พวกเราได้ทราบว่าการมีแว่นตาชนิดพิเศษของนักจัดการความรู้นี้เองที่ทำให้พวกเขาที่ "เพลินพัฒนา"สามารถมองเห็นสิ่งธรรมดาว่าไม่ธรรมดา ทำให้พวกเขาสามารถมองเห็นความสำเร็จเล็กๆที่เกิดขึ้นกับผู้คนแล้วแปรให้เป็นการชื่นชมที่ยิ่งใหญ่ และทำให้พวกเขามองเห็นว่าจะต้องนำความสำเร็จเล็กๆนั้นมาพุดคุยขยายผลกันต่อ และก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กว้างออกไปอีก ที่สำคัญคือเพราะแว่นตาชนิดพิเศษนี้เองที่นำพามาซึ่งความสุข และความภาคภูมิใจในความสำเร็จทั้งของตน และผู้คนที่อยู่รอบข้าง ซึ่งเมื่อมารวมกันแล้วก็กลายเป็นความสุข ความสำเร็จขององค์กรนั่นเอง

18 ก.ย.52 ผมพร้อมทีมงานและผู้บริหารในองค์กร ได้เดินทางมาเยี่ยมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสร้างองค์กรแห่งความสุขและการจัดการความรู้” ที่โรงเรียนเพลินพัฒนา ซึ่งเป็นโรงเรียนจัดการความรู้แบบสร้างสุข    ด้วยความคิดการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ผ่านกระบวนการทางวัฒนธรรม  พวกเรามาพบกับคุณครูใหม่_ครูวิมลศรี  ศุษิลวรณ์  เพื่อนบ้านในชุมชนชาวBlog_G2K ของเรานี่เอง   ครูใหม่มีบันทึกประสบการณ์การจัดการความรู้ของครูอยู่ใน Gotoknow.org/blog/krumaimai นับว่าเป็นบุญวาสนาครับที่ได้มา "เพลินพัฒนา"ได้มาพบกับคนดีๆ กับสถานที่ที่ดีๆและกับเรื่องราวที่ดีๆ ในจังหวะที่ผมกำลังสนใจในเรื่องนี้พอดี ช่วงนี้นอกจากผมจะได้มีโอกาสได้พบกับชุมชนท้องถิ่นที่มีกระบวนการเสริมสร้างความสุขมวลรวมโดย"การจัดทำตัวชี้วัดความสุข"แล้ว   เป็นเพราะบุญนำพา จึงทำให้ได้มาพบกับองค์กรที่สร้างความสุขด้วยกระบวนการจัดการความรู้แบบ "เพลินพัฒนา"  น่าสนใจและถือว่าเป็นบุญวาสนาครับ

การจัดการความรู้ในแบบ“การเพลิดเพลินในการพัฒนา”

โรงเรียนเพลินพัฒนาเป็นหนึ่งในหลายองค์กรในสังคมบ้านเราที่ได้นำกระบวนการพัฒนาการเรียนรู้จากทฤษฎี การบริหารองค์กรที่เรียกกันว่า Knowledge Management มาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาองค์กรและบุคลากรในองค์กรไปพร้อมๆกัน   จุดที่เราสนใจโรงเรียนเพลินพัฒนา  ก็ด้วยเห็นว่าที่นี่มีกระบวนการจัดการความรู้ที่แตกต่างจากที่อื่นๆ คือการที่ “เพลินพัฒนา”ได้ใช้การเรียนรู้นั้นมาสร้างสุขให้เกิดขึ้นกับบุคลากรในองค์กร จากการได้ลงมือทำ ตั้งคำถาม และหาคำตอบด้วยตัวเอง(โดยมี สคส.เป็นที่ปรึกษา)ในลักษณะเป็นการเก็บเกี่ยวความสุข  แบบเก็บเล็กผสมน้อย จนกลายมาเป็นการจัดการความรู้แบบ“เพลินพัฒนา”หรือ“การจัดการความรู้ด้วยความเพลิดเพลินในการพัฒนา”ในที่สุดครับ

การจัดการเรียนรู้ในแบบ “เพลินพัฒนา” คือการสร้างสุขในองค์กร

คุณครูใหม่ได้ล่าให้พวกเราว่า ผู้บริหารของเพลินพัฒนา หรือที่ทุกคนเรียกท่านว่า “ครูกล้า” ได้สรุปวิธีการจัดการความรู้หรือการจัดการเรียนรู้ในแบบ “เพลินพัฒนา” ก็คือการเรียนรู้ที่จะสร้างสุขให้ขึ้นในองค์กรนั่นเอง ซึ่งมุมของ "เพลินพัฒนา"มีอยู่ 4 สุขด้วยกัน

สุขแรก เรียกว่า สุขมาจากการได้เรียนรู้ความสำเร็จของคนรอบข้าง

สุขที่สอง คือ สุขที่เมื่อได้เรียนรู้ความสำเร็จแบบชื่นชมซึ่งกันและกันแล้วเกิดเป็นพลังที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กันและกัน จนเกิดพลังในองค์กร

