ดินน้ำลมไฟกับความหมายที่เปลี่ยนไป

ดินน้ำลมไฟกับความหมายที่เปลี่ยนไป...ครั้งก่อนนานๆๆเท่ากับอายุของโลกใบนี้..ปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงในธรรมชาติ..การก่อกำเนิดความหลากหลายในธรรมชาติ..มนุษย์ในรูปลักษณ์ใหม่(ตั้งนิยามให้กับตัวตน)ทันสมัย...มนุษย์ไม่ได้อยู่กับการเปลี่ยนแปลงในธรรมชาติอย่างเดียว...หากแต่จะต้องต่อสู้กับทุกสิ่งแวดล้อม..กับตัวตนที่ธรรมชาติให้มา..........ขนก็ไม่มีสำหรับหุ้มห่อกันหนาว..ขาก็เหลือสองขา..วิ่งหนีเสือไม่ทัน...เขี้ยวก็กะจ้อยร่อย..ล่าไม่ได้...(ฟันมีไว้กินอาหารหรูๆแบบฮ่องเต้เท่านั้น)...หางก็หดหายไป..เหลือเท่าหางอึ่ง..(ตายไปแล้วถึงจะเห็นหางนี้)...มนุษย์ก่อนสมัยใหม่เชื่อกันว่าโลกแบน...คนที่คิดว่าโลกกลม(ถูกม้อบเกือบตาย..หาว่าความคิดผิดเพี้ยน..อิอิ)....ดินน้ำลมไฟเคยถูกแต่งตั้งให้เป็นพระเจ้า..เป็นเทวา...กลับกลายไปเป็นสินค้าแทนราคาด้วยกระดาษที่เรียกว่าเงิน......(ทั้งหมดนี้..ยายธีคิดเอาเอง..ตอนบ้าเขียนบล้อก..เช้าตื่นขึ้นมาแทนที่จะหัด..หายใจเพราะลืมอยู่เรื่อยว่าลมหายใจเป็นเพื่อนคนแรกและคนสุดท้าย)...(แล้วก็ต้องรีบๆหาเงิน..ไว้ติดปีกสำหรับจะบินอฐิษฐานว่าชาติหน้าให้เกิดเป็นนก..อิอิ...และชาตินี้ก็อยากจะเป็น...(ท่าน)..กับเขาบ้างได้นั่งเครื่องบินชั้นหนึ่งอยู่โรงแรมหรูๆคืนละหมื่นคืนละแสน..ใช้เงินภาษี..เหอๆ...ชักจะเลยเถิดเพราะความเลอะเลือนแก่ธรรมชาติ..เขาว่าอย่าถือคนบ้า...อย่าว่าคนแก่...แฮ่ๆ