เรียนรู้สร้างสุขภาวะคนหนองบัว

   เวทีคนหนองบัว : เวทีของคนทั่วไปทุกคน   

      เวทีนี้เป็นเวทีเรียนรู้สร้างพลังภาคพลเมืองเพื่อมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมและสร้างการมีประสบการณ์ทางสังคมอย่างมีความหมายต่อตนเองสำหรับผู้สนใจทุกคน จิตสาธารณะ ความสำนึกและความตระหนักรู้ของพลเมืองต่อการร่วมทุกข์สุขของผู้คนในสังคม เป็นองค์ประกอบด้านการเรียนรู้ของมนุษย์ที่ต้องมาจากการมีประสบการณ์ทางสังคมทางใดทางหนึ่ง ยิ่งเข้มข้นและเป็นประสบการณ์ตรงจากการได้มีส่วนร่วมทางการปฏิบัติที่มีนัยยะต่อการเรียนรู้ทางสังคมมากเพียงใด รูปการณ์จิตสำนึกก็ยิ่งแจ่มชัด เป็นตัวของตัวเอง และพลังจิตสำนึกสาธารณะก็จะยิ่งมีพลังมากเป็นทวีคูณเพียงนั้น  ซึ่งพลังชีวิตที่ออกมาจากจิตใจของปัจเจกที่โน้มนำด้วยความมีจิตสำนึกสาธารณะ ก็จะทำให้คนและชุมชนเป็นปัจจัยการแก้ปัญหาที่สร้างความสมดุลระหว่างจุดหมายเพื่อส่วนตนของปัจเจกกับความจำเป็นเพื่อส่วนรวมที่ทรงพลังที่สุด ที่สำคัญคือประสบการณ์ทางสังคมเพื่อสร้างเสริมจิตสำนึกพลเมืองในวิถีดังกล่าวนี้เราสามารถเลือกสรรและสร้างได้โดยวิถีแห่งปัญญา เห็นวิกฤติและความจำเป็นในการทำเหตุปัจจัยเพื่อสิ่งดีด้วยความรู้และวิถีแห่งปัญญา โดยไม่ต้องรอให้ปัญหาที่เราสนใจได้เกิดขึ้นก่อนแล้วจึงค่อยคิดปฏิบัติแบบตั้งรับ ก็ได้

  สร้างสุขภาวะสังคมผ่านสร้างพลังเครือข่ายปัจเจก ครอบครัว ชุมชน กลุ่มประชาคม  

       ส่งเสริมการพัฒนาความมีจิตสาธารณะของพลเมืองให้เป็นการร่วมสร้างสุขภาวะสาธารณะที่สะท้อนอยู่ในการดำเนินชีวิต การงาน และการทำมาหากินของชาวบ้าน สืบทอดทุนทางสังคมของหนองบัวและเป็นฐานความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งของท้องถิ่น สังคมไทย และอนุภูมิภาคอินโดจีน

                         

                         

  แปรวิกฤติชุมชนให้เป็นโอกาสสร้างสรรค์    

        ร่วมกันค้นหา บ่มเพาะ เชื่อมโยงลูกหลานคนหนองบัว ศิษย์เก่าของโรงเรียนประจำอำเภอและสถานศึกษาในท้องถิ่น รวมทั้งคนย้ายถิ่นจากหนองบัวไปทำงานและตั้งถิ่นฐานอยู่ที่อื่น ให้เป็นพลังสร้างสรรค์ สร้างคนหนองบัวและทุนทางสังคมของอำเภอหนองบัว ให้เป็นโอกาสและทางเลือกที่สำคัญต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาของชุมชนอำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์

       ทั้งนี้ โดยเน้นสิ่งที่ประชาชนและปัจเจกจะสามารถมีส่วนร่วมได้โดยสะท้อนสู่การปฏิบัติ เพื่อเป็นพลเมืองที่ได้ร่วมส่งเสริมสุขภาวะชุมชน พร้อมกับได้เข้าถึงกระบวนการเรียนรู้ซึ่งทำให้ได้พัฒนาตนเองและมีโอกาสยกระดับคุณภาพชีวิตตนเองไปด้วยอยู่เสมอ                      

                

  จุดหมายและเจตนารมย์เวที        

     จุดหมายของเวที มุ่งระดมพลังความมีจิตสาธารณะของประชาชนและทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อเรียนรู้การมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่อย่างบูรณาการ สู่โอกาสและทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการมีสุขภาวะของชุมชนระดับต่างๆอย่างเป็นองค์รวม ของคนหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์

