การทำบุญวันสารท ควรถือเป็นการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ญาติสนิทมิตรสหายทั้งที่ล่วงลับไปแล้วและยังมี ชีวิตอยู่เพราะเป็นช่วงที่ว่างจากการทำนาบ้างหรือไม่เร่งรัดเหมือนกับช่วงปักดำ หรือช่วงเก็บเกี่ยว
ประเพณีวันสารทเดือนสิบ
การทำบุญวันสารทเดือนสิบ หรือภาษาท้องถิ่นเรียกว่า วันชิงเปรตนั้นในเดือนสิบ(กันยายน) มีการทำบุญที่วัด 2 ครั้ง
ครั้งแรก วันแรม 1 ค่ำ เดือนสิบเรียกว่า วันรับเปรต
ครั้งที่สองวันแรม 15 ค่ำ เดือนสิบเรียกว่า วันส่งเปรต
การทำบุญทั้งสองครั้งเป็นการทำบุญที่แสดงถึงความกตัญญูต่อบุพการีผู้ล่วงลับไป แล้วโดยอุทิศส่วนกุศลไปให้วิญญาณของบรรพบุรุษที่ตกอยู่ในเปรตภูมิเป็นคติของ ศาสนาพราหมณ์ที่ผสมในประเพณีของพุทธศาสนา พุทธศาสนิกชนนิยมไปทำบุญ ณ วัดที่เป็นภูมิลำเนาของตนเพื่อร่วมพิธีตั้งเปรตและชิงเปรตอาจสับเปลี่ยนกันไปทำบุญ ณ ภูมิลำเนาของฝ่ายบิดาครั้งหนึ่งฝ่ายมารดาครั้งหนึ่งจึงทำให้ผู้ที่ไปประกอบ อาชีพจากถิ่นห่างไกลจากบ้านเกิดได้มีโอกาสได้กลับมาพบปะสังสรรค์และรู้จักวงศาคณาญาติเพิ่มขึ้น
ขนมเดือนสิบ จัดขึ้นโดยเฉพาะใช้ในโอกาสทำบุญเดือนสิบ ที่จำเป็นมี 5 อย่าง คือ
1.ขนมลา เป็นสัญลักษณ์แทนเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม
2.ขนมพอง เป็นสัญลักษณ์แทนแพ สำหรับญาติผู้ล่วงลับใช้เดินทาง
3.ขนมกง ( ขนมไข่ปลา ) เป็นสัญลักษณ์แทนเครื่องประดับ
4.ขนมเจาะรูหรือขนมเจาะหูหรือขนมเบซำ เป็นสัญลักษณ์แทนเงินสำหรับใช้จ่าย
5. ขนมบ้า เป็นสัญลักษณ์แทนสะบ้า สำหรับใช้เล่นสะบ้าในวันสงกรานต์
ในวันแรม 1 ค่ำเดือนสิบ ชาวบ้านจัดภัตตาหารไปทำบุญที่วัดชาวบ้านเรียกวันนี้ว่าวันชิงเปรตเป็นวันที่ยมบาลเปิดนรกปล่อยเปรตชนมาเยี่ยมลูกหลาน ลูกหลานก็ทำบุญต้อนรับครั้งหนึ่งใน วันแรม 15 ค่ำเดือนสิบเรียกว่าวันส่งเปรตเป็นวันที่เปรตชนต้องกลับยมโลก ลูกหลานก็จะทำบุญเลี้ยงส่งอีกครั้งหนึ่ง
ประเพณีปฏิบัติ
ก่อนวันงาน ชาวบ้านจะทำขนมที่เรียกว่า กระยาสารท และขนมอื่น ๆ แล้วแต่ความนิยมของแต่ละท้องถิ่นในวันงาน ชาวบ้ายจัดแจงนำข้าวปลา อาหาร และข้าวกระยาสารทไปทำบุญตักบาตรที่วัดประจำหมู่บ้าน ทายก ทายิกา ไปถือศีล เข้าวัด ฟังธรรม และรักษาอุโบสถศีล นำข้าวกระยาสารท หรือขนมอื่นไปฝากซึ่งกันและกันยังบ้านใกล้เรือนเคียง หรือหมู่ญาติมิตรที่อยู่บ้านไกลหรือถามข่าวคราวเยี่ยมเยือนกัน
|
|
วันสารท เป็นวันที่ถือเป็นคติและเชื่อสืบกันมาว่า ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว จะมีโอกาสได้กลับมารับส่วนบุญจากญาติพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้น จึงมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติในวันนี้และเชื่อว่า
|
|
วันเวลา
การกำหนดทำบุญวันสารท มีความคลาดเคลื่อนกันบ้างในแต่ละท้องถิ่นของไทย เช่น
ภาคกลาง กำหนดในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10
ภาคใต้ กำหนดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 เป็นวันรับตายาย และวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เป็นวันส่งตายาย
