ต้อหิน
ต้อหิน คือ โรคของเส้นประสาทตาเสื่อม ทำให้ตามัวลงอย่างช้าๆ และเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้มองเห็นชัดเจนเหมือนเดิม
นั่งหน้าจอนานระวังต้อหิน
ดร. มาซากิ ตาเตมิชิ อาจารย์โรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยโตโฮของญี่ปุ่น ได้นำเสนอว่า นอกจากการสูบบุหรี่ และโรคความดันโลหิตสูงแล้ว การนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นโรคสายตาสั้นได้เหมือนกัน สำหรับคนที่มีสายตาสั้นอยู่แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติของประสาทตาเพิ่มมากขึ้น แล้วอาจจะส่งผลให้เป็นโรคต้อหินได้
คณะวิจัยของ ดร. มาซากิ ตาเตมิชิ ได้ทดลองทำแบบสอบถามกับพนักงานที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ พบผู้มีปัญหาในเรื่องสายตาอยู่ 5% และหลังจากทำการตรวจสายตาอย่างละเอียดพบว่า มีผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นต้อหิน
อยู่ 1 ใน 3 จึงสันนิษฐานได้ว่าผู้ที่มีสายตาสั้นแล้วต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ เป็นเวลาติดต่อกัน อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อหินได้
ต้อหินเกิดได้จากหลายๆ สาเหตุ เช่น
1. การใช้ยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ติดต่อกันนานๆ จะทำให้ความดันลูกตาสูงขึ้นและเกิดเป็นต้อหินได้
2. อุบัติเหตุต่อตา เช่น ตีแบดมินตันหรือเทนนิส แล้วถูกลูกแบดมินตันหรือลูกเทนนิสกระแทกใส่ตา ทำให้เกิดแผลภายในลูกตา ทำให้น้ำภายในลูกตาระบายออกไม่ได้ ก่อให้เกิดความดันสูงขึ้นและเกิดต้อหินได้
3. ม่านตาอักเสบ ช่วงที่มีการอักเสบ จะมีปฏิกิริยาภายในน้ำหน้าเลนส์ตา ส่งผลให้โปรตีนหรือเม็ดเลือดขาวลอยไปอุดรูระบายของน้ำภายในลูกตา ทำให้ความดันตาสูงขึ้นได้
4. สาเหตุอื่นๆ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ที่ไม่เคยได้รับการตรวจจอประสาทตาจากจักษุแพทย์ จนกระทั่งเกิดเบาหวานขึ้นจอตา
การป้องกันและสังเกตตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงต้อหิน
ระยะแรกๆ ต้อหินจะไม่มีอาการใดๆเลย บางรายอาจมีอาการปวดตาบางครั้ง ซึ่งมีสาเหตุหลายอย่าง เช่น ใช้คอมพิวเตอร์นานๆ และส่วนใหญ่แพทย์มักวินิจฉัยต้อหินเมื่อมีอาการมากแล้ว
ดังนั้น ใครก็ตามที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไปจำเป็นต้องไปตรวจตากับจักษุแพทย์ประมาณปีละ 1 ครั้ง
สำหรับคนที่เป็นต้อหินระยะแรกอาจจะมีอาการปวดตาข้างเดียวหรือ 2 ข้างก็ได้ หรือมองเห็นแสงสีรุ้งรอบดวงไฟ
ต้อหิน
ต้อหิน คือ โรคของเส้นประสาทตาเสื่อม ทำให้ตามัวลงอย่างช้าๆ และเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้มองเห็นชัดเจนเหมือนเดิม
นั่งหน้าจอนานระวังต้อหิน
ดร. มาซากิ ตาเตมิชิ อาจารย์โรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยโตโฮของญี่ปุ่น ได้นำเสนอว่า นอกจากการสูบบุหรี่ และโรคความดันโลหิตสูงแล้ว การนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นโรคสายตาสั้นได้เหมือนกัน สำหรับคนที่มีสายตาสั้นอยู่แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติของประสาทตาเพิ่มมากขึ้น แล้วอาจจะส่งผลให้เป็นโรคต้อหินได้
คณะวิจัยของ ดร. มาซากิ ตาเตมิชิ ได้ทดลองทำแบบสอบถามกับพนักงานที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ พบผู้มีปัญหาในเรื่องสายตาอยู่ 5% และหลังจากทำการตรวจสายตาอย่างละเอียดพบว่า มีผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นต้อหิน
อยู่ 1 ใน 3 จึงสันนิษฐานได้ว่าผู้ที่มีสายตาสั้นแล้วต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ เป็นเวลาติดต่อกัน อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อหินได้
ต้อหินเกิดได้จากหลายๆ สาเหตุ เช่น
1. การใช้ยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ติดต่อกันนานๆ จะทำให้ความดันลูกตาสูงขึ้นและเกิดเป็นต้อหินได้
2. อุบัติเหตุต่อตา เช่น ตีแบดมินตันหรือเทนนิส แล้วถูกลูกแบดมินตันหรือลูกเทนนิสกระแทกใส่ตา ทำให้เกิดแผลภายในลูกตา ทำให้น้ำภายในลูกตาระบายออกไม่ได้ ก่อให้เกิดความดันสูงขึ้นและเกิดต้อหินได้
3. ม่านตาอักเสบ ช่วงที่มีการอักเสบ จะมีปฏิกิริยาภายในน้ำหน้าเลนส์ตา ส่งผลให้โปรตีนหรือเม็ดเลือดขาวลอยไปอุดรูระบายของน้ำภายในลูกตา ทำให้ความดันตาสูงขึ้นได้
4. สาเหตุอื่นๆ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ที่ไม่เคยได้รับการตรวจจอประสาทตาจากจักษุแพทย์ จนกระทั่งเกิดเบาหวานขึ้นจอตา
การป้องกันและสังเกตตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงต้อหิน
ระยะแรกๆ ต้อหินจะไม่มีอาการใดๆเลย บางรายอาจมีอาการปวดตาบางครั้ง ซึ่งมีสาเหตุหลายอย่าง เช่น ใช้คอมพิวเตอร์นานๆ และส่วนใหญ่แพทย์มักวินิจฉัยต้อหินเมื่อมีอาการมากแล้ว
ดังนั้น ใครก็ตามที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไปจำเป็นต้องไปตรวจตากับจักษุแพทย์ประมาณปีละ 1 ครั้ง
สำหรับคนที่เป็นต้อหินระยะแรกอาจจะมีอาการปวดตาข้างเดียวหรือ 2 ข้างก็ได้ หรือมองเห็นแสงสีรุ้งรอบดวงไฟ
ขอบคุณค่ะ จะพยายามลดการจ้องจอคอมลงบ้างค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ต้องลดเวลานั่งหน้าจอซะแล้ว
โอ้ย มาทั้งกล่องเลย ตัวเล็กไปนะ แต่ก็โอเค