ช่วงใกล้ค่ำวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๒ หลังหม่ำข้าวแล้ว..คว้าจักรยาน ๒๑ เกียร์คู่ใจ  ไปดูและให้กำลังใจพรรคพวก..ข้างวัดช้าง  หน้าอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

 

                                                                                                            

 ทำPower Point  ประกอบการบรรยายสรุปแก่ผู้จะมาศึกษาดูงาน..นั่งเพลินๆ พักเดียว..

         

                          เกือบห้าทุ่ม...ขี่จักรยานกลับบ้าน 

       

 ลัดและเลาะไปตามถนนเลียบคูเมืองด้านทิศตะวันนอก 

ผ่านเจดีย์เก่าๆ ตั้งตระหง่าน ท่ามกลางความมืดครึ้ม..ความเงียบสงัด วังเวง อ้างว้าง...จนน่ากลัว                        

           " เป็นผู้หญิง..ยิงเรือ ภาษาอะไร..กินเหล้า เมายา เที่ยวดึกๆดื่นๆ..จบถึงปริญญาตรี อายุก็ปา เข้าไปตั้ง ๒๖,๒๗ ยังไม่รู้จัก..คิดดี ทำดีอีก...." เสียงบ่น ..ฝ่าแสงไฟ..สลัว จากบ้านข้างๆทาง ดังพอ ให้จับใจความได้

             " แม่จะบ่นไปทำไมเนี้ยะ..ไม่ได้กินเหล้าซ๊ะหน่อย..กินสปายฯ ไปแค่ ๒,๓ ขวดเอง " เสียงอ้อแอ้ของลูกสาวคออ่อน เถียงสวนออกมา สมกับที่มีบ้านอยู่ข้างคูเมือง

              " เอ็งไปกินกัน ที่ไหนมา..." เสียงนั้น ค่อยๆ ห่างและจางหายไป  จนผมจับใจความไม่ได้ว่า  แม่ลูกเขาพูด เขาบ่นอะไรกัน

               ผมนึกถึงเสียงบ่น...ของแม่เฒ่า ที่บ่งบอกถึงความรู้สึก..ที่ซ่อนลึกๆ อยู่ในใจ...เช่น..

               ๑.ความรู้สึกดีๆ ต่อบุคคล ที่ได้รับการศึกษา..คนที่เรียนสูงๆ จนได้ชื่อว่า บัณฑิต และคนที่มีอายุ...จะต้องเป็นคนคิดดี ไฝ่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม...(เสมอไป)

                ๒.ความรู้สึกดีๆ กับความเป็นกุลสตรีไทย..ที่ต้องมีกิริยามารยาท อ่อนหวาน เรียบร้อย..อยู่กับเหย้า เฝ้ากับเรือน..เสมอ

                 ๓.ความผิดหวัง เกี่ยวกับระบบการศึกษาชาติ..แม้จะมีครูดี ครูเพื่อศิษย์ ครูกู้แผ่นดิน ..มากมายขนาดไหนก็ตาม หากระบบฯไม่เอื้ออำนวย..ให้ครู.เป็นครูเพื่อศิษย์...ผลลัพท์ที่ออกมาให้ได้ผลดี จริงๆนั้น ..ต้องใช้ความพยายามและฝ่าฟันอุปสรรคอีกมากมายเหลือเกิน..ลองๆมาทบทวน..เสียงบ่นของแม่เฒ่า..อีกครั้ง " จบถึงปริญญาตรี....ยังไม่รู้จักคิดดี..ทำดี "

                 แม่เฒ่า..กำลังบอกใบ้อะไร..กับคนที่ได้รับการยกย่องว่า " บัณฑิต " แม่เฒ่า คงจะเห็นแต่ คุณภาพซาก..ที่ปราศจากจิตวิญญาณ  การด้อยซึ่งศักยภาพ คุณธรรม จริยธรรมและด้อยด้วยจิตสำนึกรับผิดชอบชั่วดี ของคน.. ที่เรียกตนเองว่า"บัณฑิต" ซึ่งหมายถึง ผู้ทรงความรู้ หรือผู้มีปัญญา  ทำให้บ้านเมืองนี้ มันวุ่นวาย ปั่นป่วน อย่างไม่รู้ว่า มันจะจบเมื่อใด..หรือเปล่า..??

                  ๔.แม่เฒ่า..กำลังบอกใบ้ อย่างเป็นนัยๆ ต่อไปอีกว่า..การพัฒนาคนให้มีศักยภาพ..ต้องไม่พัฒนาเฉพาะแต่..IQ แต่จะต้องดำเนินการไปอย่างน้อย พร้อมๆ กัน ๔ เรื่อง ด้วยกัน..ใช่หรือไม่ ?..คือ

                       เรื่องแรก IQ(Intelligence Quotient) คือความฉลาดทางความคิด เชาว์ปัญญา หรือทางความจำ

                        เรื่องที่ ๒ EQ(Emotional Quotient) คือ ความฉลาดทางอารมณ์ ได้แก่ ความสบายใจ สุขใจ ไม่เครียดฯลฯ

                        เรื่องที่ ๓ MQ(Moral Quotient) คือ ระดับความคิดด้านศีลธรรม ความมีคุณธรรม  จริยธรรม ฯ

                       เรื่องที่ ๔ SQ(Spiritual Quotient) คือ เชาว์แห่งจิต ความมีจิตสำนึกดี ความฉลาดทางจิตวิญญาณ การมีจิตวิญญาณรู้เท่าทันหรือที่เรียกกันว่า ดวงตาเห็นธรรม ฯ ไม่หลงในสิ่งสมมติ..จนเกินเหตุ

                      ผมเอง.นั่งขบคิดถึงสิ่งที่.แม่เฒ่าบอกใบ้เป็นนัยๆ ได้เพียงเท่านี้

              กัลยาณมิตร ท่านใด เห็นว่า..แม่เฒ่า น่าจะบอกใบ้อะไรเพิ่มเติมอีก ก็ขอเชิญ..ร่วมด้วยช่วยกัน..ครับ ..เผื่อจะพอเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง .. นับตั้งแต่วันที่ ๙ เดือน ๙ ปี ๒๐๐๙..เป็นต้นไป..ได้บ้าง

 

                                                            สามสัก

                                                  ๙ กันยายน ๒๕๕๒

                                                           แรม ๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลู รัตนโกสินทร์ศก ๒๒๗