ชาวมอญ กำหนดวันขึ้น 15 ค่ ำ เดือน 11
อย่างไรก็ตาม สารทไทยโดยทั่วไป ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เนื่องจากนับถัดจากวันสงกรานต์ ตามจันทรคติจนถึงวันสารทจะครบ 6 เดือน พอดี
ประเพณีสังวร
วิธีปฏิบัติในการทำบุญวันสารทจะมีความแตกต่างกันออกไป แล้วแต่หมู่ชน และขนบธรรมเนียมประเพณีตามภูมิภาค ควรยอมรับว่าแต่ละท้องถิ่นมีความแตกต่างกัน และปฏิบัติตามแต่ละท้องถิ่นจะนิยม
การทำบุญวันสารท ควรถือเป็นการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ญาติสนิทมิตรสหายทั้งที่ล่วงลับไปแล้วและยังมี ชีวิตอยู่เพราะเป็นช่วงที่ว่างจากการทำนาบ้างหรือไม่เร่งรัดเหมือนกับช่วงปักดำ หรือช่วงเก็บเกี่ยว
การไปวัดฟังธรรมในอดีต มักเป็นเรื่องของคนเฒ่าคนแก่เป็นส่วนใหญ่ในวันเช่นนี้ควรส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนและคนหนุ่มสาว ไปวัดทำบุญและรักษาศีลให้มากขึ้น เพราะเป็นวัยที่ยังมีพลังที่จะเป็นหลักต่อไปในอนาคต และเป็นช่วงเวลาที่ไม่เร่งรัดงานมากนัก
พระสงฆ์ควรเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่ประเพณีวันสารทให้ประชาชนเข้าใจและรู้ซึ้งถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริง เพื่อส่งเสริมให้สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
ควรส่งเสริมฟื้นฟูประเพณีวันสารท ให้มีการปฏิบัติกันอย่างกว้างขวางในหมู่คนไทยทุกกลุ่ม เพื่อเป็นที่รู้จักและแพร่หลายต่อไป
กิจกรรมวันสารทให้แก่ผู้ที่ล่วง ลับไปแล้ว การตักบาตรจึงมีลักษณะที่แตกต่างกันไปในลักษณะที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นนั้น ๆ การตักบาตรที่สำคัญในแต่ละท้องถิ่นได้แก่
ตักบาตรขนมกระยาสารท
ขนมกระยาสารทเป็นขนมประจำวันสารทในทุกท้องถิ่นของประเทศไทย ซึ่งจะขาดเสียมิได้ด้วยมีความเชือที่ว่า ถ้าไม่ได้ใส่บาตรขนมกระยาสารทในวันสารทไทยแล้ว ญาติผู้ล่วงลับก็จะไม่ได้ส่วนบุญส่วนกุศลที่กระทำในวันนั้น ขนมกระยาสารทมีส่วนประกอบ คือ ข้าวตอก ข้าวเม่า ถั่ว งา และน้ำตาล นำทั้งหมดมากวนเข้าด้วยกัน เมื่อสุกแล้วจึงนำมาปั้นเป็นก้อนกลม หรือจะตัดเป็นแผ่นก็ได้
ตักบาตรน้ำผึ้ง
เป็นที่นิยมในบางท้องถิ่นเท่านั้น โดยส่วนใหญ่มักเป็นชาวไทยมอญ ที่นิยมตักบาตรน้ำผึ้ง ประเพณีการตักบาตรน้ำผึ้ง เนื่องจากมีเรื่องเล่าตามพุทธประวัติว่า "ในสมัยพุทธกาลพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จจำพรรษา ณ ป่าปาริไลยก์ เพียงพระองค์เดียว แต่มีผู้ถวายอุปัฏฐากเป็นช้างปาริเยยกะ เป็นผู้คอยถวายน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และลิงเป็นผู้หาผลไม้มาถวาย วันหนึ่งลิงได้นำน้ำผึ้งมาถวาย การถวายน้ำผึ้งจึงเป็นประเพณีปฏิบัติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา"
- ฟังธรรมเทศนา
- ถือศีลภาวนา
- ปล่อยนกปล่อยปลา
ส่วนตัวผู้เขียนนั้นไปทำบุญที่บ้านเกิด จ.นครศรีธรรมราชและไปที่วัดสวนพลาราม นำภาพบรรยากาศมาฝากค่ะ

