การคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว

ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาที่มีมานานในทุกสังคม เดิมเรื่องความรุนแรงในครอบครัวถือเป็นเรื่องที่สังคมไทยปกปิดเพราะความเชื่อที่ว่าความรุนแรงในครอบครัวถือเป็นเรื่องส่วนตัว ปัจจุบันจากข่าวสารที่ปรากฏในสื่อต่างๆ จะเห็นได้ว่ามีเหตุรุนแรงในครอบครัวโดยการใช้กลไกทางกฎหมายที่มีอยู่ คือประมวลกฎหมายอาญา ยังไม่เอื้อต่อการใช้สิทธิของผู้ถูกกระทำ ซึ่งมักเป็นเด็กและสตรี เนื่องจากความสัมพันธ์พิเศษระหว่างผู้กระทำกับผู้ถูกกระทำ บางกรณีผู้ถูกกระทำไม่ประสงค์ให้ผู้กระทำต้องรับโทษ และกระบวนการทางอาญาใช้ระยะเวลาดำเนินการนาน ส่งผลให้สตรีต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายภาระในครอบครัว การต้องพึ่งพิงผู้กระทำในการดำเนินชีวิตประจำวัน รวมทั้งความอับอายในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้สตรีไม่อาจหาทางออกให้หลุดพ้นจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้ จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายเฉพาะเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น

เนื่องจากการแก้ปัญหาการทำร้ายกันหรือการใช้ความรุนแรงในครอบครัวมีความซับซ้อนละเอียดอ่อนเกี่ยวพันกับบุคคลใกล้ชิดในครอบครัว ซึ่งมีลักษณะพิเศษแตกต่างจากการทำร้ายร่างกายระหว่างบุคคลโดยทั่วไป การใช้มาตรการลงโทษทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาบังคับการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวจึงไม่เหมาะสม เนื่องจากกฎหมายอาญามีเจตนารมณ์ที่จะลงโทษผู้กระทำความผิดมากกว่าที่จะแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดหรือปกป้องคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ดังนั้น การมีกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว จึงมีความเหมาะสมกว่าการใช้กระบวนการทางอาญา เพราะสามารถกำหนดรูปแบบ วิธีการ และขั้นตอนที่มีลักษณะแตกต่างจากการดำเนินคดีอาญาโดยทั่วไป โดยให้ผู้กระทำความผิดมีโอกาสกลับตัวและยับยั้งการกระทำผิดซ้ำ รวมทั้งสามารถรักษาความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวไว้ได้