สุขถัดมา คือ สุขที่ได้รู้สึกว่าเราอยู่ในสังคมที่ปลอดภัย แวดล้อมด้วยคนที่ประสบความสำเร็จ แวดล้อมด้วยคนที่มีวิถีความคิดที่เห็นความสำเร็จเล็กๆแล้วมีความชื่นชมที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งจะทำให้พวกเรารู้สึกผ่อนคลาย และทำงานออกมาได้ดี เป็นสุขที่สร้างให้เกิดพลังในการทำงานได้ทุกวัน

และสุขสุดท้าย คือ เรื่องการนำความสำเร็จของเพื่อนๆ ไปปฏิบัติ ไปทดลองทำ  ในการนี้จะสร้างให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและต่อยอดความรู้ให้เป็นเครือข่ายการเรียนรู้  ที่จะนำไปสู่การสร้างผลสัมฤทธิ์อีกมากมายในภายหน้า

ท้ายที่สุดความสุขส่วนตัว ความสุขของทีมงานและความสุขขององค์กรก็จะผนึกเป็นเรื่องเดียวกัน

เพราะระบบการเรียนการสอนตามแบบฉบับโรงเรียนทางเลือก จำเป็นต้องออกแบบตลอดเวลา และอยู่นิ่งไม่ได้ ดังนั้น การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น และจะจำเป็นมากยิ่งขึ้นเมื่อเราต้องสร้างความสุขในการทำงานคู่ขนานไปกับมันด้วย  ปลายทางของการสร้างความสุขจากการแลกเปลี่ยนความรู้กันก็คือ ความสุขส่วนตัว ความสุขของทีมงาน ความสุขของนักเรียน  ความสุขของผู้ปกครองและความสุขขององค์กร"เพลินพัฒนา" ซึ่งท้ายที่สุดก็จะผนึกเป็นเรื่องเดียวกันมุ่งความสุขของสังคมในที่สุด 

ครูใหม่บอกเราว่า "หากเราได้เรียนรู้ที่จะมีความสุขจากการได้ฟังเสียงตนเองและได้ฟังเสียงผู้อื่นจนอยู่ในวิถีแล้ว ในที่สุดแล้วองค์กรก็จะเดินไปข้างหน้าด้วยความสุขของฝีพายอย่างพวกเรานั่นเอง"  แน่นอน ความสุขที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ย่อมเกิดจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในลักษณะการพุดคุยกันแบบสุนทรียสนทนา(Dialogue) เหมือนกับที่กลุ่มครูของ “เพลินพัฒนา”กำลังเดินก้าวไปด้วยกันอย่างมีความสุข

คุณครูใหม่ เน้นย้ำว่า “ปัจจัยของความสำเร็จที่สำคัญที่สุดคือ วิสัยทัศน์ของผู้นำที่มีความเชื่อมั่นในคุณค่าความเท่าเทียมของคน และเชื่อมั่นในการเรียนรู้ร่วมกัน ต้องการให้คนทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างเคารพกัน”

“เงื่อนไขในทางปฏิบัติการที่สำคัญ คือ การมีทีมงาน KO- Knowledge officer กระจายตัวอยู่ในทุกช่วงชั้นในลักษณะของการสนธิพลัง  ซึ่งคนเหล่านั้นยังคงสังกัดช่วงชั้น  และเป็นกำลังหลักของช่วงชั้น  แต่พวกเขาได้สวมแว่นตาของนักจัดการความรู้ติดตัวไว้ตลอดเวลา”

อยากได้แว่นตาชนิดพิเศษทำอย่างไร? แว่นตานักจัดการความรู้นี้ไม่มีขายอยากได้ต้องร่วมกันสร้าง

พวกเราได้ทราบว่าการมีแว่นตาชนิดพิเศษของนักจัดการความรู้นี้เองที่ทำให้พวกเขาที่ "เพลินพัฒนา"สามารถมองเห็นสิ่งธรรมดาว่าไม่ธรรมดา  ทำให้พวกเขาสามารถมองเห็นความสำเร็จเล็กๆที่เกิดขึ้นกับผู้คนแล้วแปรให้เป็นการชื่นชมที่ยิ่งใหญ่  และทำให้พวกเขามองเห็นว่าจะต้องนำความสำเร็จเล็กๆนั้นมาพุดคุยขยายผลกันต่อ และก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กว้างออกไปอีก ที่สำคัญคือเพราะแว่นตาชนิดพิเศษนี้เองที่นำพามาซึ่งความสุข  และความภาคภูมิใจในความสำเร็จทั้งของตน และผู้คนที่อยู่รอบข้าง ซึ่งเมื่อมารวมกันแล้วก็กลายเป็นความสุข ความสำเร็จขององค์กรนั่นเอง  หลายคนฟังแล้วชักอยากได้แว่นตาชนิดพิเศษนี้แล้วสิ 