ปิ่นโตและขนมพอง ขนมลา ขนมไข่ปลา ขนมไข่บ้า ขนมดีซำ
เตรียมไว้เพื่อจะไปวัดกับพี่ๆน้องๆที่บ้าน

เมื่อไปถึงวัดนำภาพพระพุทธรูปมาฝาก

ไปคล้องมาลัยเพื่อบูชาคุณพ่อและภาพคุณแม่ พี่ๆ หลานๆ
หลังจากนั้นไปที่ร้านตั้งเปรตเพื่อนำของไปตั้งเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับวิญญาณบรรพบุรุษ

ขนมที่นำมาตั้งที่ร้านตั้งเปรต
ตั้งไว้สักพักก็นำของที่ตั้งไว้กลับมาได้ ความเชื่อมีอยู่ว่าเมื่อได้ทานของที่ตั้งเปรตเข้าไปแล้วทำให้ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ คนโบราณเขาเล่าให้ฟังค่ะ

สวัสดีค่ะ
แวะมาชมงานสารทเดือนสิบค่ะ
ที่ปากพนังกับที่อื่นๆจะเหมือนกันหรือเปล่า
สวัสดีค่ะครูจิ๋ว
กอก็ไปรับไปส่งมาแล้วค่ะ
ถามแม่ว่า ไปรับอย่างเดียวไม่ได้เหรอ
แต่พ่อตอบว่าไม่ได้ ต้องไปส่งด้วย เดี๋ยวไม่ไปส่งเค้าก็ไม่กลับ
แล้วเราไม่ทำบุญให้ แล้วเค้าจะกินอะไรกัน
พ่อกอพูดถูกมั้ยค่ะ หรือว่าพูดเล่นก็ไม่รู้ค่ะ
โอ้โห ปิ่นโตผู้ผ้าสีแดงเหมือนของแม่เลยค่ะ อิอิ กลัวหาย หมายเอาไว้จะได้จำง่าย ๆ
กอว่าน่าจะทำเป็นตุ๊กตาแขวนไว้น่ะค่ะ จะได้ดูน่ารักหน่อยค่ะ
ส่วนภาคอิสาน..เรียกกันว่า..บุญข้าวสาก หรือบุญสลากภัต
http://www.youtube.com/watch?v=qLRIl-lz-WQ
สวัสดีค่ะ คุณตุ๊กตา
เราเองก็ไม่ได้ไปเที่ยวงานเดือนสิบหรอกนะ
ไปเฉพาะที่วัด
งานเดือนสิบก็คงน่าจะสนุกซินะ
งานเดือนสิบที่อื่นๆน่าจะลองนำภาพกิจกรรมมาแลกเปลี่ยนกันดูบ้างนะ
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมจ้ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุดสายป่าน
ก็แล้วแต่ความเชื่อและความศรัทธาซินะ
เราก็ลบหลู่ไม่ไ้ด้จริงไหมคะ
อ๋อ...ปิ่นโตผูกผ้าสีแดง แม่นแล้วคือการหมายเอาไว้ กันหาย
ขนาดว่ากันหายแล้วยังหาไม่ค่อยจะเจอเลยจ้ะ อิ อิ อิ
นมัสการ มหาน้อย..ศิษย์หลวงปู่่โต
ขอบพระคุณที่นำข้อมูล มาแบ่งปัน
สาธุ
สวัสดีครับคุณจิ๋ว
ไปทำบุญมาเหมือนกัน แต่ที่นี่ไม่ได้"ชิงเปรต" บางบ้านเรา เลยอดชิงเลย
แต่ก็ถือโอกาสทำบุญให้ตายายไปเช่นเดียวกัน
ขอไห้ได้บุญเยอะๆ นะครับ ในวันทำบุญครั้งนี้
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ คุณบินหลาดง
ขอบคุณค่ะ
ขอให้คุณบินหลาดง ได้รับผลบุญเยอะๆเช่นกันนะคะ
ตอนเด็ก ๆ จำได้ว่าพ่อให้ขี่คอ แล้วปีนขึ้นไปเอาของกิน ผลไม้ ที่บนร้านตั้งเปรต
พอโตขึ้นมาหน่อย...ก็ให้เด็ก ๆ เดินตามถาดซึ่งมีขนม ผลไม้ แกง...เดินตามไปจนใกล้กำแพงวัด แล้วผู้ใหญ่ก็วางลง...ทีนี้ถึงคิวเด็ก ๆ ยื่นมือเข้าไปหยิบสิ่งที่ตนเล็งเอาไว้...สนุกมากค่ะ...แต่ตอนนี้...บางสิ่งบางอย่างกลับหายไป...
สวัสดีค่ะ คุณvij
พูดถึงร้านตั้งเปรต
เมื่อวานไปดู หนังเรื่อง 5 แพร่ง มีเปรตเยอะเลยละ
หนังเรื่องนี้ มีเครียดบ้าง สนุกบ้าง
ขอบคุณที่เข้ามาชม เรายังอยู่เป็นเพื่อนยามดึกดื่น
มาเยี่ยมยามดึกครับ
ว่าจะไปดู ๕ แพร่ง เหมือนกัน แต่เขาว่าน่ากลัว..
สวัสดีค่ะ คุณหนานเกียรติ
สนุกมากๆ น่ากลัวด้วย มีขำขันด้วย
เล่าให้ฟังไม่เท่ากับไปดูเอง
คอยลุ้นแต่ผี ของแต่ละตอนๆ
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ และยินดีที่ได้รู้จักค่ะ