ข้าพเจ้าสงสัย...พ่อหายไปไหนในวันแม่

ภาพ...http://fineartamerica.com/images-medium/
|
บุรุษนิยม
ข้าพเจ้าสงสัย… พ่อหายไปไหนในวันแม่ หนังสือพิมพ์ ทีวี อินเทอร์เน็ต สร้างความรู้สึกสำเร็จ ให้เราคิดถึงแม่ โลกแยกส่วน ทำชีวิตพ่อหล่นหายไปหนึ่งวัน คงอีกหลายวันถึงได้กลับคืน... พ่อจากไปหลายปีแล้ว... ข้าพเจ้าคิดถึงพ่อ และเลือกเขียนถึงพ่อในวันของแม่ ข้าพเจ้าเชื่อว่า พ่อคือคนที่แม่รัก
ข้าพเจ้ารักพ่อเช่นเดียวกับแม่ และข้าพเจ้ารักแม่เช่นเดียวกับพ่อ |
||
|
|
||
่ขอนำความเห็นและข้อวิจารณ์ของเพื่อน ๆ จากบอร์ด thaiwriter มาลง เพื่อให้เห็นถึงวิธีการอ่าน และตีความ "ตัวบท" ของแต่ละท่าน นะครับ
ของคุณ ธารา ศรีอนุรักษ์ (ธาร ธรรมโฆษณ์)
นั่งอ่านกวีมาหลายบท ทั้งฉันทลักษณ์และไม่ฉันท์ฯ ไล่ๆ มาถึงบทนี้... เหมือนคนเดินทอดเท้าบนทางที่ปูด้วยหญ้าญี่ปุ่น แล้วสะดุดกับก้อนหินที่เหมือนมีคนจงใจวางไว้ดักนักเพ้อฝัน จึงล้มหน้าคะมำลงอย่างแรง…เจ็บ...แต่ก็โอเค
ในฐานะได้เป็นพ่อคนแล้ว... บางทีก็น้อยใจเหมือนกันเวลาลูกให้ความสำคัญต่อแม่มากกว่า ทั้งๆ ที่เรารักลูกไม่ด้วยกว่าแม่ เกือบโน้มเอียงไปทาง หนังสือพิมพ์ ทีวี อินเทอร์เน็ต สร้างความรู้สึกสำเร็จ ให้เราคิดถึงแม่ แต่พอทบทวนความจริงที่เกิดกับตัวเอง (และกับคนอื่นในแบบทั่วไป มิใช่กรณีศึกษาพิเศษ)
- วันที่ภรรยา...เป็นกับตายเท่ากันในห้องคลอด เพื่อทำหน้าที่ให้ชีวิตอีกชีวิตหนึ่ง ผม(พ่อ) ทำได้ดีที่สุดก็คือซื้อกาแฟมานั่งจิบรอข่าวจากนางพยาบาล ว่าได้ลูกชายหรือหญิง
- จนถึงปัจจุบัน ผม(พ่อ) ไม่เคยล่วงรู้เลยว่า น้ำหนักลูกที่ภรรยาอุ้มอยู่ตลอดเก้าเดือนหนักแค่ไหน - ผม(พ่อ) ไม่เคยล่วงรู้เลยว่า เวลาลูกดูดนมจากอกรู้สึกอย่างไร
- ถึงตอนนี้คิดถัวเฉลี่ยต่อครั้ง การล้างขี้ล้างเยี่ยวให้ลูก ผมทำไม่ถึงครึ่งของภรรยา(แม่)
- ฯลฯ และพอนั่งคิดทบทวนอีกที จึงได้คำตอบแบบขำตัวเองที่ทำไมนึกสงสัยความเป็นแม่ ในเพราะกวีชิ้นนี้ ลุงคำสิงห์ ศรีนอก พูดสุนทรพจน์ วันเกิดแม่คำผาง ข้าวบ่อ (วันที่ 1 กันยา ที่ผ่านมา) ความโดยสรุปตอนหนึ่งว่า ลูกหากกำพร้าพ่อแต่มีแม่ โดยมากแม่สามารถเลี้ยงดูสั่งสอนและส่งเสียลูกให้เป็นคนมีคุณภาพในสังคมได้ และแม่มักไม่หาพ่อใหม่มาให้ลูก….
