เรื่อง :
การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนซ่อมเสริมวิชาคณิตศาสตร์กับนักศึกษาระดับ
ประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง ที่มีคุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ชื่อผู้เขียน
ว่าที่ร้อยโทยงยุทธ ศรีนวล , Provisional
First Lieutenant Yongyuth Srinoul
วุฒิการศึกษา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชาคณิตศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ความเป็นมา
คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่สร้างสรรค์จิตใจมนุษย์
โดยก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์จินตนาการและความสนุกสนาน
การที่ได้แก้ปัญหาอย่างเสรี จนสามารถค้นพบหลักเกณฑ์ด้วยตนเอง
ทำให้มนุษย์สามารถพัฒนาจิตใจและสติปัญญาได้
เมื่อคณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญมากเช่นนี้
กระทรวงศึกษาธิการได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าวจึงจัดให้มีการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ในทุกระดับตั้งแต่ระดับประถมศึกษา
ถึงระดับอุดมศึกษา
โดยจัดเนื้อหาการเรียนการสอนให้มีความสัมพันธ์กันในแต่ละระดับ
กองวิทยาลัยอาชีวศึกษา เป็นหน่วยงานหนึ่งในสังกัดกรมอาชีวศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ มีวิทยาลัยอาชีวศึกษาในสังกัดทั้งสิ้นจำนวน 36 แห่ง
ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในการจัดการศึกษาออกเป็นสามระดับ ได้แก่
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เป็นหลักสูตรสามปี
รับผู้สำเร็จการศึกษาประโยคมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) หรือเทียบเท่า
ระดับประกาศนียบัตรวิชชีพชั้นสูง (ปวส.) เป็นหลักสูตรสองปี
รับผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ
(ปวช.)หลักสูตรการศึกษาประโยคมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
และระดับประกาศนียบัตรครูเทคนิคชั้นสูง (ปทส.)
รับผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
การจัดการเรียนการสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
ของกรมอาชีวศึกษา ได้มีการปรับปรุงหลักสูตรใหม่ในปี พ.ศ. 2540
แทนหลักสูตรเดิมโดยมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือ
เป็นการจัดหลักสูตรเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกระบบ
และวิธีการเรียนได้อย่างเหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน
ดังจะเห็นได้จากการรับนักศึกษาเข้ามาศึกษาต่อ
จะรับนักศึกษาที่จบจากสายอาชีพในหลักสูตรประกาศนียบัตร (ปวช.)
และรับนักศึกษาที่จบจากสายสามัญในหลักสูตรการศึกษาประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย
(ม.6) หรือเทียบเท่า จากการจัดการศึกษาดังกล่าวนักศึกษาที่จบสายสามัญ
จะมีพื้นฐานความรู้วิชาสามัญมากกว่านักศึกษาสายอาชีพ
โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ที่นักศึกษาสายสามัญได้เคยเรียนมาแล้วเมื่อเข้าศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
ก็ต้องมาเรียนในเนื้อหาเดิมเช่นเรื่อง เซต ตรรกศาสตร์ ความน่าจะเป็น
การจัดลำดับและการจัดหมู่ การที่นักศึกษาที่จบการศึกษาทั้งสองสาย
มาเรียนรวมกัน จึงทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับความแตกต่าง ทางด้านความถนัด
ความสามารถ เชาวน์ปัญญา ทำให้นักศึกษาที่จบสายอาชีพ (ปวช.)
