"ขลุ่ยหลิบ" เล็กแต่ เร้าใจ

 

            ในชีวิตข้าพเจ้านี้ ได้มีโอกาสได้ลองทำสิ่งต่างๆมามากมาย ซึ่งสิ่งที่ได้ทำเหล่านั้นได้ส่งเสริมการเรียนรู้ของข้าพเจ้า ไม่มากก็น้อย  และสิ่งที่ได้ลองทำนั้น มีทั้งยากและง่ายสลับกันไป โดยสิ่งที่ผมกำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ คือ การเป่าขลุ่ยหลิบ ซึ่งเป็นขลุ่ยที่เล็กที่สุดก็ว่าได้  มีขนาดความยาวเพียง 25 เซนติเมตร แต่คงไม่มีใครคิดว่า เสียงที่ได้จากขลุ่ยนี้ จะสูงถึงขนาดนี้ ทั้งๆที่ตอนแรกๆผมไม่ค่อยชอบดนตรีไทย แต่เมื่อได้ลองเล่นทำให้รู้สึกดี

 

วิธีการเรียนรู้

            ข้าพเจ้าได้เรียนขลุ่ยหลิบครั้งแรกตอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้รู้จักกับขลุ่ยหลิบนี้ เพราะก่อนหน้านั้น ผมรู้จักแต่ขลุ่ยเพียงออ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า และให้เสียงนุ่มกว่า เมื่อได้ลองเรียนและฝึกแล้วนั้น เมื่อเวลาผ่านไป ผมรู้สึกว่าผมชอบขลุ่ยหลิบนี้มาก  เนื่องจากขลุ่ยนี้มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก ที่สำคัญยังให้เสียงที่สูงเร้าใจเป็นอย่างยิ่ง  หลังจากนั้นผมได้ลองหา เพลงไทยมาฟัง และได้ให้เพื่อนที่เก่งขลุ่ยสอน นอกจากนี้ยังได้ขอคำแนะนำจากอาจารย์ จากผู้รู้ ทำให้ผมมีความถนัดในขลุ่ยหลิบมากขึ้น ทำให้ผมกล้าเล่นมากขึ้น นอกจากนี้ผมยังได้ฝึกการเล่นเป็นวงกับเครื่องดนตรีชนิดอื่น ซึ่งให้ความรู้สึกสนุกไปอีกแบบ ซึ่งเพื่อนๆของผมก็เห็นด้วย

ผลการเรียนรู้

            ข้าพเจ้าสามารถเล่นขลุ่ยหลิบได้ ทำให้ช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และได้ฝึกสมองซีกขวา  ได้ร่วมงานกับเพื่อนๆ เมื่อเล่นวง ทำให้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นมากขึ้น ทำให้เกิดความเพลิดเพลิน ที่สำคัญทำให้ผ่อนคลายจากเรื่องเครียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน หรือเรื่องอื่นๆ ที่กวนใจเรา นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกให้เราเป็นคนใจเย็นขึ้น ทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น

 

ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์

            1. การจะทำสิ่งใดให้สำเร็จได้นั้น ต้องมีความสนใจและใส่ใจในสิ่งที่ทำ

            2. ไม่มีความสำเร็จใด ได้มาอย่างง่ายดาย

            3. การฝึกฝน จะนำไปสู่ความชำนาญ

            4. การจะเริ่มทำสิ่งใดๆให้มีความสุข ต้องเริ่มจากว่าเราต้องชอบสิ่งสิ่งนั้นก่อน

เอกสารอ้างอิง


http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B8%82%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A2

http://school.obec.go.th/khui/k04.html

http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/poonsak/thai_flute/sec02p02.html

 

ภาคผนวก

 

การเล่นดนตรีจะเล่นให้สนุกต้องเล่นเป็นวงครับ

บันทึกเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2552

แก้ไขเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2552