ดังนั้นถึงแม้พยายามจะยัดเยียดความคิดขบถแบบไหนให้ตัวเอง แต่โลกย่อมตระหนักถึงอานุภาพแม่มากกว่าพ่อ อยู่วันยังค่ำ.... ยอมรับว่า เขียนได้จังหวะ วรรค คำ ได้กระแทกใจดีแท้ แต่ความยังก่อน :)
ความเห็นคุณ Sundrop
ในบทกวีชิ้นนี้ ผมกลับมองข้ามประเด็น ความศักดิ์สิทธิ์ของแม่หรือพ่อ ที่ดูเหมือนผู้เขียนจงใจผลักเราเข้าไปในหลุมพรางนี้ และคุณธาราพลอยติดหล่มลงไปด้วย
ผมค่อนข้า้งจะแน่ใจว่าท่าทีประชดประชัน( ดูจากชื่อบทกวี บุรุษนิยม ) ล่อหลอกให้คนอ่าน หลงเข้าใจว่า คนเขียนเอนเอียงไปทาง รักพ่อ มากกว่า รักแม่
ในขั้นนี้ถือว่า คนเขียนส่งสารผ่านไปได้หนึ่งด่าน แต่ยังมีด่านสุดท้ายที่เปิดทางไปสู่เป้าหมายปลายทางเพื่อล้วงเอาเนื้อหาสาระที่สำคัญออกมา(นั้็นย่อมไม่ใช่ เรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของแม่หรือพ่อ) แต่คือการเลาะเปลือกของวันแม่ หรือวันอื่น ๆ ที่สังคมพอกพูนเข้าไปในระบบความคิด ความเชื่อ ความรัก ของเรา ๆ ท่าน ๆ ซึ่งสิ่งที่พอกพูนนี้ ถูกทำให้เป็นขุนเขาโดด ๆ่ตั้งตระหง่านน่าเคารพบูชา เมื่อหมดวันสำคัญนั้นไป ขุนเขานั้นก็หายวับไปกับกระแสลม ที่คอยแยกส่วนเราออกจากกัน จากบทกวี
ที่เริ่มต้นด้วย
"ข้าพเจ้าสงสัย…
พ่อหายไปไหนในวันแม่"
เป็นการเปิดบทกวีเป็นคำถาม หากแต่เสมือนเป็นการกระตุกเตือนมากกว่าว่า
"หนังสือพิมพ์ ทีวี อินเทอร์เน็ต
สร้างความรู้สึกสำเร็จ ให้เราคิดถึงแม่"
นี่ต่างหากที่ิเป็นวรรคตอนที่ปูทางไปสู่การทำความเข้าใจสาระของบทกวีชิ้นนี้ ซึ่งส่งข้อสรุปมาว่า
"โลกแยกส่วน
ทำชีวิตพ่อหล่นหายไปหนึ่งวัน
คงอีกหลายวันถึงได้กลับคืน..."
เพราะโลกแยกส่วนนั้นเอง เหมือนดั่งเช่น เมื่อวันแม่มาถึง เราเห็นแม่เพียงโดด ๆ ตั้งตระหง่านเป็นขุนเขา และอีกหลายวันกว่าพ่อจะกลายเป็นคนสำคัญดังเดิม เมื่อเราเลิกเห่อวันแม่นั้นแหละ แต่อีกไม่นานวันพ่อก็มาถึง คราวนี้เราก็ต้องเตรียมของขวัญในวันพ่อบ้าง นั้้ันก็ไม่ถือเป้นความผิดหรอก แต่เพื่อยกระดับการแสดงความรักต่อกันให้มากขึ้น เราจะทำอย่างไรเพื่อให้การถ่ายโยงความสัมพันธ์ ที่มีความลึกซึ้งและจริงจัง เป็นรูปธรรม มากกว่าการลอยล่องไปตามกระแส ที่มักจะหั่นเราออกเป็นชิ้นเป็นอัน จนหลงลืมว่า
"ข้าพเจ้าเชื่อว่า พ่อคือคนที่แม่รัก
ข้าพเจ้ารักพ่อเช่นเดียวกับแม่
และข้าพเจ้ารักแม่เช่นเดียวกับพ่อ"
เมื่อถกคุณกันเรื่องสาระกันแล้ว คราวหน้าคงมีเรื่องเทคนิคมาคุยกัน
ไปละคร้าบบบบบบบบบบบ
และความเห็นจากบอร์ด Thaipoetsociety.com
คุณ meop
"...หนังสือพิมพ์ ทีวี อินเทอร์เน็ต
สร้างความรู้สึกสำเร็จให้เราคิดถึงแม่..."
....
ชอบจังหวะและความหมายของชุดคำช่วงนี้มากครับ
เอ่อ แล้วรู้สึกไหมว่า วันแม่เนี่ย (กรุณาอ่านเร็วๆ) ดูวุ่นวายๆ หนักขึ้นทุกปีๆ ใครไม่แจ้นไปพาแม่ออกจากบ้านไปกินข้าวนอกบ้าน เกือบจะไม่ใช่ลูกแม่เอาทีเดียว (ในสายตาคนอื่นๆ) พวกแม่ๆ ก็เลยต้องงกๆ เงิ่นๆ ไปนั่งรอคิวสุกี้เอ็มเคตามห้างฯ กันสลอน มันอะไรกันนักหนาวะประเทศนี้ จะฟูมฟายฟ่ามกลวงกันไปถึงไหน
อย่ามายุ่งกะแม่กรูได้ไม๊ว๊ะ...