การสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์... เพื่อไม่ให้มืดแปดด้าน

       ประสบการณ์การสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ในแต่ละมหาวิทยาลัยทำให้ดิฉันได้เรียนรู้ว่า แต่ละมหาวิทยาลัยมีรูปแบบการสอบโครงร่างและวิทยานิพนธ์ที่หลากหลายกันไป แต่ทุกรูปแบบล้วนแล้วก่อขึ้นเพื่อรักษามาตรฐานทางวิชาการทั้งสิ้น

       ดิฉันเดินทางจากพิษณุโลกไปสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ สาขาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาท้องถิ่น...ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ด้วยเหตุผลที่ว่า...เมื่อมีโอกาสต้องทดแทนบุญคุณสถาบันการศึกษา...ที่ได้บ่มเพาะความเป็นครูตลอดระยะเวลา ๔ ปีในโครงการคุรุทายาท ครั้งที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังคงสถานะเป็นวิทยาลัยครู

        นักศึกษาที่เข้าสอบเป็นท่านหนึ่งเป็น อาจารย์ระดับชั้นมัธยมศึกษาในสถานศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร เสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์ในหัวข้อ “การพัฒนาตู้อบผลิตภัณฑ์ประติมากรรมปูนปลาสเตอร์ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์” อาจารย์กวีศิลป์  สายคำทร และท่านที่สอง เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร เสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์ในหัวข้อ “การผลิตกระดาษจากใบอ้อยและกาบกล้วยไข่เพื่อใช้ในงานหัตถกรรม” อาจารย์ศศิวรรณ  พลายละหาร ทั้งสองเรื่องใช้ปัญหาในท้องถิ่นเป็นฐานการคิดหรือที่มาของโครงร่าง

        ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่มีโอกาสในการรับใช้สถาบันการศึกษาเก่า...วิทยาลัยครูกำแพงเพชร แต่ไม่ว่ากี่ครั้งต้องอดชื่นชมกระบวนการสอบที่ยังคงรักษามาตรฐานได้อย่างงดงาม

        ๑. รักษาทั้งมาตรฐานทางวิชาการตามเกณฑ์ของ สกอ.

        ๒. รักษาความเป็นหนึ่งเดียวกันในภาควิชาที่ให้เกียรติคณาจารย์ทุกท่านเป็นกรรมการสอบ

        ๓. รักษามาตรฐานระเบียบวิธีที่ใช้ในการทำวิทยานิพนธ์ที่ต้องทำวิจัยเชิงพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์กับท้องถิ่น

        กว่าจะสร้างมหาบัณฑิตได้สักคนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว จึงน่าชื่นชมมหาวิทยาลัยที่ต้องปรับตัวเพื่อสร้างมหาบัณฑิตท่ามกลางกระแสของคุณภาพที่สังคมถามหา และทุกครั้งในการสอบก็เป็นบทพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า ประสบการณ์จากอาจารย์ที่คร่ำหวอดในศาสตร์ถึงไม่มีคำหน้านามว่า ดร.หรือ รศ. ต่างก็มีจุดเด่นที่สามารถเติมเต็มให้นักศึกษานำองค์ความรู้สากลไปเชื่อมโยงหรือยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสมกับเป็นสาขาวิชาเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

        บางครั้งมาตรฐานก็ทำให้เราเจ็บปวด...ในปลายปีที่ผ่านมาดิฉันต้องกลับไปสอบวิทยานิพนธ์รอบที่สองให้ลูกศิษย์ที่มหาวิทยาลัยเดิมก่อนโอนมามหาวิทยาลัยแห่งใหม่ ด้วยเหตุว่า วิทยานิพนธ์เล่มนั้นมีอาจารย์ที่ปรึกษาไม่ได้ตามเกณฑ์ สกอ. หรือ/และไปสอบใหม่ในนามผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกทั้งที่เคยสอบผ่านไปแล้ว อาจารย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาเฝ้าพร่ำสอนปรับแก้วิทยานิพนธ์ของลูกศิษย์จนเป็นเล่ม แต่สุดท้ายท่านกลับโดนตัดชื่อออกจากการเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์..เพื่อรักษามาตรฐาน

       อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเรื่องของมหาวิทยาลัยที่ต้องรับผิดชอบในการวางแผนพัฒนาบุคคลากรระยะยาว แต่ในช่วงเวลาเร่งด่วนสิ่งที่ต้องทำคือ รับผิดชอบที่จะสานต่อให้นักศึกษาสำเร็จการศึกษา ส่วนหนึ่งของสังคมอย่างดิฉันคงช่วยได้แค่นี้ ดิฉันจึงรีบจัดการภาระการสอนและเต็มใจเดินทางไปสอบ ทั้งที่จริงแล้วเป็นคนไม่ชอบเดินทางเท่าไรนัก