  • พัฒนาเครือข่ายเรียนรู้และสร้างองค์ความรู้ท้องถิ่นของชุมชนหนองบัวอย่างผสมผสาน ที่เป็นทุนทางสังคมในทุกด้านของท้องถิ่นที่เอื้อต่อโอกาสและทางเลือกการพัฒนาที่เข้มแข็งและยั่งยืน ทั้งต่อสภาวการณ์ปัจจุบันและในอนาคต
  • บันทึกประสบการณ์และรายงานบทเรียนจากภาคปฏิบัติ เพื่อสะสมบทเรียนและตกผลึกภูมิปัญญาที่ก่อเกิดจากการปฏิบัติในบริบทของท้องถิ่น ให้สะท้อนทั้งความเป็นท้องถิ่นและความซับซ้อนของสังคมในวงกว้าง
  • สื่อสารเรียนรู้ เผยแพร่ และถ่ายทอดสิ่งดีของชุมชนอำเภอหนองบัว สู่สังคมภายนอก สร้างเครือข่ายสื่อเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งทางความรู้และข้อมูลข่าวสาร ส่งเสริมการพัฒนาการอ่าน การเขียน และการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้สาธารณะ  ขยายผลแหล่งการเรียนรู้ที่ส่งเสริมบทบาทชาวบ้าน ผสมผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีทั้งของท้องถิ่นและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างเหมาะสม พอเพียง มีคน ครอบครัว ชุมชน และการปฏิรูปตนเองของท้องถิ่น เป็นศูนย์กลาง
  • เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Virtual Learning Community) และ มหาวิทยาลัยเสมือนจริงของชาวบ้าน (Virtual University for Nong-Bua Development Community) พัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองให้สอดคล้องกลมกลืนกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมและสิ่งแวดล้อม  แลกเปลี่ยนถ่ายทอดวิทยาการและเทคโนโลยีที่เหมาะสมและพอเพียงระหว่างชุมชนกับโลกภายนอก สร้างพลังทางปัญญาและพลังความรู้ของชาวบ้าน สร้างคนและกลุ่มปฏิบัติการเรียนรู้ของประชาชน สร้างความตื่นตัวและพัฒนาภาวะผู้นำของภาคพลเมืองเพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในโอกาสและทางเลือกของสังคมที่หลากหลาย
  • เป็นเวทีรองรับนักวิชาการและนักพัฒนาทุกสาขาทั้งในและต่างประเทศที่เป็นศิษย์เก่าและลูกหลานคนหนองบัว เพื่อเป็นเครือข่ายความร่วมมือกับคนท้องถิ่นหนองบัวตามความสนใจ ในการวิจัย พัฒนา สื่อสารขยายผล สร้างพลังทางปัญญาและเลือกสรรค์การเปลี่ยนแปลงที่พึงประสงค์กับชุมชน
  • แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเป็นที่ปรึกษาหารือทางวิชาการเพื่อการพัฒนากับชุมชน โดยเน้นการมีส่วนร่วมด้วยจิตสาธารณะของปัจเจกและการรวมกลุ่มทำงานด้วยจิตอาสาของชาวบ้านเพื่อสร้างสุขภาวะของสาธารณะและพัฒนาตนเองตลอดชีวิต
  • เปิดโอกาสเพื่อร่วมกันสร้างบรรยากาศและความเคลื่อนไหว สู่การเฉลิมฉลอง ๕๐ ปี หรือกึ่งศตวรรษของโรงเรียนหนองบัว ในปี ๒๕๕๓ จากบัดนี้เป็นต้นไป
  • เป็นเวทีสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และติดตามเรื่องราวต่างๆ ของหนองบัวสำหรับชาวหนองบัวที่ย้ายถิ่นไปทำงานทั่วประเทศและในต่างประเทศ รวมทั้งเรื่องราวความเคลื่อนไหวของคนหนองบัวที่ไกลบ้าน ไปทำงานและตั้งหลักแหล่งที่อื่น ที่อยากบอกกล่าวและสื่อสารให้ญาติพี่น้องและชุมชนได้ทราบข่าวคราว

  รูปแบบเวทีพลเมืองเพื่อเชื่อมโยงกับการวิจัยพัฒนาสังคมในบริบทใหม่ๆ    

      รูปแบบของเวที เป็นเวทีเสวนาความรู้และสร้างการเรียนรู้เพื่อนำการเปลี่ยนแปลงของชาวบ้าน (Civic Forum for Learning and Change) ที่ช่วยกันทำด้วยความมีจิตอาสา ริเริ่มโดยกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่เป็นคนหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ทำไปตามความพร้อมและตามความสมัครใจ ผสมผสานการเรียนรู้และสร้างความรู้ท้องถิ่นกับการสื่อสารและการจัดการความรู้โดยเครือข่ายความรู้จากทางไกลผ่านเว็บบอร์ด GotoKnow ในระยะแรกเป็นการระดมความสนใจอย่างทั่วไปและในอนาคตอาจพัฒนาสู่รูปแบบเครือข่ายวิจัยและพัฒนาในแนวประชาคม ของชุมชนเสมือนจริงซึ่งเน้นชุมชนฐานรากเป็นตัวตั้ง

 เชิญแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเชื่อมโยงชุมชนที่สนใจคล้ายกันอย่างไร้พรมแดน  

      คำเชิญชวน ขอเชิญคนหนองบัวทุกท่านทั้งที่อยู่ในหนองบัวและทั่วประเทศ รวมทั้งทุกท่านจากแหล่งต่างๆทั่วประเทศ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นคนหนองบัว ที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาการเรียนรู้เพื่อสร้างสุขภาวะสาธารณะระดับชุมชน ที่เน้นโอกาสและทางเลือกการพัฒนาทีเข้มแข็งและยั่งยืน ได้ใช้เวทีนี้ให้เป็นหนทางการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกท่านไปตามอัธยาศัย ท่านผู้รู้ที่ถ่ายทอดประสบการณ์และให้ข้อชี้แนะแก่ชุมชนได้ ชาวบ้าน นักวิชาการ นักพัฒนาองค์กรเอกชน และกลุ่มประชาคม ที่มีประสบการณ์แบ่งปันให้แก่คนหนองบัวได้ ก็ขอเรียนเชิญครับ.

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                      บันทึกเพื่อการรำลึกถึงและเป็นหมายเหตุการก่อเกิดเวทีแบบช่วยกันทำตามความสะดวกแห่งนี้                            

  • ชื่อบล๊อก : เวทีพลเมือง : เรียนรู้และสร้างสุขภาวะหนองบัวให้เข้มแข็งและยั่งยืน
  • ที่อยู่ : http://gotoknow.org/blog/nongbua-community/295169 
  • กลุ่มคนผู้ริเริ่มและเสนอความคิด ซึ่งขอกล่าวถึงให้เป็นการรำลึกถึงและแสดงความเคารพในความคิดริเริ่มกันไว้ คือ พระมหาแล อาสโย(ขำสุข) | คุณเสวก ใยอินทร์ | กลุ่มพริกเกลือซึ่งเป็นการค่อยๆรวมตัวกันของศิษย์เก่าของโรงเรียนหนองบัว คุณครูอนุกูล วิมูลศักดิ์ครูอัตราจ้างของโรงเรียนวัดเทพสุทธาวาส อำเภอหนองบัว คุณพีรณัฐ
  • เครือข่ายที่ปรึกษาทางวิชาการเบื้องต้น : คุณจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร นักศึกษาปริญญาเอก สาขาประชากรศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล | ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล | รองศาสตราจารย์ ดร.เสน่ห์ จุ้ยโต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัว | อาจารย์พนม จันทร์ดิษฐ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองไผ่ อำเภอหนองบัว | อาจารย์สืบศักดิ์ ปฏิสนธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงเรียนหนองบัว | คุณครูวัชรี โชติรัตน์ โรงเรียนเทศบาล ๔ (เชาวนปรีชาอุทิศ) นครปฐม | อาจารย์ณัฐพัชร์ ทองคำ | คุณเริงวิชญ์ นิลโคตร สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล l รองศาสตราจารย์ ดร.รุจโรจน์ แก้วอุไร มหาวิทยาลัยนเรศวร l นายแพทย์สมพงษ์ ยูงทอง รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ l ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นคร เหมะ รองอธิการบดี ฝ่ายวิทยาเขต มหาวิทยาลัยมหิดล l ประเวศ รักษพล อัยการศาลปกครอง ศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัว l พีระ คำศรีจันทร์ นักวิชาการพัฒนาชุมชน ชำนาญการ สพช.อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัว l ปริญญารัตน์ แซ่แต้ คนหนองบัว ศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัว l นิจ เพชรคง วิศวกรโยธา กรมพัฒนาทางหลวงชนบท ศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัว l อาจารย์ขจิต ฝอยทอง Ph.D.Candidate ทุนพัฒนาอาจารย์สาขาขาดแคลน คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน l ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณัฐพงศ์ พร้อมจิตร Ph.D.Candidate ประธานสภาคณาจารย์ เครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน l อาจารย์กู้เกียรติ ญาติเสมอ สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย

                                 ลิ๊งค์และเครือข่ายข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ (คลิ๊กลงไปบนชื่อข้อความได้เลยครับ)                                

                            ห้องย่อยและแนวปฏิบัติเพื่อเสริมความเข้มแข็งของนักวิจัยชาวบ้านและนักเรียนรู้ชุมชน                           

ห้องย่อยนี้ จะรวบรวมความรู้ เทคนิคเครื่องมือ กระบวนการ และวิธีการพัฒนาตนเอง เพื่อเสริมกำลังแก่นักวิจัยชาวบ้าน นักเรียนรู้ชุมชน และคนสร้างความรู้จากการดำเนินชีวิตและจากการมีส่วนร่วมการพัฒนาสุขภาวะในท้องถิ่นตน ท่านพระมหาแล อาสโย ท่านเสนอแนะไว้หลายเรื่องที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนหนองบัว ให้สามารถเรียนรู้และนำไปทำประโยชน์ได้เองของชาวบ้าน เลยนำมารวบรวมไว้นำร่องไปก่อน เพื่อจะได้ช่วยกันรวบรวมมาเก็บไว้ให้สะดวกต่อการที่คนทั่วไปจะนำไปใช้มากๆขึ้นในภายหลังต่อไปครับ.

             เครือข่ายเพื่อเรียนรู้สู่ทางเลือกและความหลากหลายของการพัฒนาเพื่อความเข้มแข็งและความยั่งยืนของชุมชน            

  • โรงเรียนอนุบาลพลอยภูมิ  โรงเรียนวิถีพุทธและการพัฒนาการศึกษาเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อการพัฒนาอย่างสมบูรณ์พร้อมของมนุษย์
  • โรงเรียนนานาชาติเมธาสคูล META International School โรงเรียนนานาชาติที่มุ่งการบ่มสร้างผู้ประกอบการและผู้นำรุ่นใหม่ให้เป็นผู้นำในอนาคตเพื่อนำการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมสู่ทางเลือกที่ยั่งยืนของสังคมไทยในเวทีนานาชาติ
  • ชมรมชีวเกษม การรวมกลุ่มเรียนรู้สร้างสุขภาพแบบองค์รวม
  • ทุ่งสักอาศรม โรงเรียนและค่ายกวีของครูกานท์ : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวกานท์ ปทุมสูติ ตั้งอยู่ที่อำเภออู่ทอง สุพรรณบุรี เน้นการเรียนรู้อย่างบูรณาการโดยใช้การเรียนอ่าน เขียน คิด ประพันธ์ ใช้ชีวิต ทำกิจกรรม อยู่กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาวนา กลุ่มเป้าหมายเน้นกลุ่มเด็กและเยาวชนชนบท ครูภาษาไทย  ครูและกลุ่มอาสาสมัคร เด็กด้อยโอกาส ชาวเขา นักคิดและนักพัฒนาแนวทางเลือก
  • ไร่คุณมน เป็นแหล่งการรวมกลุ่มเรียนรู้และพัฒนาผลผลิตเพื่อทางเลือกที่ยั่งยืน ของกลุ่มแม่บ้านชาวบ้าน และเกษรตกร นำโดย คุณมนรัตน์ สารภาพ ครูภูมิปัญญาไทย  เน้นกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ การทำผลิตภัณฑ์ซึ่งเน้นการใช้แรงคนและการพึ่งเทคโนโลยีที่พอเพียงสำหรับชาวบ้าน อยู่ที่อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี

  .       .       .             .       .       .       .           ข่าวประชาสัมพันธ์         .       .       .             .       .       .       .    

                                                    ศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัวและชาวหนองบัว                                                             

   สู่ ๕๐ ปีของโรงเรียนหนองบัว   

  • โรงเรียนหนองบัว เริ่มก่อตั้งและจัดการเรียนการสอนเมื่อปี ๒๕๐๓ โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนหนองบัว(เทพวิทยาคม) หรือในปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนอนุบาลหนองบัว(เทพวิทยาคม) ในปี ๒๕๕๓ นี้ โรงเรียนหนองบัวจึงก่อตั้งมาได้กึ่งศตวรรษ หรือ ๕๐ ปีแล้ว
  • ต่อมา ในปี ๒๕๐๘ ก็ได้ย้ายไปตั้งอยู่ที่หนองคอก อันเป็นที่ตั้งในปัจจุบัน

                                    ลูกหลานชาวหนองบัวที่สนใจสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยมหิดลระบบโควตา                                     

                                                                ขอขอบคุณผู้มีอุปการคุณ                                                                 

        การจัดภาพประกอบของบล๊อกและตัวหนังสือกราฟิคคอมพิวเตอร์บนภาพ ได้รับความอนุเคราะห์จากคุณครูวัชรี โชติรัตน์ โรงเรียนเทศบาล ๔ (เชาวนปรีชาอุทิศ) อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

                   คำหลักเพื่อใช้ค้นหาและช่วยให้มองเห็นเวทีคนหนองบัวนี้ ด้วย google และ search engine ต่างๆ                

 พิมพ์คำเหล่านี้ลงไปครับ : คนหนองบัว | เวทีคนหนองบัว | เวทีพลเมืองหนองบัว | เวทีประชาคมหนองบัว | อำเภอหนองบัว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เวทีคนหนองบัว

คำสำคัญ (Tags)#จิตสาธารณะ#อำเภอหนองบัว#เวทีประชาคมหนองบัว#เวทีพลเมือง#คนหนองบัว

หมายเลขบันทึก: 295169, เขียน: 06 Sep 2009 @ 11:49 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 21:29 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ดอกไม้: 17, ความเห็น: 1726, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง


ความเห็น (100)

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น

สวัสดีครับคุณสมบัติครับ
เข้ามาอ่านเรื่องตัวหนอ กับตัวหมอ ของคุณสมบัติแล้วก็ขำดีครับ
เมื่อวานก่อนได้ไปนั่งกินข้าวในร้านอาหารที่เขาร้องเพลงกับเปียโน
พรรคพวกขอเพลงไทยดำรำพันให้ฟัง ปรากฏว่ามือเปียโนร้องให้ฟังเอง
เพราะมากเลยครับ นอกจาก ก.วิศษแล้ว
ก็เพิ่งจะได้ยินคนร้องเพลงไทยดำรำพันได้ไพเราะอย่างนี้

เขียนเมื่อ 

 นมัสพระอาจารย์มหาแล,สวัสดีท่านอ.วิรัตน์และเวทีคนหนองบัวทุกท่าน

   ช่วงงานงิ้วหนองบัว อยากจะหาเวลาแวะเวียน เข้าไปชมงานนี้มาก แต่ก็ยังหาเวลาไปไม่ได้เลย ช่วงนี้ภาระกิจแน่นมากเลยครับ   หากไม่ได้ไปอย่างไร ก็จะรอชมภาพบรรยากาศจากบอร์ดแห่งนี้ครับ เนื่องจากบรรยากาศงานงิ้วหนองบัว ไม่ได้เห็นเป็นเวลานานมากแล้วครับ

เมื่อวาน(๒๖มีนาคม๒๕๕๔)ไปหนองบัวและมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมนิทรรศการ เวทีคนหนองบัว : สานสำนึกรักท้องถิ่น พลังสามัคคี และความงามที่หลากหลาย
เป็นการกลับไปเยี่ยมชมงานงิ้วหนองบัว หลังจากที่ห่างหายจากงานงิ้วไป ๓๑ ปี
เมื่อวานที่หนองบัวมีงานบวชนาคหมู่ด้วย ในช่วงแห่นาคหมู่รอบเมืองนั้น อยู่ที่บ้านโยมไม่มีคนไปถ่ายภาพนาคหมู่ เลยไม่ได้ภาพนาคหมู่ยุคปัจจุบันมาฝากทุกท่าน
แต่นำบรรยากาศนาคหมู่ในยุคอดีตมาฝากเวทีคนหนองบัวแทน
นาคหมู่ในภาพกำลังทำพิธีกรรมโดยการขอขมาบิดามารดา ปู่ย่า ตายาย ผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน (คนหนองบัวเรียกกิจกรรมวันนี้ว่า วันลา)
นาคหมู่ชุดนี้ คาดว่าอายุประมาณรุ่นราวคราวเดียวกับคุณอัญชัน
เพื่อให้เข้าบรรยากาศเทศกาลบวชนาคหมู่
จึงขอฝากภาพนาคหมู่หนองบัวภาพนี้ไปถึงคุณอัญชันที่ประเทศสวีเดนด้วยเลย

แห่นาคหมู่หนองบัว : ก่อนจะทำการบวชหนึ่งวัน จะนำนาคหมู่ทั้งหมดแห่รอบเมืองหนองบัวโดยการนำนาคขึ้นคานหาม(เสลี่ยง) คานหามละ ๒ องค์หรือ ๓ องค์ ในคานหามหนึ่งๆจะมีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆนั่งประจำทุกคานหามด้วยจำนวน ๒ คน




                     
                     นาคที่มีคู่ดอง ก็จะเรียกกันว่าสีกานาค เป็นผู้ถือหมอน ถ้านาคองค์ใดไม่มีคู่ดองก็จะให้ญาติผู้หญิงเป็นถือหมอน ส่วนแม่ถือผ้าไตร พ่อก็ถือตาลปัตรสะพายบาตร
ในภาพนี้คือสีกานาค(คู่ดองนาค)

เขียนเมื่อ 

กราบนมัสการพระอาจารย์มหาแลค่ะ

ขอบคุณพระอาจารย์ค่ะที่นำภาพบวชนาคมาฝาก พอดิฉันเข้ามาดูรูปก็คลิกดูรูปทั้งหมดก่อนจะอ่านคำบรรยาย กำลังนึกอยู่ทีเดียวเชียวว่า มีผู้ใหญ่หลายคนเลยในภาพที่ดิฉันรู้จัก

ต้องบอกว่า รูปงานบวชนาคชุดนี้ ก็คงเป็นรุ่นใกล้เคียงดิฉัน แต่ตัวนาคน่าจะเป็นรุ่นพี่ แต่สีกา คงจะเป็นรุ่นราวคราวเดียวกับดิฉัน ก็คงเกิน ๒๐ ปีที่แล้วน่ะค่ะ

ตัวดิฉันเอง ชอบมาก กับงานบวชนาค และ ชอบเครื่องแต่งกายของพ่อนาคด้วย ซึ่งสมัยนี้ นาค แต่งตัวเพียงสีขาวสีเดียว

ตอนเด็กๆ จำได้ว่า พวกลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้หญิงเค้าจะปักผ้ากันเพื่อให้คู่ดองไว้ใช้ตอนบวชนาคน่ะค่ะ

ส่วนสาวๆ สีกา หรือ ผู้คนที่ไปร่วมงาน ดิฉันชอบมากที่เค้านุ่งซิ่น ใส่เสื้อผ้าลูกไม้ ผ้าชีฟองหรือผ้าจอเจียร์ (ขอนอกเรื่องนิดหนึ่ง) ซึ่งส่วนตัวดิฉัน ชอบผ้า ๓ ชนิดนี้มากค่ะ อาจจะเป็นเพราะตอนเราเด็กๆ ที่อยู่หนองบัว เค้าจะใส่ผ้าพวกนี้กัน เวลาไปงานหรืองานบุญใหญ่ๆ เลยทำให้ชอบมาถึงทุกวัน

ยิ่งตอนนี้มาอยู่ต่างประเทศ หากมีงานไหนพอที่เราจะใส่ผ้าไทย ผ้าลายไทยไปได้ ก็จะใส่ให้ฝรั่งรู้ว่าเราเป็นคนไทยใช้ผ้าไทยค่ะ

 

ขอบคุณนะคะ ที่นำภาพวันวานมาให้ดูค่ะ

อัญชัน

เขียนเมื่อ 

กราบนมัสการพระคุณเจ้าพระอาจารย์มหาแล และพระอธิการโชคชัย

สวัสดีพี่วิรัตน์ อาจารย์พนม และแฟนๆเวทีคนหนองบัวทุกท่าน

ดีใจมากครับที่ได้เห็นเวมีคนหนองบัว ไปปรากฏอยู่ที่หนองบัว และมีพี่น้องและลูกหลานชาวหนองบัวเข้ามาดู ได้เจอท่านพระมหาแลและพระอธิการโชคชัย และคุณณัชพัชร์

ตอนนี้ผมกลับมากทม.แล้วตั้งแต่เมื่อคืนวันอาทิตย์ แต่ลืมกล้องไว้ที่หนองบัว ก็เลยฝากเจ้างักเพื่อนที่ไปหนองบัวด้วยกัน ที่จะกลับมากทม.วันนี้แวะไปเอากล้องมาด้วย ตอนนี้ก็เลยยังไม่มีรูปบรรยากาศงานงิ้วมาให้พวกเราได้ดู  ได้เห็นขบวนแห่นาค แต่จังหวะนั้นไม่มีกล้องอยู่ในมือ เลยไม่มีรูปงานบวชนาคหมู่มาให้พวกเราดู อย่างไรก็อดใจรออีกซักนิดนะ

