ใครจะเห็นหรือไม่เป็นไรเล่า

 

สายบัวสายบัวสายบัวเตรียมเนื้อเตรียมตัวขันหมากจะมา...เป็นบางส่วนของบทเพลงบรรเลงทางวิทยุยามขับรถไปทำงาน...กล่าวถึงคำว่าสายเลยนึกถึงการอย่านอนตื่นสาย  อย่าหน่ายทำกิน  อย่าหมิ่นเงินน้อย  อย่าคอยวาสนา...บางมุมคิดว่า...อะไร ๆ เพื่อนก็ทำกันไปหมดแล้วจะทำทำไม...เลยร้องเพลงรอ...

แต่เอ๊ะ...รอตอนบ่ายก็สายแล้ว...ที่จริงงานเข้าตลอดเลยช่วงนี้สนุกกับการทำงาน...หรือทำงานให้สนุกกันแน่...ผมว่าจงทำงานทุกอย่างให้สนุกไม่ว่าเราจะทำอะไร 

 จงทำเล่น ๆ ให้เห็นเนื้องานออกมาจริง ๆ อย่าไปพะวงว่างานนั้นคนนั้นเขาทำแล้วงานนี้คนนี้ก็ทำแล้ว  ก็นั่นละเป็นงานคนอื่นเขาทำ  ใครทำคนนั้นก็ได้ในสิ่งที่ทำ  เราทำเราก็ได้เหมือนกัน 

 แม้แต่การทำบุญวันสารทเดือน 10 ตามประเพณีก็ทำให้สนุกผ่อนคลายคุยสบายแสนสนุก  หามุมมองในสิ่งที่ได้เช่น ได้ฟังพระสวดมนต์  ได้รวมญาติ 

 ได้คิดถึงส่งบุญไปให้ญาติที่ตายไปแล้ว  ได้กินข้าวร่วมกันในหมู่ญาติมิตรสหาย ได้รับข่าวสารใหม่ ๆ จากคนเดินทางมาไกล 

 ได้ถามสาระทุกข์สุขดิบกันและกัน รวมแล้วคือการมองทางดี  กระทำในทางดี  จิตใจเรารู้สึกว่าดี...เมื่ออะไรอะไรดูดี  อะไรอะไรก็ดูดี...นึกถึงคำพระพูดทำนองว่า...

แม้ชีวิตเหลือน้อยลงเพียงใด

ควรภูมิใจที่ได้ทำดีหนา

ใครจะเห็นหรือไม่ใช่นินทา

ดีทำมาปรากฏจดจำเรา

ใครจะเห็นหรือไม่เป็นไรเล่า

ควรเลือกเอาความดีที่สร้างสรรค์

ใครจะเห็นหรือไม่ไม่สำคัญ

ใจเรานั้นรู้ว่าดีแน่แท้..เอย.