ที่เข้ามาศึกษาต่อมีผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ต่ำ
จากรายงานการประเมินผลการเรียนของวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง ปีการศึกษา
2540
พบว่ามีนักศึกษาที่จบจากสายอาชีพที่เข้ามาศึกษาต่อได้ระดับผลการเรียนเป็น
0 คิดเป็นร้อยละ 6.75 และพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาคิดเป็นร้อยละ 5.14
ประกอบกับการจัดการเรียนการสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
(ปวส.) มีจำนวนคาบการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์จำนวน 2 คาบต่อสัปดาห์
หรือ 36 คาบต่อหนึ่งภาคเรียน ซึ่งจำนวนเวลาการเรียนการสอนน้อย
ถ้าสอนตามกำหนดเวลาจะสอนได้เพียงตามเนื้อหาที่มีในจุดประสงค์การเรียนเท่านั้น
ไม่สามารถอธิบายทบทวนความรู้ในเนื้อหาเดิมได้
ดังนั้นผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
จึงมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหา
การแก้ปัญหาการเรียนการสอนทางหนึ่งมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาซึ่งสามารถทำได้โดยผู้สอนใช้การสอนเสริมนอกเวลาเรียนปกติ
โดยการใช้สื่อการสอนที่สามารถสนองความต้องการของนักศึกษา
อาจจะใช้ชุดการเรียน บทเรียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
ในปัจจุบันสื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพ และทันสมัยคือ
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นสื่อการสอนที่ดีสามารถนำมาใช้สอนซ่อมเสริมได้กับนักศึกษาที่จบการศึกษาสายอาชีพ
(ปวช.) เพราะนักศึกษาต้องเรียนวิชาคอมพิวเตอร์เบื้องต้นเป็นวิชาบังคับ
จึงทำให้นักศึกษามีพื้นฐานความรู้วิชาคอมพิวเตอร์ทำให้เอื้ออำนวยความสะดวกในการที่นำคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมาสอนเสริม
นอกจากนี้แล้วผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองนอกเวลาเรียนปกติ
เพราะมีเนื้อหาที่ชัดเจนเรียงลำดับจากง่ายไปหายาก
มีคำถามคำตอบที่ถูกต้อง เพื่อตรวจสอบ
เมื่อผู้เรียนทำผิดก็จะสามารถย้อนกลับให้ผู้เรียนไปศึกษาเนื้อหาเดิม
แล้วย้อนกลับมาตอบคำถามใหม่ได้ ทำให้ผู้เรียนรู้จริงและไม่ข้ามขั้นตอน
นอกจากนี้แล้วสามารถเรียนได้ไม่จำกัดเวลา
สามารถประเมินผลความก้าวหน้าของผู้เรียนได้โดยอัตโนมัติ
เป็นการสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียนได้ดี
เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ผู้เรียนมีโอกาสได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนโดยตรง
ดังจะเห็นได้จากงานวิจัยของ ศุภสมบูรณ์ อึงรัตนากร (2531)
ได้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
เรื่องการใช้เมตริกซ์แก้สมการเชิงเส้น
และนำไปทดลองใช้กับนักศึกษาปริญญาตรีปีที่ 1 ที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ
60 จากผลการทดสอบผลการเรียนวิชาคณิตศาสตร์
พบว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สร้างขึ้นช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
และช่วยให้ผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาสูงขึ้นถึงเกณฑ์ร้อยละ 60
จากปัญหาและเหตุผลดังกล่าวจึงเป็นแรงจูงใจให้ผู้วิจัยสนใจที่จะนำคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยสอนเสริม
วิชาคณิตศาสตร์ ในหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงปีที่ 1
เรื่อง
ความน่าจะเป็นเพื่อศึกษาว่านักศึกษาที่ได้รับการสอนเสริมด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจะมีการพัฒนาการด้านผลการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ไปในทางดีหรือไม่
แนวคิดทฤษฎี
1.การสอนซ่อมเสริม
- บทเรียนโปรแกรม
- คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
- ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
วัตถุประสงค์
1. ศึกษาความก้าวหน้าในการเรียนของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงที่เรียน โดย
การใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการสอนซ่อมเสริม
2. ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ชั้นสูง
ระเบียบวิธีวิจัย
การวิจัยเชิงทดลอง
ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง
ประชากรในการวิจัย
เป็นนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงปีที่ 1
สาขาวิชาการบัญชีวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 1 (30001501) ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2542
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงปีที่
1 ที่มีคุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาการบัญชี
วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 1 (30001501) ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2542 จำนวน 40 โดยเลือกแบบเจาะจง
