GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เบิกบุญมาใช้กรรม ทำได้หรือไม่

ความเห็นต่อความเชื่อของการเบิกบุญมาใช้กรรม
วันนี้เข้าร้านหนังสือ อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง อ่านจนจบแล้วก็ไม่ซื้อ เพราะต่างจากหนังสือหลายเล่มที่อ่านจนจบที่ร้าน ยังต้องซื้อกลับมาอ่านทบทวนที่บ้าน

จับใจความในหนังสือเล่มนั้นได้ว่า การเบิกบุญมาใช้กรรม จะทำให้ชีวิตในปัจจุบันราบรื่นขึ้น ทำได้ ด้วยการสมาทานศีลก่อนนอนทุกคืน ตั้งใจรักษาศีล ทำบุญแล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร สวดมนต์ขณะขายของเพื่อให้ขายดี และการทำบุญที่ให้ผลบุญมาก คือทำบุญกับพระ

ดูเหมือนจะดีนะคะ สอนให้คนรักษากาย วาจาให้เรียบร้อย แต่หากมองลึกลงไป เหล่านี้เป็นเพียงสีลัพพตปรามาส ก่อให้เกิดความคิดที่จะพัฒนาตนหรือจิตได้น้อย และอาจมีส่วนให้คนในสังคมขาดความเอื้อเฟื้อต่อกัน

เพราะอะไรหรือคะ

เพราะรักษาศีลในที่นี้ ไม่ใช่เพราะต้องการเป็นผู้ที่มีจริยธรรม ไม่ทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อเป็นบาทฐานแห่งสมาธิ (เพราะเมื่อรักษากาย วาจา ให้เรียบร้อย ก็ไม่กระทบผู้อื่น ผลคือไม่มีเรื่องเดือดร้อนมารบกวนจิตใจ ก็เกิดสมาธิได้ง่าย หรือเมื่อเกิดความภูมิใจว่าตนไม่ด่างพร้อย จิตก็เกิดปิติอันนำไปสู่สมาธิได้เช่นกัน เมื่อจิตเป็นสมาธิ ก็พร้อมจะนำจิตที่มีกำลังนี้ไปพิจารณาธรรมเพื่อให้เกิดปัญญา และนำปัญยานั้น มาพัฒนาชีวิต) หากเป็นการรักษาแบบทำตามๆกันไป ใครให้ทำก็ทำ รักษาโดยไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงของการรักษา คิดว่ารักษาศีลแล้วจะหลุดพ้น หรือพ้นกรรม ซึ่งก็คือสีลัพพตปรามาสนั่นเอง

ข้อเขียนของท่านให้แง่คิดในการพัฒนาตนแก่ผู้อ่านบ้าง เพราะอย่างน้อยก็ไม่ประกอบอาชีพที่ไม่ผิดศีล แต่อาจไม่มีผลต่อการพัฒนาจิต เพราะความคิดที่เสนอคือ ผู้ที่ต้องการพบสิ่งดีๆในชีวิต เมื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วยศีล ก็จะพบสิ่งดีๆตามมา

ในข้อนี้ ดิฉันเห็นด้วยค่ะ แต่ไม่ทั้งหมด เพราะประโยชน์ที่ได้ เป็นเพียงประโยชน์ปัจจุบัน

แต่ที่ไม่เห็นด้วยอย่างมากคือ การเสนอความคิดว่า ทำบุญกับพระจึงจะได้กุศลสูงสุด และการสวดมนต์ขณะขายของ ความศักดิ์สิทธิ์ของมนต์ที่สวด จะช่วยให้ขายดี

ที่ไม่เห็นด้วย กับที่ว่าทำบุญต้องทำกับพระ จึงจะได้บุญมาก เพราะความคิดนี้ทำให้คนเราขาดความเอื้อเฟื้อกันในสังคม เราอาจไม่อยากทำบุญกับคนตกทุกข์ได้ยาก เพราะได้ผลบุญไม่มาก สู้ทำกับพระไม่ได้ และอาจทำบุญเพื่อหวังผลตอบแทน อันเป็นการทำด้วยกิเลส

การทำบุญที่ได้กุศลสุงสุด คือการทำบุญที่มีนิพพานเป็นอารมณ์ คือทำเพื่อฝึกจิตเราให้รู้จักละ เพื่อประโยชน์ต่อผู้อื่น เพื่อลดทอนความเป็นตัวกู ของกู ดังนั้นจึงไม่จำเป็นว่าต้องทำกับใคร หากเราทำด้วยจิตที่มีนิพพานเป็นอารมณ์ก็ได้กุศลสูงสุดทั้งนั้น แต่ถ้าเผอิญทานหรือบุญนั้น ผู้รับเป็นพระอริยะ กุศลจะเพิ่มทบทวี