ครูใหม่บอกว่า"แว่นตาชนิดพิเศษนี้ไม่มีขายอยากได้ต้องร่วมกันสร้าง" ที่สำคัญแว่นนี้สร้างได้ทันทีเลย แว่นตาแบบนี้เริ่มต้นสร้างขึ้นได้ด้วยสุนทรียสนทนาหรือที่เรียกกันว่าDialogueค่ะ” คุณครูใหม่ให้คำแนะนำในท้ายที่สุดกับทีมงานพวกเราก่อนการอำลา

AAR_การทบทวนการเรียนรู้  เริ่มต้นสร้างแว่นตาชนิดพิเศษขึ้นด้วยสุนทรียสนทนา

    หลังแยกย้ายจากครูใหม่ พวกเรามาที่ “คุ้มหม่อมไฉไล”รีสอร์ทสวยริมแม่น้ำท่าจีน อ.บางเลน จ.นครปฐม  เรามาพุดคุยกันต่อทำ AAR_การทบทวนหลังการปฏิบัติในแบบการสวมแว่นตาชนิดพิเศษด้วยสุนทรียสนทนา  ตามคำแนะนำของครูใหม่กันครับ นี่คือเสียงสะท้อนจากเพื่อนร่วมเวทีครับ

  • รู้สึกเพลิดเพลินกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เรียบง่ายเป็นกันเอง
  • รู้สึกได้กับบรรยากาศของความสุขรอบข้างที่ได้รับจากครูใหม่
  • รู้สึกยินดีที่มาพบกับ “เพลินพัฒนา”  ประทับใจรอยยิ้มของครูใหม่
  • ชอบการชื่นชมความดีเล็กๆความสำเร็จเล็กๆที่คนในเพลินพัฒนามีให้กันได้ทุกๆวันเหมือนการเก็บสะสมเหรียญบาทเมื่อทำต่อเนื่องก็จะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ได้
  • สัมผัสได้กับความนิ่ง ไม่ร้อนรนเวลาเจอปัญหาอุปสรรค เมื่อสติมาปัญญาก็จะเกิด
  • เข้าใจและประทับใจการทำให้KMอยู่ในวิถีชีวิตอยู่ข้างในตัวของคนและทำให้KMเนียนไปกับชีวิตการทำงานในแต่ละวัน
  • ชอบที่ครูใหม่บอกว่าถ้าเอาความสำเร็จสมบูรณ์ 100%เป็นตัวตั้ง เราจะเป็นทุกข์ เราสามารถสร้างสุขได้ทุกวันจากความสำเร็จเล็กๆ
  • ได้เห็นการใช้KMจากเรื่องง่ายๆให้เนียนไปกับงานปกติ
  • ที่ทำงานของเราก็มีเรื่องดีๆ เยอะแยะเลยเราน่าจะมาชื่นชมกันบ้าง
  • กลับไปเราสามารถทำได้เลยอย่างน้อยเราก็สามารถชื่นชมให้กำลังใจกับตัวเองและคนรอบข้าง
  • การสร้างความสุขของแต่ละคน  ทุกคนสามารถสร้างเองได้ทุกวัน   จากความสุขส่วนตัวของเราแต่ละคนสู่ความสุขกับเพื่อนร่วมงาน   กับทีมงาน   รวมกันจะกลายเป็นความสุขขององค์กรได้ต่อไป 
  • กลับไปจะเขียนBlog ฟังครูใหม่แล้วเห็นความสำคัญกับการเขียนBlog
  • ได้มาเห็น “เพลินพัฒนา” ทำให้มีความเชื่อว่า KM ขององค์กรเรา  เราน่าจะทำได้ เริ่มได้เลยจากจุดเล็กๆ ไม่ต้องรอความพร้อมหรือความสมบูรณ์KMในที่ทำงานเราก็จะเป็นจริงขึ้นได้
  • ฯลฯ

เป็นบุญวาสนาครับ ที่ได้มาพบกับคนดีๆอย่างครูใหม่ และยินดีกับการได้มาเยี่ยมสถานที่ที่ดีๆที่มีการสร้างความสุขกันอย่างเช่น“เพลินพัฒนา”ครับ ท้ายนี้ยินดีอีกครั้งครับกับการได้รับรู้เรื่องราวที่ดีๆ  การได้เรียนรู้วิธีการจัดการความรู้แบบง่ายๆเพื่อการสร้างความสุขของแต่ละคน ทั้งจากสร้างความสุขส่วนตัว  สู่การสร้างความสุขกับเพื่อนร่วมงาน   การสร้างสุขกับทีมงาน   รวมเป็นความสุขขององค์กร  อันจะนำไปสู่ความสุขมวลรวมของสังคมได้ในที่สุดต่อไป