เหนื่อแบบ "โง่ ๆ..."

 

ถ้าทำงานแล้วเหนื่อยแสดงว่าโง่
ถ้าทำงานแล้วเหนื่อยแสดงว่า "หายโง่"

ถ้างานใดทำแล้วเหนื่อยแสดงว่าโง่ตั้งแต่ตัดสินใจที่จะทำ
แล้วยิ่งทำไป ทำไป ก็ยิ่งเหนื่อย เขาเรียกว่า "โง่" ตั้งแต่ต้นจนจบ

แต่งานใดแค่คิดก็สุขแล้ว ใครคิดถึงงานแบบนี้ได้ก็แสดงว่าเข้าสู่วงจรที่จะ "หายโง่"
เพราะขนาดแค่คิดก็สุข ได้พูด ได้ทำก็ยิ่งสุข

งานในสังคมนี้นะ งานใดที่มีผลประโยชน์ มีผลตอบแทนเป็นตัวเงินนั้นจะ "เหนื่อย" ตั้งแต่คิด
แค่คิดจะไปเอาของเขา จะไปเอาเงินเขา จะไป "บริโภค" ปัจจัยของเขา แค่นี้ก็ "เปรต" แล้ว...

เกิดเป็นเปรตนี้ไม่สนุกนะ หรือบางคนยังไม่ตายก็ต้อง "ตายทั้งเป็น"

คนที่มีทรัพย์มาก มีเงินมาก แต่ไม่รู้จักพอนั้นเรียกว่าเป็นคนที่มีลักษณะอาการของ "เปรต"

เปรตคือผู้หิว ผู้กระหาย ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ
จิตใจของเขากระทุรน ทุราย ความโลภจะเฟอะฟุ้ง ส่งกลิ่นกระจาย ตั้งแต่เกิดจนถึงวันตาย ก็ไม่วาย "รู้จักพอ..."

หากถ้างานใดคิดแล้วสุข ก็ขอจงทำงานนั้น
ถึงแม้นว่างานนั้นจะต้องแลกต้องหยาดเหงื่อ และแรงงาน แต่สิ่งทั้งหลายที่ทุ่มและเทลงไปนั้นจักไม่เสียเปล่า

ความสุข จากความ "ปีติ" จะเกิดขึ้น และสามารถคิดถึงได้ทุกวันคืน

งานที่ทำแล้วสุขนี้จะไร้ซึ่งคำว่า "เหนื่อย"

แต่ทว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นอยู่ที่ใจของเรา อยู่ที่การตั้งจิต ตั้งใจของเรา
ถ้าหากเราคิดว่าสิ่งนี้เป็นหน้าที่ เรามี "โอกาส" ได้ทำความดี เราก็ "เสียสละ" ทำไป

ถ้าตั้งใจดีก็จะมีสุข
ถ้าตั้งใจดีจิตนี้ก็จะ "ไม่เหนื่อย..."

ตั้งใจให้ดีนะ...
 


 

ที่มาจากบันทึก ริ เริ่ม ปีนเกลียวความรู้....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Baby R2R



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

จะตั้ง "ใจ" ให้ดีครับ

สาธุครับ

เหนื่อยคะ

ที่อดทนทำไม่ใช่ไม่เหนื่อย

บางทีก็ยอมรับว่าเสี่ยงตาย

อาจจะยืนหลับกลางอากาศได้...สู้ค่ะ อดทนทำ...แต่เอก็ไม่เห็นตาย

แต่ที่มันงดงามคือ ยอมรับที่ใจว่า มันบังคับไม่ได้

 

สู้แทบล้มแทบตาม เหนื่อยแทบกระอัก

ง่วงแทบจะหัวน็อคพื้น

แต่ก็คุ้มแสนคุ้ม ที่ยอมรับได้ว่า

ไม่มีอะไรในกายในใจนี้ ที่เราบังคับได้

 