ส่วนการทำบุญโดยหวังผลตอบแทนนั้น ทำบุญ ก็ต้องได้บุญอยู่แล้วค่ะ แต่ได้น้อย ไม่มากเท่าการนำบุญที่ไม่หวังผล

ส่วนการสวดมนต์ไป ขายของไป ความศักดิ์สิทธิ์ของมนต์จะช่วยให้ขายดี ข้อนี้ทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยค่ะ

ที่เห็นด้วย คือขณะที่สวดมนต์ จิตย่อมโน้มลงสู่ความสงบ เมื่อสงบ โอกาสจะมีเรื่องมีราวกับผู้อื่นก็น้อย และพลอยยิ้มแย้มแจ่มใส อันช่วยให้ลูกค้าประทับใจ

ส่วนที่ไม่เห็นด้วย คือ ความคิดที่ให้เชื่อในบางอย่างที่ ขลัง บางอย่างที่มองไม่เห็น เพราะศาสนาพุทธไม่ได้สอนให้เราอ้อนวอนต่อสิ่งที่มองเห็นให้ช่วยให้เราได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่สอนให้เราพัฒนาตน พึ่งปัญญาตน และมีความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้างในทางที่ดี ในการพาตนไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น

หากบุญคือน้ำสะอาด บาปคือน้ำสีที่รวมกันอยู่ในแก้ว บาปอาจส่งผลไม่ได้ก็ต่อเมื่อเราเติมน้ำสะอาดลงไปมากๆ จนน้ำสีจางไป จนแทบมองไม่เห็น

paint

ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็หวังว่าสีจะจาง ยังคงดำเนินชีวิตตามปกติ หากไม่มีการพัฒนาตน เพียงเพิ่มการกล่าวว่าจะรักษาศีลก่อนนอนเท่านั้น แล้วชีวิตจะดีขึ้นได้อย่างไร

แทนที่จะตั้งความหวังว่าขอเบิกบุญมาใช้กรรมมาตั้งใจทำความดี พัฒนาตนตามมรรคมีองค์ 8 จะไม่ดีกว่าหรือคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 300450
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 23
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

ความเห็น (23)

 เห็นด้วยค่ะ..ทาน..ศีล..สมาธิ..ปัญญา เป็นส่วนเสริมสู่นิพพาน

สาธุ สาธุ สาธุ ค่ะ

เห็นด้วยค่ะ การทำบุญไม่จำเป็นต้องทำกับพระก็ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ใจค่ะ

ได้ความรู้เพิ่มมากมายค่ะ..."การทำบุญที่ได้กุศลสุงสุด คือการทำบุญที่มีนิพพานเป็นอารมณ์ คือทำเพื่อฝึกจิตเราให้รู้จักละ เพื่อประโยชน์ต่อผู้อื่น เพื่อลดทอนความเป็นตัวกู ของกู" ขอบคุณมากค่ะ

  • สวัสดีครับ
  • แวะมาอ่านบันทึกเพื่อรับสิ่งดีๆ ครับ
  • ขอบคุณครับ

ขอบคุณคุณ นงนาท สนธิสุวรรณ นะคะที่แวะมาแสดงความเห็น

 

สวัสดีค่ะคุณน้าอึ่งอ๊อบ คนสวย แซ่เฮ

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

การทำบุญที่ได้กุศลสุงสุด  คือทำเพื่อฝึกจิตเราให้รู้จักละ เพื่อประโยชน์ต่อผู้อื่น เพื่อความอยาก ลดกิเลส มีเมตตารู้จักเอื้อเฟื้อและแบ่งปัน...

ได้ข้อคิดและสาระมากมายจากบันทึกนี้

ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีค่ะคุณครูสุภาภรณ์

.

ถึงแม้ว่าการทำบุญ ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำกับพระ แต่การทำบุญ หรือการนอบน้อมต่อพระคุณเจ้า ก็ยังเป็นเรื่องจำเป็นอยู่นะคะ

.

พระอาจารย์ อำนาจ โอภาโส ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในนิตยสาร a day ฉบับ 108 ไว้น่าสนใจดังนี้ค่ะ

.

" แม่สอนเด็กให้รู้จักไหว้พระ เพราะการไหว้ คือการเอื้อเฟื้อให้ศาสนายังดูงดงาม น่าเลื่อมใส เราเอื้อเฟื้อต่อส่วนรวม เอื้อเฟื้อต่อพระศาสนา วาสยีงมีร่องรอยที่ผู้คนยังยอมรับอยุ่ มีคุณค่าอยู่ ท่านจะเป็นอย่างไรมันเรื่องส่วนตัว คนที่เข้ามาแค่ชั่วคราว มาแค่ทำหน้าที่สมมติสงฆ์ แต่อย่างน้อย ถ้ายังไม่มีตัวจริง สมมติสงฆ์ก้ยังเก็บคำสอน สวดคำสอนเอาไว้ พอตัวจริงมาก็จะได้ใช้คำสอนนั้นต่อ นี่คือการรักษา ถ้าไม่มีชาวบ้านมาบวชเลย จะทำอย่างไรล่ะ รักษาไว้ก่อน สวดไป ท่องไป วันหนึ่งมีผู้มีปัญญามาศึกษา จะได้ยังมีอยู่"

