กว่าจะมาถึงวันนี้
เพลงฉ่อยสายเลือดสุพรรณฯ
โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1
ตอนที่ 2 เตรียมตัวเต็มที่แต่ยังไม่ดีพอ
โดย ชำเลือง มณีวงษ์
ผมจัดส่งวีซีดีการแสดงเพลงฉ่อยไปยัง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถนนอู่ทองใน เขตดุสิต กรุงเทพฯ ผมจัดส่งแผ่น วีซีดีไปวันที่ 30 มิถุนายน 2552 (เป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร) เพื่อให้คณะกรรมการทำการคัดเลือกผลงานทั้งหมดให้เหลือ 10 คณะ
ผมเฝ้ารอผลการคัดเลือกคณะเพลงฉ่อยที่จะได้ผ่านเข้าไปในรอบที่ 2 ซึ่งกำหนดเอาไว้ว่าจะทำการจัดการประกวดในวันที่ 4 สิงหาคม 2552 แต่เลื่อนไปเป็นวันที่ 13 สิงหาคม 2552 ผมรอผลการคัดเลือกของคณะกรรมการอยู่นานจนแทบจะหมดหวัง เด็ก ๆ นักแสดงเฝ้าแต่คอยถามผมเกือบทุกวันว่า ผลการคัดเลือกประกวดเพลงฉ่อยภาคกลางระดับภาค ออกมาหรือยัง ผมบอกเด็ก ๆ ว่า ยังไม่ข้อมูลออกมา หรือว่าเราอาจจะไม่ติด 1 ใน 10 อันดับที่เขาคัดเลือกเอาไว้ก็ได้
ผู้แสดงเกือบทุกคนทำท่าทางผิดหวัง เพราะเฝ้ารอจนเกือบจะถึงวันแสดงแข่งขันบนเวทีจริง สำหรับภาคกลางกำหนดว่าต้นเดือนสิงหาคม 2552 ที่จังหวัดนครปฐม ผมคิดอยู่เพียงคนเดียวว่า อย่างไรเสียในปีถัดไป (ปีหน้า) ผมจะคอยติดตามข่าวคราวการจัดประกวดเพลงพื้นบ้านของรัฐสภาต่อไปอีก
เวลาประมาณ 11.00 น.เศษ ผมได้รับโทรศัพท์ จากรัฐสภาแจ้งว่า วงเพลงฉ่อยสายเลือดสุพรรณฯ ของอาจารย์ชำเลือง มณีวงษ์ (เจ้าหน้าที่เขาเรียกผมว่าอาจารย์) ได้รับการคัดเลือก 1 ใน 7 คณะแล้ว ให้นำผู้แสดงไปประกวดในรอบที่ 2 ที่ห้องประชุม คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทับแก้ว จังหวัดนครปฐม ในวันที่ 13 สิงหาคม 2552 เวลา 09.00 น. รายงานตัว
เช้าวันที่ 13 สิงหาคม 2552 ผมนัดเด็ก ๆ เอาไว้ เวลา 07.30 น. ออกเดินทาง แล้วคณะของเราก็ไปยังมหาวิทยาลัยศิลปากร จังหวัดนครปฐม ต้องยอมรับว่า เรามีการเตรียมตัวที่ดี เด็ก ๆ ขยันฝึกซ้อมทุกวันหลังเลิกเรียน (แต่ไม่รู้เขารู้เรา) เพราะว่าต่างคนต่างนำผลงานไปแสดง ในส่วนตัวของผมแล้วคิดว่า เวลาในการฝึกซ้อมยังไม่มากพอที่จะทำให้ผลงานมีคุณภาพดีได้อย่างมั่นใจ เราก็แกรงคณะอื่น ๆ ทุกคณะ
เมื่อถึงเวลาประกวดเพลงฉ่อย ภาคกลาง (เป็นการประกวดระดับภาค) เด็ก ๆ จับสลากได้แสดงเป็นคณะที่ 2 ในจำนวน 7 คณะ เด็ก ๆ เข้ามาถามผมว่า ดีไหมค่ะ เราได้แสดงเป็นคณะที่ 2 ผมตอบไปว่า ดีลูก แสดงคณะที่ 2 หรือ3 หรือ 4 ก็ได้ ยกเว้นคณะที่ 1 เรายังตื่นเต้นกันอยู่ (ประหม่าบ้าง) จะทำได้ไม่เต็มที่
