ธรรมฐิตไม่ได้เขียนบันทึกมาสองสามเพลาแล้วเพราะเห็นว่าข้อมูลบันทึกล่าสุดไม่แสดงในหน้าประวัติ
แต่ตอนนี้ดีแล้วสงสัย..มะปรางเปรี้ยว..คงแก้ไขให้แล้ว สาธุๆๆ
ค่ำนี้เลยมานั่งเขียนบันทึกต่อไปตามความโง่ที่พอจะรู้กับเขาบ้าง
บริโภคข่าวสารที่เกิดขึ้นแต่ละวัน ทุกคนก็หวังที่จะชนะซึ่งกันละกัน
ไม่ยอมแพ้ต่อกันยึดหลักว่า..ข้าดีกว่าพวกเอ็ง..
ต้านกันไปต้านกันมาตกลงก็ปราชัยทั้งคู่..
เพราะไม่ยอมให้สิ่งที่มีค่าซึ่งมีอยู่ในตัวตนทุกรูปนาม
เลยไม่ได้แม้แต่จะเข้าใกล้ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่
ลองอ่านเรื่องต่อไปนี้ดูเพื่อนส่งมาให้อ่านนานแล้ว
แล้วจะรู้ว่าสิ่งที่มีค่าที่อยู่ในตัวเราคืออะไร..
อาจทำได้ยากแต่ก็มีคนที่ทำได้เลยได้พบกับคำว่า
…......ชัยชนะอันยิ่งใหญ่.....
ผู้หญิงผู้เป็น"แม่"คนหนึ่ง ซึ่งได้กระทำในสิ่งที่ทำได้ยากยิ่ง
ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ :
หลายปีก่อนมีคดีหนึ่งเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา
วัยรุ่นอายุสิบสี่ยิงเด็กหนุ่มคนหนึ่งถึงแก่ความตายเพียงเพราะ
ต้องการพิสูจน์ตัวเองให้เพื่อน ๆ ในแก๊งเห็น ทุกนัดที่มีการสืบพยานในศาล
แม่ของผู้ตายนั่งฟังการพิจารณาอย่างนิ่งเงียบ
หลังจากที่ศาลตัดสินจำคุกวัยรุ่นผู้นั้น แม่ของผู้ตายเดินเข้าไปหาเขา
จ้องหน้าและพูดว่า "ฉันจะฆ่าเธอ"
ผ่านไปครึ่งปี หญิงผู้นั้นก็ไปเยี่ยมคนที่ฆ่าลูกชายเธอ
เธอเป็นคนแรกและคนเดียวที่ไปเยี่ยมเขา
เพราะเขาเป็นเด็กข้างถนน ไม่มีญาติพี่น้อง
ก่อนที่จะจากกัน เธอให้เงินเขาเป็นค่าบุหรี่
แล้วเธอก็เริ่มไปเยี่ยมเขาบ่อยขึ้น แต่ละครั้งก็เอาอาหารและของฝากไปให้
เมื่อใกล้ครบกำหนดจำคุกสามปี หญิงผู้นั้นก็ถามว่าเขาจะทำอะไรเมื่อพ้นโทษ
เขาตอบว่าไม่รู้ เธอจึงหางานให้เขาทำในบริษัทของเพื่อน
ครั้นถามว่าเขามีที่พักไหม ก็ได้คำตอบว่าไม่มี
เธอจึงชวนเขามาพักในบ้านของเธอ บ้านของเด็กที่เขาฆ่ากับมือ
ตลอดแปดเดือนเขาพักบ้านเธอ กินอาหารที่เธอทำ
แล้วเย็นวันหนึ่งเธอก็เรียกเขาไปคุยในห้อง
เธอนั่งประจันหน้าเขา นิ่งเงียบพักใหญ่ แล้วพูดขึ้นว่า
"เธอจำได้ไหมตอนที่อยู่ในศาล ฉันพูดว่าจะฆ่าเธอ?"
"จำได้ครับ"
"ฉันไม่ต้องการเห็นคนที่ฆ่าลูกฉันยังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้
ฉันต้องการให้เขาตาย
เพราะเหตุนี้แหละฉันจึงไปเยี่ยมเธอและเอาของไปให้
เพราะเหตุนี้แหละฉันจึงหางานให้เธอและให้เธออยู่บ้านฉัน"
ถึงตรงนี้ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป
แล้วแม่ของผู้ตายก็พูดต่อไปว่า
" ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเธอ
ตอนนี้เจ้าวัยรุ่นคนนั้นก็จากไปแล้ว ฉันจะถามเธอล่ะทีนี้ว่า
ลูกของฉันจากไปแล้ว เจ้าฆาตกรก็จากไปแล้วเช่นกัน
เธอยังจะอยู่ที่นี่อีกหรือเปล่า
ฉันอยากรับเธอเป็นลูกหากเธอไม่ว่าอะไร"
ในที่สุดเธอได้กลายเป็นแม่ของคนที่ฆ่าลูกเธอ
ส่วนฆาตกรผู้หลงผิดก็ได้แม่ซึ่งเขาไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต
............
นมัสการค่ะ...หลวงพี่
หากรู้จัก "การให้อภัย"...ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ ย่อมเกิดขึ้นเสมอ...แต่ที่ไม่ยอมให้อภัย เพราะเรายังยึดติด ผูกจิตพยาบาท
ยอมรับว่ายังตัดกิเลส...รัก โลภ โกรธ หลง ไม่หมด...แต่ก็จะพยายามให้เจือจางที่สุด...ในทุกขณะจิตเจ้าค่ะ
ขอบพระคุณเจ้าค่ะ
ความสำเร็จอยู่ที่ไหนความพยายามอยู่ที่นั่นขอรับ..blue star
ขออนุโมทนาท่าน..สส..(สามสัก)
สาธุอาจารย์ vij..
ธรรมฐิตก็ยังมีอีกเยอะ โลภ โกรธ หลง นะ
แต่หากเรารู้จักวิธีบริหารจัดการกับมัน ใจเราก็ใสขึ้น
แม้ตัดไม่ขาดก็ให้รู้จักไว้ให้เป็นที่เป็นทางขอรับ..
นมัสการค่ะท่านธรรมฐิต
ก็ยังเชื่อและยืนยันเช่นกันว่าชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่สุดคือการเอาชนะใจตนเอง
เรื่องเล่าของท่านช่างน่าชื่นชม จิตใจของคนป็นแม่ยิ่งนัก ดูตามเหตุการณ์แล้วช่างมหัศจรรย์จริงๆว่าเธอช่าง เอาชนะความโกรธ ความเกลียด ความอาฆาตพยาบาทได้อย่างงดงามนัก ขอบพระคุณเหลือเกินสำหรับเรื่องราวนี้
หรือไม่ถึงขนาดนั้นก็เพียงแค่รู้แล้วทำความรู้จักกับมันเพื่อหาจุดอ่อนของมัน
แล้วใจเราก็จะสุขยิ่งนักว่าไหมพี่นก..
ถ้าทำได้ จะพบชัยชนะที่ยิ่งใหญ่
นั่นนะซิครับ ผมถึงได้ชัยชนะในเรื่องเล็กๆ เพราะยังไปไม้ถึงการ "ให้อภัย"
จะพยายามครับ
นมัสการค่ะท่านธรรมฐิต