คำว่า “ครู” ซึ่งมีรากศัพท์มาจากคำว่า “คุรุ” หรือ ความเหนื่อย หนัก...

 

 

      อ่านหนังสือเรื่อง “มีชีวิตที่คิดไม่ถึง” โดยคุณดังตฤณ สะดุดตากับประเด็นที่เขียนไว้เกี่ยวกับครู  ทำให้ต้องชะงัก หันมาพินิจพิเคราะห์ตัวเอง เนื่องจากแอบมีความใฝ่ฝันที่ “อยากเป็นครู”

       การเป็นครูไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด หากจะเป็น “ครู” อย่างเต็มความหมายของคำว่า “ครู” ซึ่งมีรากศัพท์มาจากคำว่า “คุรุ” หรือ ความเหนื่อย หนัก...

 

 

"ครู" แบ่งออกได้เป็น 6 ระดับคือ

ระดับที่ 1  ครูที่สอนไม่เป็น เป็นครูที่ไม่รู้จริง ไม่มั่นใจ และไม่รักในการเป็นครู ไม่ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม

ระดับที่ 2 ครูที่สอนให้เอาแต่ท่องจำ เป็นครูที่มีความมั่นใจในตำรา แต่ยังไม่เข้าใจในศาสตร์ที่ตนสอนอย่างแท้จริง  จึงได้แต่สอนตามตำรา และสั่งให้นักเรียนท่องจำโดยไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้

ระดับที่ 3 ครูที่ สอนให้มีความรู้ความเข้าใจ  เป็นครูที่มีความรู้ครอบคลุมศาสตร์ที่ตนเองสอน มีการพัฒนาความรู้และวิธีการสอน ทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระดับที่ 4 ครูที่สอนให้คิดเป็น เป็นครูที่จะช่วยต่อยอดความเข้าใจของผู้เรียน ฝึกให้เห็นสิ่งที่ควรมีแต่ยังไม่มี ท้าทายให้ผู้เรียนคิดในสิ่งที่ไม่กล้าคิด จนกระทั่งผู้เรียนได้รู้ว่าจะสร้างความเจริญให้แก่โลกได้อย่างไร

ระดับที่ 5 ครูที่สอนให้รู้จักเป้าหมายชีวิต  เป็นครูที่สอนให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง และรู้ว่าจะควรจะใช้ชีวิอย่างไร มีความสามารถในการเปิดเผยตัวตนของผู้เรียน ส่งผลให้เห็นข้อบกพร่องที่ควรแก้ไขของผู้เรียน

ระดับที่ 6 ครูที่สอนให้รู้จักประโยชน์สูงสุดของชีวิต หมายถึงศาสดาของศาสนาต่าง ๆ  ที่สามารถชี้แนะให้เห็นถึงเป้าหมายสูงสุดของชีวิตมนุษย์ที่พึงจะไปถึงได้ ตัวอย่างเช่น ในศาสนาพุทธ พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เรารู้จักทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ การดับทุกข์ และการไปถึงภาวะแห่งการดับทุกข์นั้นอย่างแท้จริง

       อ่านจบก็ถอนใจเฮือกใหญ่...ไม่ง่ายเลยนะนี่ กับการจะเป็น ครูอย่างเต็มความหมายและศักดิ์ศรีของคำว่า “ครู” และที่สำคัญคนไม่มีรากก็อยากเป็นครูได้ถึงในระดับที่ 5 ที่สามารถสอนให้ผู้เรียนได้รู้เป้าหมายของชีวิต...

       ...หวังและฝันไปไกลจัง...

 

แต่ก็ยังอดที่จะหวังและฝันไม่ได้อยู่ดีค่ะ...

                                                (^___^)