำให้ไม่สามารถบรรจุครูได้ตามที่ต้องการ
ปัญหานี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมาจากการที่รัฐบาลพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตรมีโครงการ เปลี่ยนเส้นทางชีวิต ทำให้มีครูลาออกก่อนเกษียณอายุก่อนกำหนดเป็นจำนวนมาก ซึ่งเนื่องจากในเหตุการณ์ครั้งนั้น กลายเป็นปัญหาสืบเนื่องถึงทุกวันนี้ เพราะส่งผลให้เกิดปัญหาการขากแคลนครู เนื่องจากว่าในปัจจุบันนั้นรัฐได้มีการจัดกำลังคนและคืนอัตราทดแทนเกษียณอายุทำให้ไม่สามารถบรรจุครูได้ตามความต้องการ โดยในปัจจุบันครูที่เพิ่งเรียนจบใหม่เป็นเพียงแค่ครูอัตราจ้างเท่านั้น ทำให้คนที่ต้องการมาเป็นครูนั้นมีเงินเดือนน้อย ส่งผลให้ครูนิยมที่จะไปสอนโรงเรียนเอกชนมากกกว่าโรงเรียนรัฐบาลหรือผันตัวเองไปประกอบอาชีพอื่น ๆ ที่มีรายได้สูงกว่า
3.โรงเรียนมีครูที่ไม่ครบอัตราและครูที่ไม่ตรงวุฒิปฏิบัติการสอน เช่น วิชาเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์
การเรียนในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์เรียนยาก ไม่ค่อยมีคนอยากเรียน เมื่อเข้ามาเรียนก็จบออกไปน้อย ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยบูรพามีนิสิตที่จบในสาขานี้น้อยมาก จึงทำให้ครูไม่เพียงพอต่อนักเรียน จึงทำให้ต้องหาอาจารย์ในสาขาวิชาอื่นๆ ที่ไม่ตรงวุฒิการศึกษามาสอน สาเหตุดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงไปถึงคุณภาพของผู้เรียน เนื่องจากผู้สอนไม่มีความรู้และความถนัดพอในวิชาที่จะสอนทำให้ผู้เรียนไม่ได้รับความรู้ตามมาตรฐาน เพราะผู้สอนไม่ได้สอนตามสาขาที่เรียนมา
4.ปัญหาวิกฤติศรัทธาวิชีพครู และภาพลักษณ์ของอาชีพครูซึ่งมีค่าตอบแทนน้อย มีสวัสดิการไม่เพียงพอ ทำให้ครูขาดขวัญกำลังใจ
ในสมัยก่อน อาชีพครู เป็นอาชีพที่มีแต่คนนับหน้าถือตา ในการยกย่องเชิดชู เพราะคนที่เรียนครูเป็นที่คนเก่งฉลาด และมีความสามารถที่ดีเลิศ อบรมสั่งสอนลูกศิษย์ด้วยความเข้มงวดและในวิธีตักเตือนลูกศิษย์ให้เชื่อฟังเป็นอย่างดีเยี่ยม แต่ในสมัยนี้ความนับถือของครูกับลูกศิษย์มีน้อยลง และข่าวเกี่ยวกับครูที่นำเสนอออกมาก็มีแต่แง่ลบ ทำให้ภาพลักษณ์ของครูเสมือนคนที่หวังผลประโยชน์กับลูกศิษย์มากกว่า อีกทั้ง การลงโทษกับนักเรียนถือว่าผิดกฎหมายเกิดเป็นคดีขึ้นได้ และเงินเดือนของครูในปัจจุบันก็มีค่าตอบแทนค่าเหนื่อยที่น้อย สวัสดิการจากภาครัฐก็ไม่มากเท่าที่ควร จึงทำให้คนที่เก่งและมีความรู้ความสามารถ หันไปประกอบอาชีพอื่นที่ได้เงินเดือนมากกว่า ทำให้คนที่มาเรียนครูไม่มีความรู้มากเท่าทีควร อาจเกิดความไม่แม่นยำในเนื้อหา จึงทำให้ลูกศิษย์ไม่เคารพเท่าที่ควร ครูจึงขาดขวัญกำลังใจในการสอน
สาเหตุและปัญหาดังกล่าวทำให้คณะรัฐมนตรี มีการกำหนดยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาการขาดแคลนครูเป็นวาระแห่งชาติ โดยประกาศเป็นกฎหมาย นโยบาย รวมทั้งมีการกำหนดมาตรการด้านระบบการผลิตครู มาตรการด้านระบบการจ้างงาน มาตรการระบบการรักษาครู และมาตรการระบบพัฒนาอย่างเป็นระบบเชื่อมโยงกัน ให้ความเห็นชอบในหลักการ มาตรการเร่งด่วนในการแก้ปัญหาขาดแคลน ครู – อาจารย์วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อเป็นแนวทางในการเพิ่ม ครู – อาจารย์วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้เพียงพอทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ และเพื่อวางรากฐานระบบการเรียนการสอนที่ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิม ทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวะศึกษา และอุดมศึกษา ตลอดจนเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติทั้งเชิงรุกและเชิงแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
