ตั้งแต่เมื่อวานเย็น จนถึงเช้านี้ก็ยัง "มึน ๆ ตื้อ ๆ" อยู่เช่นเดียวกัน

เมื่อวานนี้เราโง่ถูก "โทสะ" เข้าครอบงำ มึน ๆ อยู่กับช่างที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ

ไอ้ใจเรามันก็เร็ว คิดอยากได้โน่น อยากได้นี่ พอเขาทำอะไรไม่ได้ตามใจหน่อยก็โกรธ ก็โมโห

อารมณ์แบบนี้เป็นการสุมไฟในใจของตัวเอง

ความคิดที่ดี ๆ จะไม่สามารถเกิด สามารถมีกับคนที่กำลังจุดไฟเผาตัวเองได้เลย

ถึงแม้นว่าจะหายโกรธ เลิกโมโหแล้ว แต่เศษซากของเพลิงที่ได้เผาไหม้ ได้ทำลายล้างนั้นยังคงอยู่

จิตใจนี้ก็เปรียบได้ดั่งป่าไม้ที่สวยงาม ชุ่มชื้น เขียวขจี แต่เมื่อถูก "ไฟป่า" เผาไหม้แล้วก็ย่อมดำเป็น "ตอตะโก..."

จากใบไม้ ต้นไม้ แก่นไม้ ที่มีประโยชน์ก็กลายเป็น "ขี้เถ้า"

จากสมอง ความคิด ที่เคยดี เคยมีอยู่ก็จะเหลือแต่เพียงเงา ก็เพราะเรายังหมกหมุ่นอยู่ใน "อารมณ์"

อารมณ์ต่าง ๆ นี้สำคัญนัก ต้องรู้จักปล่อย รู้จักวาง ซึ่ง "อารมณ์"

อารมณ์เสียก็เหมือนดั่ง "ไฟเผา"

อารมณ์ดี ๆ ก็เปรียบเสมือน "น้ำท่วม"

ดีใจมาก ตื่นเต้นมากก็เปรียบได้ดั่ง "สึนามิ" เลยดีเดียว

ต้องรู้จักทำใจให้ "เฉย ๆ" ต่อสิ่งที่มากระทบ มีสิ่งใดมากระทบแล้วต้องไม่ "กระเทือน"

"ลมหายใจ" ที่เองจะเป็นเพื่อนคอยย้ำเตือนไม่ให้เรา "กระเทือน" ได้

อารมณ์เสียปุ๊บ ต้องหายใจเข้าสบายปั๊บ

อารมณ์ดีใจปุ๊บ ต้องหายใจออกสบายปั๊บ

ปล่อยวางอารมณ์ทั้งดีและเสีย จะต้องไม่อ่อนเพลียกับจิตใจที่ถูก "ทำลาย..."

 

นี่แลจึงเรียกว่า "คนโง่" ดังนั้นพวกเราสมาชิกชมรมคนโง่ เอ๊ยไม่ใช่ "ชมรมนักปั่น" จะต้องถอดบทเรียน "ความโง่" ของเราทั้งหลาย

รู้จักย้อนคิดไปหา "ความโง่" ของตนเอง ยอมรับความโง่ของตนเองนั้น

เปิดประตูใจเพื่อเอาใจใส่ความโง่ทั้งหลายของเรา

เมื่อก่อนเราวิ่งหนีด้วยการ "ไม่ยอมรับ" ความโง่มานานแล้ว

เมื่อก่อน เมื่อใดที่รู้สึกโง่ เราก็จะโง่หิน หาหนังสือ มาปิดทับความโง่เอาไว้

หนังสือหรือแม้กระทั่งหินที่หนัก ๆ ทั้งหลาย เมื่อใดที่ถูกยกออก หยิบออก ความโง่ต่าง ๆ ก็ยัง "ปรากฎ" ยังอยู่ภายใต้หินทั้งหลายนั้น

วันนี้ขอให้เราเปิด เรายกหินทั้งหลายนั้นขึ้นมา เพื่อให้เห็นความโง่ของเราแบบ "จะจะ" ตากันสักหน่อย

เห็นแล้วจะได้รู้ รู้แล้วจะได้ยกความโง่นั้นออกไป

ยกความโง่ออกจากจิตใจ ต้องเริ่มต้นจากการที่ใจยอมรับความโง่ของตนเอง...


ที่มาจากบันทึก ริ เริ่ม ปีนเกลียวความรู้....