พอคณะที่ 1 แสดงผ่านไป ผมดูว่า เด็ก ๆ แสดงได้ดี มีความตั้งใจจริงและทำการบ้านกันมาดีน่าเกรงเหมือนกัน ต่อมาก็เป็นลำดับที่ 2 เพลงฉ่อยสายเลือดสุพรรณฯ โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 แสดง บรรยากาศภายในห้องประชุม คณะศึกษาศาสตร์มีผู้ชมและผู้แสดงคณะอื่น ๆ นั่งกันเต็มทุกเก้าอี้ ท็อปกับแป้ง ทำหน้าที่เป็นผู้ร้องนำ ส่วน เจ, ลูกหนู, เฟิร์น, ยุวดี และ เบียร์ ยืนแถวหลังทำหน้าที่เป็นลูกคู่ร้องรับตอนลงเพลง ที่ด้านซ้ายของเวที มี ณัชกานต์, เฉลิมขวัญ และ อนุสรณ์ ตีตะโพน ฉิ่ง และ กรับ ทุกคนทำหน้าที่ได้ดี ไม่มีข้อบกพร่อง จะมีก็แต่ลูกคู่ร้องเบาไปนิด หรืออาจจะเป็นเพราะไมโครโฟนไม่ได้เพิ่มความดังให้
การแสดงของคณะที่ 3, 4, 5, 6 จนถึงคณะที่ 7 แสดงจบลง คณะกรรมการให้ข้อเสนอแนะและชี้ให้เห็นข้อบกพร่องที่ควรปรับปรุงแก้ไข (ไม่มีในกติกา) ได้แก่
- เรื่องของการถืออุปกรณ์ของดนตรีไทยให้ระวัง ไม่ควรหิ้วต่ำ
- แผ่นป้ายที่ยกขึ้นมาตอนการแสดงจบนั้น คิดกันเอง ทำกันมาเองหรือว่าใครคิด ใครทำให้
- บางคณะมีรางวัลค้ำคอมากมายเป็น 100 รางวัล อย่าคิดนะว่า เราเก่งแล้ว
- ทุกคณะเขียนบทร้องมาได้ตรงทาง ใกล้เคียงกัน (ความจริงไม่ใช่)
- เสียงร้องของผู้แสดงมีระดับเสียงที่แตกต่างกัน เวลาร้องต่อกันจึงทำให้ไม่เข้ากัน
- ลูก ๆ อย่าลืมว่า เพลงพื้นบ้านจะต้องมีอารมณ์ขันสนุกสนาน แต่วันนี้ขาดหายไป
ยังมีข้อเสนอแนะอื่น ๆ อีกหลายข้อ แต่ผมดูว่าข้อเสนอแนะของแต่ละท่าน อาจ คลาดเคลื่อนไปจากกติกาที่กำหนดเอาไว้ให้กรรมการพิจารณาให้คะแนน เพราะกติกาบังคับเอาไว้ 4 ข้อ คือ
- เนื้อหาที่ร้องจะต้องส่งเสริมประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม
- สำนวนภาษา ฉันทลักษณ์ มีความถูกต้องเหมาะสม
- ท่วงทำนองของการร้อง ไพเราะ ถูกต้องตามรูปแบบ
- รูปแบบของการนำเสนอและองค์ประกอบอื่นเหมาะสม
เมื่อสถานการณ์ออกมาเป็นอย่างนี้ ดูเหมือนว่าจะเข้าใจไปคนละทาง แล้วผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไร วงเพลงฉ่อยสายเลือดสุพรรณฯ จะมีสิทธิผ่านเข้าไปเล่นในรอบที่ 3 รอบชิงชนะเลิศได้หรือไม่
(บันทึกการแสดงสด รอบคัดเลือกระดับภาคกลาง วงเพลงฉ่อยสายเลือดสุพรรณ ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร)
โปรดติดตามในตอนที่ 3 วันที่เฝ้ารอก็มาถึง
ยากเย็นจังเลยนะคะคุณครู ทั้งที่ทุ่มเทขนาดนี้ยังไม่ดีพอ
ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูและลูกๆทุกคนค่ะ