"มติชนรายวัน" 8 กันยายน 2552 ตีพิมพ์เรื่อง "นักวิจัยแนะ "นครศรีธรรมราช" ศักยภาพผลิตพลังงานลมสูงสุด" ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง ถ้าท่านได้รับประโยชน์จากบทความนี้ ขอความกรุณาแวะไปเยี่ยมเยียนเว็บไซต์ "มติชนรายวัน" กันครับ

เรื่องนี้อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญท่านสรุปไว้ว่า พลังงานลมของไทยมีดีมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะทางใต้กับอีสานหลายจังหวัดนั้น มีศักยภาพที่จะใช้เป็นพลังงานทดแทนได้ 

...

นี่เป็นทางเลือกทางรอดของชาติบ้านเมือง และอาจทำให้เราเป็นทาสชาติที่ขายน้ำมันกับแก๊สน้อยลง ขอให้คนไทยช่วยกันเชียร์พลังงานทางเลือกให้แจ้งเกิดจริงให้ได้

ข้อความคัดลอก > มติชนรายวัน

...

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ศ.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

กล่าวภายในการสัมมนาเผยแพร่ผลงานวิจัยเรื่อง "การศึกษาศักยภาพพลังงานลมของประเทศไทยด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ด้านอุตุนิยมวิทยา 3 มิติ" ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่า

...

วช.สนับสนุนงบประมาณ 1.2 ล้านบาทให้แก่ นางรัดเกล้า พันธุ์อร่าม หัวหน้าโครงการวิจัยฝ่ายก่อสร้างพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ในการศึกษาศักยภาพความเป็นไปได้ของพลังงานลมในประเทศไทยด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ผสมผสานกับข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อค้นหาพื้นที่ที่เหมาะสมกับการใช้พลังงานลมมากที่สุด

...

พบว่า บริเวณชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีศักยภาพในการผลิตพลังงานลมได้ นอกจากนี้ วช.ยังสนับสนุนทีมวิจัยชุดดังกล่าวในการศึกษาอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนิโญและลานิญาต่อความเร็วลม เพื่อเป็นการศึกษาข้อมูลเชิงลึก ปีนี้จะแล้วเสร็จ

นางรัดเกล้ากล่าวว่า ทีมวิจัยได้พัฒนาแบบจำลองที่ช่วยศึกษาทิศทางของลม โดยคำนวณข้อมูลลมเฉลี่ยรายชั่วโมงจากทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2548-2550 พบว่า ช่วงเวลาที่ประเทศไทยมีศักยภาพพลังงานลมดีที่สุดของปีมีอยู่ 2 ช่วง คือ

...

ช่วงแรกระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีอิทธิพลสูงต่อสภาพภูมิอากาศของประเทศ

พบมากบริเวณชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยที่สงขลา และปัตตานี โดยที่ระดับความสูง 50 เมตรเหนือพื้นดิน มีความเร็วลมเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 8-9 เมตรต่อวินาที โดยความเร็วลมสูงสุดอยู่ระหว่าง 9-10 เมตรต่อวินาทีที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีศักยภาพพลังงานลมสูงสุดประมาณ 600-700 วัตต์ต่อตารางเมตร

...

ช่วงที่สอง คือ ช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีอิทธิพลสูง อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ จ.ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี และภาคใต้ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ความเร็วลมเฉลี่ยสูงสุดระหว่าง 8-9 เมตรต่อวินาที มีศักยภาพพลังงานลมสูงสุดประมาณ 400-500 วัตต์ต่อตารางเมตร

ส่วนพื้นที่ที่มีความเร็วลมน้อยที่สุดคือ บริเวณภาคเหนือทั้งหมดมีความเร็วลมเฉลี่ย 2-3 เมตรต่อวินาทีเท่านั้น ซึ่งไม่มีศักยภาพในการผลิตพลังงานลมได้ (กรอบบ่าย)

หน้า 10