สวัสดีค่ะ
ตามมาทักทายและขอบคุณที่ไปเยี่ยมเยือนค่ะ
มาอ่านบันทึกนี้แล้ว....รู้สึกหลายอย่างประดังกันขึ้นมาค่ะ...
ร้องโอ้โห ไม่ธรรมดาเชียวนะ...
ก็ตัวเองน่ะ ไหนจะเป็น ผู้หญิง ไหนจะเรียนจนเกินปริญญาตรี ไหนจะทำงานด้านการศึกษา (แม้ไม่ได้เป็นครู แต่ก็อยากเป็นล่ะ) อายและไม่อยากคิดถึง ...
"ซาก...ที่ปราศจากจิตวิญญาณ" สะท้อนใจเกินไป...
แต่ก่อนเคยเบื่อ ๆ ผู้หญิงเป็นไงนักหนานะ แม่ก็คอยกรอกหูทุกวัน เป็นผู้หญิงต้องเรียบร้อย จะกิน เดิน นอน นั่ง ยืน พูด ยิ้ม ไปไหนต้องสำรวม ไอ จาม หาว เรอต้องปิดปากให้เรียบร้อยนะ (เพื่อนไม่เห็นต้องทำอย่างเรานี่นา) ยิ่งหนักคือ ต้องมีผ้าเช็ดหน้าติดตัว ห้ามใช้กระดาษทิชชู่ (แม่คงรณรงค์เรื่องโลกร้อน) ห้ามหวีผม เสยผมต่อหน้าสาธารณะ (ไม่สุภาพ) ห้าม ๆ ๆ ๆ
ครั้นมาเรียน...จบแล้ว ต้องรับใช้มวลชนนะ อย่าเป็นทาสนายทุนล่ะ ต้องมีอุดมคติ อย่าลืมหลงนะ....เฮ้อ...ก็เคยคิดเสียเมื่อไหร่กัน จบได้ก็บุญ (หัว) แล้ว
ทำงานไปสักพัก...เกิดคำถามว่า เออนะ เราทำอะไรอยู่เนี่ย เรียนมาแทบล้มประดาตาย มาทำแค่นี้เองเหรอ.....
โอ...มีคำถามอีกมากค่ะ นี่แค่ที่ตั้งกับตัวเอง...ตอบได้ไม่หมด แต่ก็ตอบไปบ้างแล้วค่ะ
ความจริง "คนกับสังคม" ต้องเดินไปพร้อม ๆ กัน ... จึงจะไปได้ด้วยดีและมีความสุข หากคน(ปัจเจก) มุ่งมั่น แต่สังคมยังยึดโยงกับผลประโยชน์ กับบริโภคนิยม กับแสงสีเสียง ความสุขจากวัตถุ เงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศแล้ว....
คนก็อาจต้อง...ยอมศิโรราบต่อ...กระแสสังคมนั้น
อย่าว่าแต่จะตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบที่ดีให้กับสังคมเลย...ตอบตัวเองก็ยังไม่ได้ อึดอัดขัดใจจะแย่แล้ว....
ขอบคุณค่ะ
(^__^)