ทำงานก็เหนื่อยนะปวดหลังปวดเอว

เอาวะ มันจะขาดเพระทำงานก็ให้รู้ไป....แต่ก็ไม่ยักขาดสักพักมันก็หายไป

 

นั่งนาน ๆ โอ๊ย ปวด ๆ ๆ เอ๋า

อะไรมันปวดเนี่ย

ปวดแล้วทุกข์ไหม

แล้วยังอยากอีกไหม นี่

 

มันเหนื่อยแบบนี้ค่ะ

เหนื่อยเหรอ อื้ม เจ้า "เหนื่อย" มันหน้าตาอย่างไงหว่า...?

นึกถึงครั้งหนึ่งเมื่อสมัยหนุ่ม ๆ

เคยไปร่วมมวิ่งมาราธอนกับทางมหาวิทยาลัย วิ่ง ๆ ไป ก็ "เหนื่อย" ไป

ใจก็คิดว่า โอ๊ย!เหนื่อย ไม่ไหวแล้ว

แต่ตอนนั้นเองรู้สึกงง ๆ กับเด็กน้อย ๆ สองคน (ประมาณไม่เกิน 10 ขวบ) เขาวิ่งหน้าตาเฉย วิ่งไปยิ้มไป วิ่งแซงเราไปอีกต่างหาก

เราก็คิดว่า พวกเด็ก ๆ นี้เขา "เหนื่อย" กันไม่เป็นหรือไง เห็นวิ่งกันหน้าตาเฉย

เหงื่อเขาก็ออกนะ แต่เขาไม่บ่น ไม่เครียดเหมือนเรา

ไอ้เรานี้เหนื่อยด้วย เครียดด้วย

วิ่งไปก็ถามตัวเองอยู่ตลอดว่า "เรามาวิ่งทำไมวะเนี่ย (ตอนนั้นคงไม่ภาษาสุภาพแบบนี้ 555)" นอนอยู่บ้านดี ๆ ไม่ชอบ จะมาวิ่งให้เหนื่อยทำไมวะ...!

แต่ไหน ๆ ก็มาแล้ว ก็วิ่ง ๆ ไป

วิ่งไปอีกหน่อยคิดอีกแล้ว เฮ้ย เขาแซงหน้าเราไปหมด ถึงช้ากว่าเขา "อาย" เขาอีก

ก็เร่งวิ่งใหญ่ แต่ก็เร่งไม่ได้แค่ไหน ก็ "เหนื่อย" อีก

โอ๊ย อะไร ๆ ทำไมมันวุ่นวายแบบนี้

พอไปอีกสักพัก ก็เจอเด็กพวกนี้อีกแล้ว วิ่งไป เล่นไป สนุกไปเรื่อย แต่ไอ้เรานี่สิ "เหนื่อย" แทบตาย

"เด็กเหนื่อยไม่เป็นเหรอ...?"

หรือว่าเด็กแข็งแรงกว่าหนุ่ม ๆ แบบเรา...?

หรือว่าเด็กเขาไม่รู้จักคำว่า "เหนื่อย...?"

หรือว่าเด็กเขายังเรียนน้อย เขายังโง่อยู่ ก็เลยยังไม่รู้จักคำว่า "เหนื่อย" เขาจึงวิ่งได้ไปเรื่อย ๆ เพราะเขาไม่รู้จักคำว่า "เหนื่อย" นั้นเป็นอย่างไร...

ไอ้เรามันเป็นพวกผู้ใหญ่ "ฉลาด" ทำโน่น ทำนี่ ก็รู้จักไปซะหมด ทำแบบนี้เหนื่อยนะ อดนอนไม่ดีนะ กินอันนี้ก็ไม่ดีนะ เดินท่านี้ก็ไม่ดีนะ ต้องทำอย่างนี้ ห้ามทำอย่างนั้น สงสัยว่าเราจะ "ฉลาด" กันเกินไป...?