เขาไม่ให้หนูไปกรุงเทพฯ


เมื่อประเมินจากท่าทีการให้เหตุผลทั้งหมด แม้ว่าการให้เหตุผลของเจ้าหน้าที่จะไม่ถูกต้องตามหลักการของกฎหมายอาญา แต่เมื่อการขออนุญาตด้วยวาจาแล้วยังปฏิเสธ

          หนูเป็นเด็กผู้หญิงเชื้อสายพม่า ติดตามพ่อแม่มาจากฝั่งตรงข้ามกับชายแดนจังหวัดระนอง หนูได้รับการบันทึกในแบบรับรองรายการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ท.ร.38/1) หนูจึงมีเลข 13 หลัก เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่อยู่ในประเทศไทย เลข 13 หลักของหนูขึ้นต้นด้วย 00-8501-XXXXXX-X ปัจจุบันนี้หนูอายุ 11 ปี

 

          หนูเข้าไปเรียนชั้น ป.1 ที่โรงเรียนไทยแล้ว ครูชมหนูว่าหนูเรียนเก่ง พี่ ๆ จากคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อผู้อพยพย้ายถิ่น ได้มาชวนหนูไปร่วมงานมหกรรมพลังเยาวชน ที่กรุงเทพฯ โดยจะให้หนูแสดงการสาธิตเล่นทกซีโท้, โจ้โคลง, เล็กโคลง เพื่อเป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรมของพวกหนู

 

            พี่ ๆ ถ่ายรูปหนู, ถ่ายเอกสารท.ร.38/1 ของหนูไปเพื่อขออนุญาตที่ที่ว่าการอำเภอเมืองระนอง เพื่อขออนุญาตให้หนูได้เดินทางไปกรุงเทพฯ ด้วยความปลอดภัยไม่ถูกทหารตำรวจจับระหว่างทาง แต่ว่าเมื่อพี่ไปขออนุญาตเจ้าหน้าที่เพื่อออกไปนอกพื้นที่ปรากฏว่า....

 

          ผมเป็นเด็กบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนขึ้นต้นด้วยเลข 0-8501-XXXXX-XX-X ผมเรียนอยู่ในระดับป.ว.ช. ที่วิทยาลัยแห่งหนึ่ง พี่คนข้างต้นก็มาชวนผมไปร่วมงานเพื่อให้เป็นผู้นำกิจกรรมสอนภาษาพม่าให้แก่คนที่สนใจ

 

          พี่บอกว่า “เธอมีความสามารถในการพูดทั้งภาษาไทยและภาษาพม่า น่าจะมาถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้อื่น”

 

          ผมได้นำภาพถ่ายของตนเอง พร้อมกับสำเนาบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนให้พี่ไปขออนุญาตเจ้าหน้าที่เพื่อออกไปนอกจังหวัดระนองปรากฏว่า...

 

          ฉันเป็นลูกของชนกลุ่มน้อยกลุ่มผู้หลบหนีเข้าเมืองจากประเทศพม่า อยู่กับนายจ้าง พ่อฉันถือบัตรสีส้มก่อนจะมาเปลี่ยนเป็นบัตรแข็งคือ 6-8501-56XXX-XX-X
ฉันเกิดที่ประเทศไทย พ่อแจ้งเกิดให้กับฉันเรียบร้อย และฉันก็ได้ทำบัตรประจำตัวแล้วเช่นกัน ฉันจึงมีเลข 13 หลัก เป็น 7-8599-00016-XX-X

 

            พี่เขาไปถามเจ้าหน้าที่เพื่อจะขออนุญาตนำพวกผมทั้งหมดไปกรุงเทพ ผลปรากฏว่า...

 

            เจ้าหน้าที่ปฏิเสธ ไม่ให้หนู “00” ออกนอกจังหวัดระนอง เนื่องจากไม่มีกฎกระทรวงอนุญาตให้หนูเดินทางออกนอกจังหวัด (ไปกรุงเทพฯ) เพื่อร่วมกิจกรรมในงานมหกรรมพลังเยาวชนได้

 

          เจ้าหน้าที่ปฏิเสธ ไม่ให้ฉัน “7” ออกนอกจังหวัดระนอง เนื่องจากฉันเป็นลูกของคนถือบัตร 6 ที่เป็นกลุ่มถือบัตรสีส้มมาก่อน และไม่มีกฎกระทรวงใด ๆ อนุญาตให้ฉันเดินทางออกนอกจังหวัด (ไปกรุงเทพฯ) ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

 

          เจ้าหน้าที่ปฏิเสธ ไม่ให้ผม “0” ออกนอกจังหวัดระนอง เนื่องจากไม่มีกฎกระทรวงใด ๆ อนุญาตให้หนูเดินทางออกนอกจังหวัด (ไปกรุงเทพฯ) ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น เหมือนกลุ่ม “7”

            

          หากผม “0” จะออกไปนอกจังหวัดโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ก็จะทำการกักเอาไว้ไม่จับกุม และส่งกลับไปที่พม่า เนื่องจากส่งกับไม่ได้ แต่หากผมฝ่าฝืนออกไปก็จะทำการจับกุมผล ในโทษฐานขัดคำสั่งของเจ้าพนักงาน

 

          ทั้งหนู ผม และฉัน จะออกเดินทางออกนอกจังหวัดได้ก็แต่เฉพาะกรณีที่ท่านปลัดอำเภอกล่าวว่าเป็นความจำเป็นตามประมวลกฎหมายอาญามาตราอะไรสักอย่าง เพื่อให้ศาลยกเว้นโทษให้เพราะเหตุกระทำผิด เช่น เจ็บไข้ไม่สบายจำเป็นต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลนอกจังหวัดระนอง

 

          พี่บอกผมว่าเมื่อประเมินจากท่าทีการให้เหตุผลทั้งหมด แม้ว่าการให้เหตุผลของเจ้าหน้าที่จะไม่ถูกต้องตามหลักการของกฎหมายอาญา แต่เมื่อการขออนุญาตด้วยวาจาแล้วยังปฏิเสธ

 

          หากยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิเสธ เพื่อผมจะได้อุทธรณ์นั้น ทำไม่ได้ เนื่องจากสถานะภาพของน้อง ๆ ในฐานะผู้ติดตามแรงงานต่างด้าวซึ่งมีหมายเลข 13 หลักขึ้นต้นด้วย “00” ยังไม่ชัดเจน ยังมีข้อถกเถียง ว่ามีสิทธิอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ การยื่นเป็นหนังสือจะทำให้เปิดเผยสถานะภาพของน้อง ๆ ซึ่งเป็นการเสี่ยงเกินไป

 

          ผมก็เลยต้องทำใจ เพราะผมเป็นพี่คนโตที่สุดในกลุ่ม จะให้น้อง ๆ มาเสี่ยงเพื่อให้ผมไปคนเดียวไม่ได้ แม้ว่าการไม่ได้ไปกรุงเทพฯ จะทำให้ผมขาดประสบการณ์ในโลกกว้าง ขาดการถ่ายทอดภาษาพม่าให้แก่คนทั่วไปก็ตาม

หมายเลขบันทึก: 301621เขียนเมื่อ 28 กันยายน 2009 22:18 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 09:45 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี