เฉียด ความเสี่ยง ยา การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

 

....แม่จ๋ากลับบ้านช้าจัง...เสียงลูกสาวคนเล็กร้องทัก (นานแล้วที่ลูกไม่เคยพูดคำนี้ด้วยเข้าใจภาระงานและคำว่าเป็นลูกพยาบาลต้องอดทนตั้งแต่เล็กจนโต..แต่แม่จะไม่ผิดสัญญาอาจมาช้าบ้างลูกต้องรอ...) ต้องเกิดเรื่องแน่ๆ..พ่อไปประชุมต่างจังหวัดลูกบอกว่าย่า(ย่าของลูก)โทรมาบอกว่าปู่ไม่สบายมากให้แม่ไปดูปู่...เตรียมของไปนอนบ้านย่าด้วย...

...ขณะนั้นเวลา19.00น...ฉันรีบประเมินอาการปู่ทางโทรศัพท์เผื่อว่าจะไม่ต้องเดินทางไปบ้านปู่เพราะฉันเหนื่อยล้ามากย่าบอกว่า2วันมานี้ปู่มีอาการผิดปกติคือแขนขาอ่อนแรงตอนนี้เป็นมากจนได้ป้อนข้าวป้อนน้ำ  แม่ไม่รู้จะดูพ่ออย่างไรแล้วกลัวพ่อป็นอะไรไปช่วงกลางคืน..เสียงย่าวิตกกังวลมากฉันขอคุยเพื่อประเมินอาการจากปู่..กลัวปู่เป็นโรคหลอดเลือดสมองซึ่งเป็นโรคแทรกซ้อนซึ่งอาจเกิดขึ้นได้  (ปู่เป็นผู้สูงอายุป่วยด้วยโรคหัวใจความดันและอาการไตเริ่มเสื่อมหน้าที่มา1ปีแพทย์ดูแลรักษาปรับยาจนได้ขนาดและอยู่สบายมาตลอดบ้านเราไปเยี่ยมปู่อาทิตย์ละครั้ง)  ปู่ป็นผู้มีวินัยในการรับประทานอาหาร ออกกำลังกายและการรับประทานยาดีมาก.. ปู่เล่าว่า2วันมานี้ปู่เริ่มมีอาการใจสั่นหิวบ่อยเหงื่อท่วมตัวตาลายหนักๆเข้าแขนขาอ่อนแรงจนจะยืนไม่อยู่ต้องหาอะไรกิน...วันนี้ช่วงเกิดอาการประมาณบ่ายๆย่าไม่อยูปู่เกือบตายต้องรีบหาขนมหวานและกล้วยน้ำว้า3ผลกินนั่งพักอาการก็ดีขึ้น...

    เอ..ฟังดูทำไมเหมือนอาการน้ำตาลในเลือดต่ำจังเลยทั้งๆที่ปู่ไม่มี

ประวัติเป็นเบาหวาน...ฉันจึงแนะนำให้ย่าหาน้ำหวานของย่า (ย่าเป็น

เบาหวานเตรียมไว้ใช้ในยามมีอาการน้ำตาลต่ำ)ชงให้ปู่กิน..ปู่

บอกว่าถ้าเหนื่อยก็ไม่ต้องมาก็ได้เพราะปู่ดีขึ้นแล้ว...ฉันไม่สบายใจ

ด้วยรู้ว่าปู่เป็นคนอดทน..ฉันบอกปู่ไปว่าฉันจะไปบ้านปู่แต่อาจจะช้า

หน่อยเพราะบ้านเราอยู่ไกลจากบ้านปู่ประมาณ10กิโลเมตรฉันไปถึง

ประมาณเกือบ3ทุ่มด้วยมอเตอไซด์คู่ใจพร้อมลูกสาว..ปู่นอน..ดู

เหนื่อยแต่ยิ้มได้(คงดีใจที่ลูกสะใภ้มาหุหุ) ฉันประเมินอาการโดยแตะ

หน้าผากดูไม่มีไข้จับชีพจรปกติหายใจไม่หอบ..พูดคุยได้ดีปู่บอกว่า

อาการดีขึ้นมากหลังดื่มน้ำหวานและกินผลไม้..แต่ยังมีอาการขาอ่อน

แรงเปลี้ยๆ... ฉันบอกให้ปู่สบายใจไม่ต้องกังวลคงไม่เป็นอะไรมาก..

ฉันสังเกตอาการและกำชับย่าให้เรียกทันทีถ้าปู่มีอาการผิดปกติ..ฉัน

เข้านอน5ทุ่มครึ่งและตื่นดูอาการทุก2ชั่วโมงตื่นตี5ครึ่ง ปู่ตื่นก่อน

แล้ว  สีหน้าสดชื่นขึ้นฉันทำธุระส่วนตัวเสร็จจึงมาขอดูยากับปู่ไล่ดูยา

ไปเรื่อยๆพบว่าเป็นยาเก่าทั้งหมดแต่คุณพระช่วยฉันขนลุกเกรียว

กราวเมื่อพบว่าซองยาความดันแต่ข้างในบรรจุ ยาเบาหวาน120เม็ด

ซึ่งมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดหายไป4เม็ดเพราะถูกกินไปครั้งละ

1 เม็ดวันละ 2 ครั้ง (2วัน) โดยไม่รู้เลยว่ากินยาผิด..

   

...เกือบไปแล้วถ้าฉันไม่มาในวันนี้คงต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่

เลย..เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถูกนำไปรายงานความเสี่ยงและนำมาทบ

ทวนแก้ไขอย่างเร่งด่วน  ปู่ได้รับคำขอโทษจากผู้เกี่ยวข้องค่ะ...เฉียด

ไปแล้วขณะมีอาการรู้สึกเหมือนจะตายปู่สั่งเสียย่าแล้ว..

ขออย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับผู้อื่นอีกเลย..

       ขอบคุณย่าที่ดูแลปู่อย่างดี

      ขอบคุณปู่ที่กระตุ้นจิตวิญญาณของฉันให้มาดูแลปู่

      ขอบคุณวิชาชีพและลูกสาว

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและแลกเปลี่ยนพอเป็นอุทาหรณ์ในการ

ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง........ขอบคุณที่ยังมีวันดีๆเช่นวันนี้..................