ผลของการสอนโดยใช้บทบาทสมมติมีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาเคมีอินทรีย์ 2

ภาคเรียนที่ 1/ 2551 ที่ผ่านมา(นานหน่อยนะคะ) ดิฉันได้มีโอกาสทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน     เรื่องผลของการสอนโดยใช้บทบาทสมมติที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาเคมีอินทรีย์ 2 เรื่อง กลไกการเกิดปฏิกิริยาการเติมกลุ่ม ของนักศึกษาโปรแกรมวิชาเคมี ชั้นปีที่ 2  ซึ่งดิฉันได้แนวคิดจากการที่ได้ไปเป็นวิทยากรสอนเรื่องสสาร ให้กับครูชาวต่างชาติ ก็พยามยามอธิบายให้เขาเข้าใจเนื้อหาโดยการสมมติเขาเป็นอะตอม และโมเลกุลต่างๆ ก็สนุกดีค่ะ  สำหรับการวิจัยมีวัตถุประสงค์ คือ

1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาเคมีอินทรีย์ 2 เรื่อง กลไกการเกิดปฏิกิริยาการเติมกลุ่ม ของนักศึกษาโปรแกรมวิชาเคมี ชั้นปีที่ 2ที่ได้รับการสอนโดยใช้บทบาทสมมติระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน 

2)  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาเคมีอินทรีย์ 2 เรื่อง กลไกการเกิดปฏิกิริยาการเติมกลุ่ม ของนักศึกษาโปรแกรมวิชาเคมี ชั้นปีที่ 2ที่ได้รับการสอนโดยใช้บทบาทสมมติระหว่างหลังเรียนกับเกณฑ์ ร้อยละ 60

การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใช้การทดลองแบบกลุ่มเดียวกับกลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาโปรแกรมวิชาเคมี ชั้นปีที่ 2ปีการศึกษา 1/2551 จำนวน 21 คน  มีการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนทดลอง 1 ครั้ง และหลังการทดลอง 1 ครั้ง

วิธีการศึกษาก็คือสอบก่อนเรียน แล้วแบ่งกลุ่มนักศึกษาเป็น 2  กลุ่มไปศึกษาเรื่องปฏิกิริยาการเพิ่มกลุ่มแบบอิเล็กโทรฟิลิกที่คาร์บอนที่ไม่อิ่มตัว และปฏิกิริยาการเพิ่มกลุ่มแบบนิวคลีโอฟิลิกที่คาร์บอนิลของแอลดีไฮด์และคีโตน จากแหล่งความรู้ต่างๆ กลุ่มละ 2 ปฏิกิริยา นักศึกษาวางแผนในการแสดงบทบาทสมมติ  จัดทำบทการแสดง แล้วมาเสนอให้อาจารย์ชี้แนะและแก้ไขให้ถูกต้องและครอบคลุมเนื้อหา หลังจากนั้นนักศึกษาแต่ละกลุ่มนำเสนอการแสดงบทบาทสมมติ โดยมีอาจารย์และนักศึกษา ที่ไม่ได้แสดงเป็นผู้สังเกตการณ์และร่วมซักถาม อภิปรายเกี่ยวกับความรู้  ความคิด  ความรู้สึก  และพฤติกรรมที่แสดงออกของผู้แสดง  โดยผู้สอนเพิ่มเติมสาระความรู้เพื่อนักศึกษาได้รู้และเข้าใจดีขึ้น แล้วทดสอบหลังเรียน 

 ผลการศึกษาพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาเคมีอินทรีย์ 2 เรื่อง กลไกการเกิดปฏิกิริยาการเติมกลุ่ม ของนักศึกษาโปรแกรมวิชาเคมี ชั้นปีที่ 2หลังจากที่ได้รับการสอนโดยใช้บทบาทสมมติ มีค่าเท่ากับร้อยละ  63.81 สูงกว่าก่อนการสอนโดยใช้บทบาทสมมติซึ่งมีค่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ร้อยละ 33.3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05โดยมีค่าร้อยละความก้าวหน้าของผลการเรียนรู้ เป็นร้อยละ 14.52  และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจากที่ได้รับการสอนโดยใช้บทบาทสมมติ พบว่ามีค่าสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

สำหรับข้อเสนอแนะนะค่ะ ดิฉันเห็นว่าครูผู้สอนสามารถนำกระบวนการสอนแบบบทบาทสมมติไปใช้ให้เหมาะสมกับวิชาอื่นๆ หรือนักศึกษาระดับอื่นๆ เพื่อช่วยกระตุ้นให้นักศึกษาเกิดความสนใจ ร่วมกิจกรรมได้อย่างสนุกสนาน และไม่เบื่อหน่ายเลยละค่ะ

เทอมนี้ดิฉันกำลังทำวิจัยชั้นเรียน เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการปฏิบัติการทางเคมีค่ะ ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ  ประเดี๋ยวนำเสนอในโอกาสต่อๆไปนะคะ