ความเห็นคุณ Sundrop
ในบทกวีชิ้นนี้ ผมกลับมองข้ามประเด็น ความศักดิ์สิทธิ์ของแม่หรือพ่อ ที่ดูเหมือนผู้เขียนจงใจผลักเราเข้าไปในหลุมพรางนี้ และคุณธาราพลอยติดหล่มลงไปด้วย
ผมค่อนข้า้งจะแน่ใจว่าท่าทีประชดประชัน( ดูจากชื่อบทกวี บุรุษนิยม ) ล่อหลอกให้คนอ่าน หลงเข้าใจว่า คนเขียนเอนเอียงไปทาง รักพ่อ มากกว่า รักแม่
ในขั้นนี้ถือว่า คนเขียนส่งสารผ่านไปได้หนึ่งด่าน แต่ยังมีด่านสุดท้ายที่เปิดทางไปสู่เป้าหมายปลายทางเพื่อล้วงเอาเนื้อหาสาระที่สำคัญออกมา(นั้็นย่อมไม่ใช่ เรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของแม่หรือพ่อ) แต่คือการเลาะเปลือกของวันแม่ หรือวันอื่น ๆ ที่สังคมพอกพูนเข้าไปในระบบความคิด ความเชื่อ ความรัก ของเรา ๆ ท่าน ๆ ซึ่งสิ่งที่พอกพูนนี้ ถูกทำให้เป็นขุนเขาโดด ๆ่ตั้งตระหง่านน่าเคารพบูชา เมื่อหมดวันสำคัญนั้นไป ขุนเขานั้นก็หายวับไปกับกระแสลม ที่คอยแยกส่วนเราออกจากกัน จากบทกวี
ที่เริ่มต้นด้วย
"ข้าพเจ้าสงสัย…
พ่อหายไปไหนในวันแม่"
เป็นการเปิดบทกวีเป็นคำถาม หากแต่เสมือนเป็นการกระตุกเตือนมากกว่าว่า
"หนังสือพิมพ์ ทีวี อินเทอร์เน็ต
สร้างความรู้สึกสำเร็จ ให้เราคิดถึงแม่"
นี่ต่างหากที่ิเป็นวรรคตอนที่ปูทางไปสู่การทำความเข้าใจสาระของบทกวีชิ้นนี้ ซึ่งส่งข้อสรุปมาว่า
"โลกแยกส่วน
ทำชีวิตพ่อหล่นหายไปหนึ่งวัน
คงอีกหลายวันถึงได้กลับคืน..."
เพราะโลกแยกส่วนนั้นเอง เหมือนดั่งเช่น เมื่อวันแม่มาถึง เราเห็นแม่เพียงโดด ๆ ตั้งตระหง่านเป็นขุนเขา และอีกหลายวันกว่าพ่อจะกลายเป็นคนสำคัญดังเดิม เมื่อเราเลิกเห่อวันแม่นั้นแหละ แต่อีกไม่นานวันพ่อก็มาถึง คราวนี้เราก็ต้องเตรียมของขวัญในวันพ่อบ้าง นั้้ันก็ไม่ถือเป้นความผิดหรอก แต่เพื่อยกระดับการแสดงความรักต่อกันให้มากขึ้น เราจะทำอย่างไรเพื่อให้การถ่ายโยงความสัมพันธ์ ที่มีความลึกซึ้งและจริงจัง เป็นรูปธรรม มากกว่าการลอยล่องไปตามกระแส ที่มักจะหั่นเราออกเป็นชิ้นเป็นอัน จนหลงลืมว่า
"ข้าพเจ้าเชื่อว่า พ่อคือคนที่แม่รัก
ข้าพเจ้ารักพ่อเช่นเดียวกับแม่
และข้าพเจ้ารักแม่เช่นเดียวกับพ่อ"
เมื่อถกคุณกันเรื่องสาระกันแล้ว คราวหน้าคงมีเรื่องเทคนิคมาคุยกัน
ไปละคร้าบบบบบบบบบบบ