โกรธ คือ โง่ โมโห คือบ้า

เมื่อวานหลังจากที่พบหมอตาแล้วก็รู้ว่าสายตาตัวเองนั้นสั้นมากขึ้นจากเดิม 150 เป็น 200 และได้ให้น้ำตาเทียมมา 3 กล่อง เพราะเห็นว่าใช้คอนแทคเลนเป็นประจำ  โดยแนะนำว่าหลังเลิกงานกลับถึงบ้านให้ถอดคอนแทคเปลี่ยนมาใส่แว่นแทน

นึกๆไปก็เลยตัดสินใจไปตัดแว่นที่ตึกคอมฯ เดินเข้าไปในร้านเลือกกรอบได้แล้ว เอ..ต้องบอกว่าเลือกขาแว่นได้แล้ว เพราะชอบที่ไม่มีกรอบมากกว่า 

คราวนี้มีพนักงานคนอีกคนพาไปวัดสายตา พอผลออกมาสั้นแค่ 100 เราก็เกิดความสงสัย  เพราะค่ามันแตกต่างกันมากกับที่โรงพยาบาล ด้วยความไม่รู้เลยถามพนักงาน  เขาก็บอกว่าวัดคนละตัวกันมั้ง แล้วก็จะให้ลองใส่แว่น เราก็ถามอีกเพราะยัง งง งง  เขาก็ถามเราว่าเอาค่าที่วัดจากหมอมาไหม  พอเราบอกว่าไม่ได้เอามา  แต่จำได้เพราะเพิ่งไปพบหมอบ่ายนี้เอง และหมอก็อธิบายให้ฟังว่าสั้นเท่าไหร่ พนักงานก็พูดอีกว่าพี่คงจำมาผิดมั้ง  ... คุยกันอีกสักพัก ฟังๆดูแล้วเขาก็ไม่ให้คำอธิบายอะไรให้หายสงสัยเลย นอกจาก คงวัดค่าสายตาคนละตัว หรือไม่เราเองคงฟังผิด ประกอบกับน้ำเสียงและกริยาดูไม่ใส่ใจสักเท่าไหร่ ทำให้คิดว่า อะไรเนี่ย..ฉันเป็นลูกค้านะ ทำไมทำกับฉันแบบนี้..เท่านั้นแหละ ใจเริ่มเต้นแรง หน้าเริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบ เลยรับรู้ว่าตัวเองนี้รู้สึกโกรธแล้วนี่ เลยตัดบทว่า "ไม่เป็นไร วันนี้ยังไม่ตัด"

เดินออกจากร้านแว่นไปเดินเล่นร้านหนังสือหามุมหนังสือที่ตัวเองชอบดูไปเรื่อย ๆ แล้วก็ไปซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ต  เลือกโน่นเลือกนี่จนตัวเบา ไม่ได้เพราะจ่ายเงินซื้อของจนตัวเบานะ *^__^*

เมื่อมาทบทวนดูก็มาขำขำว่า..ตั้งใจตัดแว่น แต่ยังไม่ได้ตัด...ไม่ได้ตัดแว่นก็ไม่เป็นไร แต่เรื่องตัดใจ(อารมณ์โกรธ) ถ้าไม่ตัดมันก่อนคงเป็นเรื่องแน่ ๆ