"คนอ่านหนังสือไม่ออกก็เป็นเศรษฐีและมีความสุขได้ หากจิตใจและสำนึกดี"

...เป็นอันว่า....จุกแอ้ก!.... อีกแล้วครับ...สำหรับครูไทย....

เมื่อนักการศึกษาท่านกรุณาให้เกียรติ

"อัดครูไทย ต้นเหตุการปฏิรูปการศึกษาล้มเหลว"

(รายละเอียดจากไทยรัฐ 17 ก.ย. 52)

**************

บอกแล้ว.... ว่าอย่าชื่อ...เอ๊ย...เป็น "ครูไทย"

เพราะจะโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง วันละ 2 เวลา

พอสอนแบบ "นอกกะลา" ท่านก็สร้างเครื่องมือมา"วัดและประเมินผล"แต่ "ในกะลา"

แล้วก็พากันโอดโอยโวยวายกันทั้งประเทศว่า "คุณภาพการศึกษา...แย่!..."

แต่พอสอน "ในกะลา" ท่านก็ว่าเสี้ยะ...อย่างนี้

...เอาไงแน่ครับ!...

เหตุนี้แหละครับท่าน....

ครูวุฒิจึงต้องออกมาอุปโหลกโลกสมมุติ

กับดาบวิชัย สุริยุทธ (ดาบบ้าปลูกต้นไม้) และ ครูอุดมการณ์ บัวเกษ (ครูของไทบ้าน)

ก่อตั้งมหาวิชชาลัยธรรมชาติ (มหาวิชชาลัยของไทบ้าน) แห่งนี้

แล้วสถาปนาเรากันเองเป็น "คุณาจารย์" (...โดยไม่เกรงใจใครจะว่าเพี้ยน...)

แล้วออกปฏิบัติการ "ปลูก สร้าง กระตุ้น และเสริมจิตสำนึก"

ให้กับบุคคลใดๆผู้มีใจใฝ่เรียนรู้และมีศรัทธา

โดยไม่จำกัดเพศหรือวัย และโดยไม่คิดค่าตอบแทน

ซึ่งหลักสูตรของเรามีเพียงไม่กี่สาระวิชชา

(รายละเอียดมีที่นี่)

แต่มีคุณลักษณ์ที่สำตัญและเป็นเอกลักษณ์ของเอกบุรุษเฉพาะตัวคือ...

"ไม่มีการวัดผลหรือประเมินผลให้ปวดขมอง"

ได้ยินได้ฟัง หรือได้เรียนได้รู้แล้ว และคิดๆๆๆแล้วอยากลอง ก็เอาไปทำ

และหากเกิดอุปสรรคปัญหา ก็ให้หาทางแก้เอง สุดปัญญาแล้วค่อยถามคนอื่น

(เรียกว่าพึ่งตนเองให้ถึงที่สุด หรือ อตฺตาหิฯ แบบสุดๆก่อนนั่นเอง)

บรรลุเป้าหมายหรือไม่? เพราะเหตุใด?

ให้วิเคราะห์เจาะลึก-เจาะตื้น-เจาะสั้น-เจาะยาว

แล้วประเมินหรือตัดสินผลได้-ตก หรือผ่าน-ไม่ผ่าน เอาเอง

จะบันทึกผลเป็นเอกสารแบบ ปพ. - รบ.สะสมหรือไม่ ก็สุดแท้แต่ท่าน

...เรียนกันง่ายๆอย่างนี้แหละ...

**************

แต่สิ่งที่ครูวุฒิอยากขอทิ้งท้ายในบันทึกนี้

....ก็คือ....

"คนอ่านหนังสือไม่ออกก็เป็นเศรษฐีและมีความสุขได้ หากจิตใจและสำนึกดี"

(คิดแบบนี้ พอจะไหวไหมครับท่าน?)

************