ขอบคุณคุณ Vij คุณสิงห์ป่าสัก คุณครูอรวรรณ และคุณครูใจดีด้วยนะคะที่แวะมาเยี่ยมกัน

สวัสดีค่ะ

แวะมารับเรื่องบุญค่ะ

บุญอยู่ที่การกระทำ

กรรมอยู่ที่การแต่ง

อันนี้โบราญเค้าว่า

แต่การทำบุญนั้นทำกับใครก็ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการ จิตใจ จุดประสงค์ของผู้ที่จะทำ

ทำแล้วไม่เดือดร้อน สบายใจ ก็เรียกว่าบุญ  บุญอยู่ที่ใจ

มาอีกรอบค่ะ

บุญกับกรรมคนละเรื่องกันค่ะ

จะเอามาใช้แทนกันไม่ได้

บุญคือดวามดีที่สะสม

กรรมคือการกระทำที่ไม่ดีต้องชดใช้

ขอบคุณคุณตุ๊กตาค่ะ ที่มาเขียนเพิ่มเติม

สวัสดีค่ะ...แวะมาเยี่ยมค่ะ...

แวะมาอ่าน

เห็นด้วยครับ เห็นด้วย

สวัสดีค่ะ

- ตามมาเป็นแฟนคลับด้วยคน

- เพิ่งได้รู้จากทีวีเมื่อวาน เรื่องเบิกบุญ

- ตอนนี้มาเติมความรู้อีกทีค่ะ

- ย้ำให้เข้าใจ

สาธุ การให้วิทยาทาน เป็นทำบุญที่ยิ่งใหญ่ค่ะ

 

  • ...สวัสดีครับ...
  • ...บุญ คือแรงเสริม เพิ่มความดี
  • ...กรรม คือผลแห่งการกระทำ
  • ...บุญ และ กรรม  ชดใช้กันไม่ได้ครับ...จริงเปล่า ครับ... 

สวัสดีค่ะ ดีใจจังที่ไปทักทาย ภาพกล้วยไม้วาดเองหรือคะ สวยจัง

การทำบุญที่ได้บุญคือการทำบุญกับพระ บางครั้งก็ไม่เห็นด้วยค่ะ

 การสวดมนต์ให้ขายของดี ถ้าเราคิดว่าขายดีเพราะสวดมนต์ จะทำให้เรามีพลังใจ มีความกระตือรือร้นในการขาย ก็เลยยิ่งขายได้

 

- แวะมาอีกรอบค่ะ

- รายงาน 84000 พระธรรมขันธ์ ตอนเบิกบุญค่ะ

เรื่องของคุณยาย หลาน พูดเรื่องกรรม ที่เคยทำไว้

เรื่องเราดูว่าไม่ใหญ่ แต่เขาไม่ยอม เพราะคุณยายทำกับข้าว

ตั้งแต่สาว ๆ จนแก่เฒ่า ฆ่าปลาผ่าท้องตลอด ไม่รู้กี่ตัว

ตาท่านแนะนำให้ทำบุญ แผ่ส่วนกุศลผลบุญให้เจ้ากรรมนายเวร

แต่ดูคนยาย ท่านจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่

พอแก่ตัวเริ่มปวด ด้วยโรคปวดท้องตลอด สุดท้ายหมอท่านว่าป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้

ยายเคยใส่บาตรทุกวัน แต่ป่วยไม่ได้ใส่ พระท่านถามว่าหายไปไหน

หลานชายตอบว่าป่วย จึงไม่ได้มาทำบุญ หลานชายช่างเป็นคนดี คอยทำบุญ

ตักบาตร ทำสังฆทาน จนพระท่านถามอีกว่าวันอะไรทำไมทำบุญ

หลานตอบเพียงว่า ทำบุญให้ยายเผื่อจะช่วยให้ยายหายป่วย

ท่านเลยบอกว่า ทำไมไม่เบิกบุญมาใช้ล่ะ

งง เราก็งง ที่แท้ก็คือการตั้งจิตอธิฐาน ขอให้ผลบุญที่เคยกระทำทั้งชาติที่แล้ว

ชาตินี้ ส่งผลให้ยายหายป่วย แต่มีอีกอย่างคือ หลานใช้ขอเบิกบุญที่จะทำแน่นอนคือการอุปสมบท มาใช้ก่อน

สุดท้าย คุณยายหายป่วยแล้ว

น่าปลื้มใจจังค่ะ

  • มาเรียนรู้ครับ

มาอ่านเอาความรู้ ขอ ลปรร ที่นี่ ค่ะ

เห็นด้วยอย่างแรงครับ