นิยามศัพท์
การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนซ่อมเสริม หมายถึง
การสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเสริม
หลังจากการเรียนจบจากการสอนตามปกติในแต่ละหน่วย
ความก้าวหน้าในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ หมายถึง
พัฒนาการของคะแนนที่ดูได้จากการทำข้อสอบประจำหน่วยก่อนเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
และหลังเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ หมายถึง
ความสามารถในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องความน่าจะเป็น
ซึ่งแสดงให้เห็นด้วยคะแนนการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
และจำนวนนักศึกษาที่สอบผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ของแต่ละจุดประสงค์
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มี 3 ชนิด
ดังนี้
1. แผนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ 1 (30001501) เรื่องความน่าจะเป็น
มีทั้งหมด 5 หน่วยย่อย ใช้เวลา
เรียนในแต่ละหน่วย 1 คาบ รวม 5 คาบ ดังนี้
หน่วยที่ 1 การทดลองสุ่ม แซมเปิลสเปส
และเหตุการณ์
หน่วยที่ 2 ความน่าจะเป็น
หน่วยที่ 3 ทฤษฎีความน่าจะเป็น
หน่วยที่ 4
ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่มีเงื่อนไข
หน่วยที่ 5
ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เป็นอิสระต่อกัน
2. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนซ่อมเสริม
โดยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนซ่อมเสริมแต่ละหน่วย
ประกอบด้วยแบบทดสอบก่อนเรียน บทเรียนสำหรับช่วยสอนซ่อมเสริม
แบบทดสอบหลังเรียน โดยใช้โปรแกรม MATHCAI
3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบอิงเกณฑ์
เรื่องความน่าจะเป็น แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20
ข้อ
การวิเคราะห์ข้อมูล
1.นำคะแนนจากแบบทดสอบประจำหน่วยก่อนเรียนและหลังเรียน
โดยการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนซ่อมเสริมของนักศึกษามาหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต
และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเพื่อดูความก้าวหน้าในการเรียน
แล้วนำเสนอโดยใช้ตารางและกราฟประกอบคำบรรยาย
2.
นำคะแนนจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
มาคำนวณหาค่าเฉลี่ยเลขคณิตส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
และร้อยละของนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ของแต่ละจุดประสงค์
แล้วนำเสนอโดยใช้ตาราง และกราฟประกอบการบรรยาย
สรุปผลวิจัย
1.นักศึกษาได้รับการเรียนซ่อมเสริมโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีความก้าวหน้าในการเรียน
2.
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาอยู่ในระดับดี และสูงกว่าเกณฑ์ 50%
ของแต่ละจุดประสงค์
ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะทั่วไป
1.
นักศึกษาที่จะเรียนซ่อมเสริมด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ควรมีพื้นฐานความรู้ทางคอมพิวเตอร์มาบ้างเพราะจะทำให้นักศึกษาสามารถศึกษาเนื้อหา
และปฏิบัติตามกิจกรรมที่จัดในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
เสร็จสิ้นตามจำนวนเวลาที่กำหนดให้
2.
ควรจัดเตรียมโปรแกรมในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนให้ตรงตามคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง
เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละรุ่นมีความเร็วในการทำงานไม่เท่ากัน
ซึ่งมีผลต่อการใช้ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์
3.
ควรแนะนำให้นักศึกษาได้ศึกษาเนื้อหาทุกเรื่อง
และทุกจุดประสงค์เรียงตามลำดับเพราะการฝึกทักษะในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในแต่ละหัวข้อ
ต้องใช้ความรู้จากหัวข้อเดิมมาใช้
4.
ผู้สอนควรทบทวนความรู้เรื่องการเรียงสับเปลี่ยนและการจัดหมู่ก่อน
และเนื้อหานี้จะเป็นพื้นฐานในการสอนเรื่องการหาความน่าจะเป็นของเหตุการณ์
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1.
ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับการสอนวิชาคณิตศาสตร์โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนซ่อมเสริมกับนักศึกษา
ในเนื้อหาอื่น ๆ
เพราะเนื้อหาบางเรื่องอาจจะไม่เหมาะสมที่จะใช้สอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
2.
ควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนซ่อมเสริมในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
เพราะว่านักศึกษากลุ่มนี้มีพื้นฐานความรู้ในการใช้คอมพิวเตอร์เหมือนกัน
นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง