เมื่อครูโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "อาจารย์" ยังบริโภคสื่ออยู่ ก็เหมือนทำตัวเองให้เปรอะเปื้อนด้วย "สิ่งสกปรก..."
ดังนั้นเมื่อบริโภคสิ่งสกปรกอยู่เป็นนิจ ก็เลยทำให้สิ่งสกปรกเป็นของ "ธรรมดา"

แต่เมื่อเราหันมาบริโภคสิ่งดี ๆ โดยเฉพาะศิษย์ดี ครอบครัวดี ๆ อันมี "คุณธรรม" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ศีลธรรม" เป็นพื้นฐาน
จักทำให้จิตใจของเราเกิดการเปรียบเทียบระหว่างความสะอาดและของที่ "สกปรก"

จิตเดิมของทุก ๆ นั้น "ประภัสสร" คือมีความสะอาด และบริสุทธิ์เป็นทุนเดิม
เมื่อใดที่จิตใจนั้น ได้กระทบกับความดี ก็เหมือนกับไฟที่สามารถ "สปาร์ค" เข้ามาได้อีกครั้ง

ถึงแม้ว่ากิเลส ตัณหา และกามราคะ ที่ห่อหุ้มจิตนั้นจะมีอยู่มาก
แต่พลังแห่งความดีนั้น ถ้าหากมีกำลังมาก คือ ได้พบ ได้เจอมาก ๆ ก็สามารถทะลุผ่านเข้าไปได้ถึงแม้นว่ามีรูเท่าปลายเข็ม

การให้ครูให้สัมผัสกับสิ่งดี ๆ คนดี ๆ "ตัวอย่างดี ๆ" ให้มาก ๆ นั้น จะให้ครูกลายเป็น "ครูดี" โดยปริยาย

ถ้าหากเครือข่ายครูเพื่อศิษย์ได้มีการ "เสริม" กิจกรรมในด้านนี้เข้าไปจะสามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้หลากรอบ ครอบด้านมากขึ้น
จากเดิมกิจกรรมการค้นหาครูดีนั้น จะได้ประโยชน์คือบรรลุวัตถุประสงค์ด้านนโยบายตาม TOR ที่วางไว้ซึ่งเห็นได้เป็นรูปธรรม

และการผนวกกับการถอดบทเรียน "คนดี" ศิษย์ดี และครอบครัวของศิษย์ดี ๆ นั้น จะสร้างเสริม "พลัง" การเปลี่ยนแปลงครู อาจารย์ธรรมดาให้กลายเป็น "ครูดี" ได้อย่างยั่งยืน

ในรูปแบบ กระบวนการเดิม คือ จัดเวที ถอดบทเรียนก็ยังคงต้องทำอยู่ ทำไป
แต่การสร้างภาพฝันให้เกิดขึ้นจริงในจิตในใจของครูนั้น เป็นสิ่งที่เราทั้งหลายพึงกระทำ

ถ้าหากครู อาจารย์มีจิตใจดีแล้ว การศึกษาไทยจะพลิกฟื้นกลับคืนขึ้นมาดีเหมือนเก่า
เมื่อครูและอาจารย์มีจิตใจดีแล้ว การยก การเชิดชูครูดีตามรูปแบบ ตามกระบวนการในเวทีต่าง ๆ นั้นก็จะง่ายและสบายขึ้น
คือมีครูดี ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมายในทุกหย่อมหญ้า

สองกระบวนการนี้จึงเป็นกระบวนการที่ถ้าหากเดินควบคู่กันไปแล้ว จักทำให้ระบบการศึกษาไทยเปลี่ยนแปลงได้โดยมีรากฐานที่แข็งแกร่ง

รากฐานของตึกคืออิฐ รากฐานของชีวิตคือ "การศึกษา" รากฐานจิตนั้นไซร้ต้องใช้ "ความดี" นำพา เวลาและวารีไม่คอยท่า ต้องนำพาความดีมาให้ "ครู..."


ต่อยอดจากบันทึก ตีโอบให้ครูดี…