นโยบายและแนวทางการแก้ไข
1.นโยบายการรักษาครู – อาจารย์ให้อยู่ในระบบ เช่น ให้มี่เงินเดือนและค่าตอบแทนเป็นพิเศษสำหรับ ครู – อาจารย์ที่ผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
2.นโยบายการพัฒนา ครู – อาจารย์ให้มีประสิทธิภาพ เช่น ส่งเสริมครู – อาจารย์ที่มีความสามรถพิเศษ เร่งเร่งดำเนินการโครงการสมองไหลกลับ ตลอดจนดำเนินการจ้าง ครู – อาจารย์จากต่างประเทศ เพื่อให้ร่วมทำงานและช่วยพัฒนาครูที่มีอยู่
3.มีทุนการส่งเสริมการศึกษาให้นักเรียนที่จะเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ เพื่อเป็นรงจูงใจให้นักเรียนเรียนดี มีความสามารถมาเรียนทางสายวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น และมีการรับรองการมีงานทำให้กับนักเรียนทุนวิทยาศาสตร์
4. มีการผลิตครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพในอนาคต โดยวางเป้าหมายว่าเมื่อถึงปี 2549 จะผลิตครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้ได้ประมาณ 8,000 คนโดยมีเงื่อนไขคือ เพิ่มการผลิตให้ได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 800 คนมีการพัฒนาครูอย่างจริงจัง
5.จะต้องพัฒนาครูทุกระดับอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายเพื่อผลระยะยาว หากต้องการเร่งการเพิ่มสมรรถนะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการมีจำนวนนักวิทยาศาสตร์และนักเทคโนโลยีให้มีสัดส่วนสูงขึ้น เมื่อเทียบกับกำลังคนในวัย ทำงานแล้ว ต้องเพิ่มการผลิตครู - อาจารย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (รวมครูคณิตศาสตร์) ให้เพียงพอทั้งในระดับประถม ศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา
6.โครงการคุรุทายาท กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินโครงการคุรุทายาทมาตั้งแต่ปี 2530เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูทั้งในระดับการศึกษาเฉพาะพื้นที่ และเฉพาะสาขาวิชา โดยเลือกคนเก่ง คนดี เข้าเรียนครู
7.โครงการพิเศษเพื่อบริหารจัดการการปฏิรูปการฝึกหัดครูพัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษา (สปค.) เช่นโครงการสำหรับครูประจำการ การผลิตครูใหม่ และโครงการสำหรับผู้ใช้ครู โดยจัดคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐและเอกชน ใน 4 สาขาวิชาหลักคือวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทยและอังกฤษ
สรุปสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครู
สาเหตุหลักของปัญหาการขาดแคลนครูคือ
1. การผลิตและการบรรจุครูไม่สัมพันธ์กันคือสถาบันที่ผลิตครูได้ผลิตครูออกมาเป็นจำนวนมากในแต่ละปี แต่ครูที่ผลิตออกมานั้นในบางสาขาที่ไม่ขาดแคลนก็ผลิตมามากเกินความต้องการ ส่วนสาขาที่ขาดแคลนเช่นสาขาทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และด้านภาษา กลับผลิตได้น้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการ
