ขณะนี้ ดูเหมือนอุปสรรคต่างๆ ของเด็กชาย หม่อง ทองดี จะหมดไป หลังจากการเเข่งขันเครื่องบินกระดาษพับที่ประเทศญี่ปุน ซึ่งเด็กชายหม่อง ได้เหรียญทองประเภททีม เเละเหรียญทองแดงประเภทบุคคลอายุไม่เกิน 12 ปี  เหลือเพียงเรื่องสัญชาติ ที่นักข่าวเฝ้าถามหม่อง ครอบครัว เเละผู้มีอำนาจสั่งการทั้งหลาย  หน่วยงานต่างๆ เเย่งชิง รุมให้ความช่วยเหลือ และข้อเสนอ "อาจจะ"ได้รับสิ่งต่างๆ ในอนาคต กับเด็กชายไร้สัญชาติผู้นี้

 

ในฐานะของผู้เฝ้าติดตามข่าว จากวันที่หม่องปรากฏตัวในฐานะ "พม่า" จนวันนี้บางสื่อเรียกเขาว่า เด็กไทยไร้สัญชาติ ยังมีคำถามเเทงใจมากมายที่สื่อไม่คิดจะถาม คำถามหนึ่ง ซึ่งจะคลี่คลายเป็นเมฆหมอก หรือฟ้าหลังฝนสำหรับหม่องเเละครอบครัว

 

รัฐบาลไทยประกาศว่าเเรงงานข้ามชาติสัญชาติ "พม่า" จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติให้เเล้วเสร็จภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 เพื่อทำหนังสือเดินทางชั่วคราวเเละขอวีซ่า เข้ามาทำานในประเทศไทย  เเรงงานที่เข้ามาทำงานในอัตรา "กรรมกร" รายวัน ได้ค่าจ้างเท่ากับ หรือน้อยกว่าอัตราค่าจ้างเเรงงานขั้นต่ำ จะต้องดำเนินการเรื่องการขออนุญาตเข้าเมือง ขอทำพาสสปอร์ต ขอต่อวีซ่า เช่นเดียวกับนักลงทุนเเละมนุษย์เงินเดือนต่างด้าว ฝรั่ง ญี่ปุ่น เกาหลี 

 

หลังจากวันนี้ จะไม่มีเเรงงานข้ามชาติ "เข้าเมืองผิดกฎหมาย" อีก

 

สำหรับครอบครัวเด็กชายหม่อง ขณะนี้ยังไม่ทราบเรื่องการดำเนินการพิสูจน์สัญชาติ เพราะมีข่าวลือในหมู่เเรง งานข้ามชาติว่า ถ้าไปพิสูจน์สัญชาติแล้ว ครอบครัวที่ประเทศต้นทางจะถูกเก็บเงิน รีดภาษี หรือข่มขู่คุกคาม แรงงานจำนวนไม่น้อยจึงไ่ม่มั่นใจที่จะเข้าสู่กระบวนการนี้ 

 

กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ ยังทำให้เเรงงานต้องเสียเงินเพื่อเดินทางไปชายแดนไทยและพม่า เเละเสียค่าธรรมเนียมต่างๆ สำหรับตนเองเเละสมาชิกครอบครัว จำนวนเงินที่เสียไป อาจดูเล็กน้อยสำหรับคนเมือง เเต่สำหรับเเรงงานข้ามชาติ ที่มักได้เงินค่าจ้างน้อยกว่าเเรงงานขั้นต่ำ พวกเขาอาจต้องกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อดำเนินการพิสูจน์สัญชาติ ทั้งนี้ยังไม่นับว่าเเรงงานจำนวนไม่น้อยอาจจะไม่ทราบเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

 

เเละท้ายที่สุด ถ้าเเรงงานไม่ผ่านกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ หรือเเรงงานผ่านการพอสูจน์สัญชาติ เเต่ผู้ติดตาม เช่น ลูกๆ ไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทย  เด็กๆ เหล่านี้จะถูกผลักดันออกนอกประเทศไทยหรือไม่    

 

หลังจากน้องหม่องเดินทางกลับสู่ประเทศไทย พร้อมเหรียญรางวัลติดไม้ติดมือ ดูเหมือนอนาคตของน้องหม่อง จะมีผู้ใหญ่ยื่นมือช่วยเหลือ เพื่อดำเนินการด้านสถานะบุคคล ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศ หรือเด็กในโรงเรียน หรืออย่างน้อยอาจมีการผ่อนผันเพื่อให้น้องหม่องได้รับเเละครอบครัวมีสถานะใดสถานะหนึ่งในอนาคตทั้งในด้านสถานะบุคคลเเละสถานะการอาศัย

 

สำหรับแรงงานข้ามชาติคนอื่นๆ  ที่ไม่ได้มีทุนทางสังคมเเละเป็นอัจฉริยะด้านใดด้านหนึ่ง เป็นเพียงมดงานราคาถูกธรรมดา ที่ขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจไทย ด้วยการเป็นเเรงงานราคาถูกเเสนถูก ดูเหมือนอนาคตนี้เเทบจะมองไม่ค่อยเห็น