ช่วงพักฟื้นจากไข้หวัดใหญ่

ผมเริ่มมีอาการครั่นเนื้อตัว ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2552 อาจจะเป็นเพราะการตรำงานหนัก ไม่ได้พักผ่อนเลยตั้งแต่เข้าค่ายยาเสพติด 5  วัน 7-11 กย. จัดทำแผนยุททธศาสตร์ในวันเสาร์-อาทิตย์อีก 12-13 กย. แต่ละวัน 4 ทุ่ม 5 ทุ่ม และเดินทางไปอบรมที่ขอนแก่นในวันที่ 13-15 กย.อีก ซึ่งปกติ วันเสาร์อาทิตย์หลังจากทำงานก็จะนอนเตรียมร่างกายจิตใจไว้รับงานในสัปดาห์ต่อไปอย่างเต็มที่ 

แต่ครั้งนี้งานมันรัดตัว ขาดไม่ได้จริงๆ ผลก็เลยเป็นอย่างที่เห็น คือ ภูมิต้านทานอ่อนแอ โรคภัยคุกคาม

เริ่มป่วยวันที่ 14 กย.52 ตอนดึกๆ  รู้สึกร้อนก็เลยเปิดพัดลมนอน จริงๆ แล้วคืออาการไข้ พอตอนเช้าเริ่มมีอาการปวดเมื่อยตามตัว ใช้มือจับที่ไหนก็จะรู้สึกปวดที่นั่น เจ็บคอ คอแหบแห้ง  อาการไข้สูงประมาณ 39 องศา แต่ไม่มีน้ำมูก เจ็บหน้าอกนิดหน่อย ท้องอืด ไม่คลื่นไส้อาเจียน การรักษาตัวเองใช้ยาพาราเซตามอล กิน ครั้งละ 1 เม็ด ก็พอทุเลาอาการไข้ลงได้บ้าง

เวลาประมาณ 16.00  น. แฟนคงเห็นว่าไม่ไหว เลยพาไป รพ. หมอตรวจดูคอ วัด Vital sign BP 110/70 mmHG   Temp  38.8 C   CBC เม็ดเลือดขาว 15000  Urine ปกติ  หมอบอกว่าสงสัยเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่เม็ดเลือดขาวสูง อาจจะเกิดการติดเชื้อ แต่ดูอาการไม่ป่วยมาก (ตอนแรกจะให้นอน รพ.) ก็ให้ไปพักผ่อนที่บ้านดู ถ้าไม่ดีขึ้นก็ค่อยมานอน รพ. ก็แล้วกัน (พักที่บ้านก็ดีครับเพราะบ้านกับ รพ.ห่างกันแค่ 800  เมตร) ไปมาสะดวก ก็มากินข้าว กินยา แล้วก็นอนอย่างเดียว

คือ กิน นอน อย่างเดียว 3  วัน โดยขอที่บ้านไว้ห้ามใช้งานจะขอพักผ่อน 
มีวันเสาร์ที่ 19 กย. วันเดียวที่ออกนอกบ้านไปทำวัตรเย็นที่วัดซึ่งห่างจากบ้าน 15 กม. (ซึ่งปฏิบัติทุกวันพระอยู่แล้วในช่วงเข้าพรรษา) 

วันอาทิตย์ อาจจะเป็นผลจากนอนมาก เลยปวดหัว ปวดแบบตุ๊บๆ ทั้งหัวเลย 

วันนี้วันจันทร์  คงไปทำงานได้ตามปกติ

บันทึกไว้กันลืม