2.นโยบายของรัฐบาลในการจำกัดกำลังคนหรือการคืออัตรากำลังทดแทนเกษียณอายุทำให้ไม่สามารถบรรจุครูได้ตามที่ต้องการรัฐได้มีการจัดกำลังคนและคืนอัตราทดแทนเกษียณอายุทำให้ไม่สามารถบรรจุครูได้ตามความต้องการ โดยในปัจจุบันครูที่เพิ่งเรียนจบใหม่เป็นเพียงแค่ครูอัตราจ้างเท่านั้น
3.โรงเรียนมีครูที่ไม่ครบอัตราและครูที่ไม่ตรงวุฒิปฏิบัติการสอน เช่น วิชาเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ ครูไม่เพียงพอต่อนักเรียน จึงทำให้ต้องหาอาจารย์ในสาขาวิชาอื่นๆ ที่ไม่ตรงวุฒิการศึกษามาสอน
4.ปัญหาวิกฤติศรัทธาวิชีพครู และภาพลักษณ์ของอาชีพครูซึ่งมีค่าตอบแทนน้อย มีสวัสดิการไม่เพียงพอ ทำให้ครูขาดขวัญกำลังใจ เงินเดือนของครูในปัจจุบันก็มีค่าตอบแทนค่าเหนื่อยที่น้อย สวัสดิการจากภาครัฐก็ไม่มากเท่าที่ควร จึงทำให้คนที่เก่งและมีความรู้ความสามารถ หันไปประกอบอาชีพอื่นที่ได้เงินเดือนมากกว่า ทำให้คนที่มาเรียนครูไม่มีความรู้มากเท่าทีควร
แนวทางการแก้ไขคือ
1. เพิ่มอัตราเงินเดือนของอาชีพครู เนื่องจากปัจจุบันอัตราเงินเดือนของครูน้อยมาก จึงทำให้ไม่มีแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน อาชีพครูเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบและหนัก แต่ได้เงินเดือนน้อย จึงอยากให้รัฐบาลเห็นใจผู้ที่ทำงานเป็นผู้สร้างรากฐานของบุคคลากรที่มีคุณภาพของประเทศ ให้มีการทำใจในการทำงาน
2.สวัสดิการของครูให้มีสิทธิพิเศษเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการดูงานต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพอยู่เสมอ ให้ทัดเทียมนานาประเทศมากขึ้น มีการประกันชีวิตอาชีพครู
3.ให้ทุนเด็กเก่งเรียนครู เป็นแรงจูงใจให้เด็กสนใจหันมาเรียนครูให้มากขึ้น
4.ยกระดับวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงเหมือนกับแพทย์ เนื่องจากครูมีความสำคัญที่สุดในทุกสาขาวิชา
5.ปฏิรูประบบราชการครู ให้ครูมีหน้าที่สอนเพียงอย่างเดียว โดยหน้าที่การบริหารมีต่างหากภายในโรงเรียน
6.ปลูกฝังและส่งเสริมให้มีภาพลักษณ์ที่ดี ให้เกิดความศรัทราในวิชาชีพครู ทำให้คนสนใจมาเรียน
7.มีการรองรับงานเมื่อเรียนครูจบและมีการรองรับตามโรงเรียนต่างๆ
เอกสารอ้างอิง
แนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครู. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://somjaiswu.multiply.com/journal/item/8/8. (วันที่สืบค้นข้อมูล: 27 กันยายน 2552).
เลขาฯ กพฐ.เผยครูขาดแคลนทั่วประเทศ 7 หมื่นอัตรา. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://tnews.teenee.com/etc/17253.html. (วันที่สืบค้นข้อมูล: 27 กันยายน 2552).
สภาวะการขาดแคลนครู. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://www.onec.go.th/publication/malay48/kum_mas48.html. (วันที่สืบค้นข้อมูล: 27 กันยายน 2552).
คณบดีครุศาสตร์ จุฬาฯ เสนอแผนแก้ขาดแคลนครู. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://www.pinonlines.com/node/979. (วันที่สืบค้นข้อมูล: 27 กันยายน 2552).
สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักนโยบายและแผนการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (2548).