เห็นพี่วิรัตน์ทำหัวข้อย่อยเกี่ยวกับกิจกรรมในครั้งนี้ออกมามากมายเลย เกรงว่าคนที่เข้ามาในเวทีคนหนองบัวครั้งแรกจะงงสับสน หรือว่าจะแสดงความคิดเห็นตรงไหนดี ก็อยากจะบอกว่าแสดงความเห็นกันได้ตรงนี้เลย เดี๋ยวผมว่าจะทำลิ้งค์ไปยังหัวข้อต่างๆที่พี่วิรัตน์ได้ทำแบ่งเอาไว้ แต่ตอนนี้ขอแค่นี้ก่อนครับ ไว้ตอนค่ำๆดึกๆจะเข้ามาพูดคุยต่อถึงบรรยากาศที่ได้ไปเจอะเจอมา 

เขียนเมื่อ 

เคยมีคนแก่คนเฒ่าเล่าให้ฟังว่าการบวชนาคหมูจะต้องนั่งบนแคร่แล้วเขย่า ถ้าถ้าองค์ไหนไม่ร่วงก็แสดงว่ามีบุญที่จะบวช  และสิ่งที่สวยงามมากคือเครื่องทรงนาคของชาวหนองบัวที่สวยงามและปรานีต

ข้อมูลภาพถ่ายและภาพเล่าเรื่องที่ท่านพระอาจารย์มหาแลนำมาเผยแพร่และบันทึกรวบรวมไว้ชุดนี้งดงามมากเลยนะครับ

เพื่อสานต่อข้อสังเกตของคุณฉิก ก็เลยนำเอาหัวข้อต่างๆที่แตกออกไปจากหัวข้อหลักและเป็นเรื่องที่ลงรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆของหนองบัว มารวบรวมไว้ที่นี่ด้วยเพื่อให้ทุกท่านได้แวะเข้าไปอ่านและเยี่ยมชมนะครับ โดยเฉพาะคนที่ห่างไกลบ้าน จะได้ย่อโลกให้ได้เห็นความใกล้ชิดบ้านเกิดและญาติพี่น้องมากกว่าเดิม มีพลังใจในการดำเนินชีวิตและทำการงาน เรื่องต่างๆที่รวบรวมไว้ในช่วงงานงิ้วและงานบวชนาคหมู่ของหนองบัว ประจำปี ๒๕๕๔ มีดังนี้ครับ...

คลิ๊กไปอ่าน ดูรูป และแลกเปลี่ยนทรรศนะต่างๆกันได้ตามสบายเลยครับ มีคนหนองบัวเป็นจำนวนมากพอสมควรที่อ่านและทราบเรื่องราวต่างๆของหนองบัวและสังคมรอบข้างจากสื่อเวทีคนหนองบัวนี้ของเราครับ และเป็นจำนวนไม่น้อยที่เป็นญาติพี่น้อง รวมทั้งลูกหลานของเราเอง

นำบรรยากาศงานงิ้วหนองบัว ๒๕๕๔ นิทรรศการเวทีคนหนองบัว มาฝากคุณธนกฤตและทุกท่าน

เทศกาลงานไหว้เจ้าพ่อเจ้าแม่-หลวงปู่ฤาษีนารายณ์หนองบัว ๒๕๕๔ (งานงิ้วหนองบัว ๒๔ - ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๔) นิทรรศการ : เวทีคนหนองบัว สานสำนึกรักท้องถิ่น พลังสามัคคี และความงามที่หลากหลาย

ถ่ายภาพโดย : นายบุญเกิด แสนเมือง นิสิตปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร และพระอธิการโชคชัย ชยวุฑฺโฒ เจ้าอาวาสวัดพรหมพิราม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก


 

รวมภาพงานงิ้วหนองบัว๒๕๕๔ชุดที่สอง



ภาพล่างสุดญาติๆที่บ้านเนินตาโพกำลังชมหนังสือสูจิบัตรงานนิทรรศการ : เวทีคนหนองบัว สานสำนึกรักท้องถิ่น พลังสามัคคี และความงามที่หลากหลาย
(๒๖ มีนาคม ๒๕๕๔)

 

 

กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแลและท่านพระอธิการโชคชัย เจ้าอาวาสวัดพรหมพิราม พิษณุโลก
สวัสดีทุกท่านในเวทีคนหนองบัวครับ

เห็นท่านพระอาจารย์มหาแลพูดถึงคุณธนกฤตแล้วก็เลยนึกถึงคุณธนกฤตและอีกหลายคนนะครับ ไม่รู้ว่าได้เจอกันแต่ไม่รู้ว่าใครเป็นใครบ้างหรือเปล่านะครับ แต่ก็เชื่อว่าเมื่อเห็นกิจกรรมต่างๆที่หลายท่านช่วยกันนำมารายงานถ่ายทอดสู่กันนี้แล้วก็คงจะร่วมยินดีไปด้วยกันนะครับ เพราะเป็นคนร่วมคิดมาด้วยกันและทำงานอยู่เบื้องหลังอยู่ตลอดมา

อันที่จริงข้างๆเต๊นท์นิทรรศการของเวทีคนหนองบัวนั้น ก็มีรถมาออกหน่วยเคลื่อนที่ของบริษัททรูอยู่ด้วยนะครับ ไม่รู้ว่าเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับคุณธนกฤตด้วยหรือไม่นะครับ เสียดายที่วันงานก็ได้แต่มองดูไม่ยักกะฉุกคิด เลยปากหนักไปหน่อย ไม่ได้ถามดู

เห็นรูปที่ท่านพระอาจารย์มหาแลนำมาโพสต์แล้ว ก็อยากกล่าวถึงผู้คนและหน่วยงานต่างๆเพื่อให้เครดิตกันสักหน่อยนะครับ จะได้ชื่นชม เป็นกำลังใจ และเห็นผู้คนที่เป็นทุนสิ่งดีของหนองบัวสะสมเพิ่มพูนมากยิ่งๆขึ้น

                       

ซ้ายมือสุดของภาพบน คือคุณนพดล ไชยสุกัญญาสัญ ประธานคณะกรรมการจัดงานไหว้เจ้าพ่อเจ้าแม่ หลวงปู่ฤาษีนารายณ์ ประจำปีนี้ ถัดไปที่ใส่เสื้อม่อฮ่อมนั้นคือผู้เขียนเอง ถัดไปทางซ้ายมือ ท่านสุภาพบุรุษที่สวมเสื้อสีชมพูร่างสูงใหญ่นั้น คืออดีตรองผู้ว่าราชาการจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นคนเกาะลอย หนองบัว และให้เกียรติมาเป็นประธานพิธีเปิดขบวนแห่ของปีนี้ ซ้ายมือของท่านอดีตรองผู้ว่า ที่สวมเสื้อสีส้มแดงนั้น คือ ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัวท่านปัจจุบัน พระคุณเจ้าสองรูปถัดไปนั้น รูปซ้ายที่สวมแว่น คือท่านพระอาจารย์มหาแล อาสโย(ขำสุข) จากวัดศรีโสภณ พิษณุโลก และอีกท่านหนึ่งคือ ท่านพระอธิการโชคชัย เจ้าอาวาสวัดพรหมพิราม พิษณุโลก ถัดไปคืออาจารย์สืบศักดิ์ ปฏิสนธิ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัว และริมขวาสุด อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สาขาหนองบัว

สุภาพสตรีสองท่านในภาพมุมขวาล่าง ซ้ายมือคืออาจารย์ณัฐพัชร์ ทองคำ นักวิจัยอิสระและเป็นทีมทำงานวิชาการของผมในหลายโอกาส ซึ่งผมของความอนุเคราะห์ให้ไปช่วยเวทีกิจกรรมของชาวหนองบัวโดยคาดว่าหากมีประเด็นที่สามารถยกระดับการทำงานด้วยกันของคนหนองบัวต่อไปได้ ก็อาจจะนำไปสู่การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการเพื่อชุมชนท้องถิ่นหนองบัวด้วยกันต่อไปในอนาคต ซึ่งในระหว่างงานก็ช่วยพวกเรามากมาย โดยเฉพาะเดินตระเวนถ่ายรูปเก็บบันทึกข้อมูลหนองบัวให้พวกเราชุดใหญ่ ขวามือคือเพื่อนของครูตาล ลูกป้าอี๊ดหรือป้าสาหร่าย ชาวบ้านเกาะลอย ครูตาลและเพื่อนเป็นครูของโรงเรียนหนองบัว

                       

สุภาพบุรุษในภาพบนและล่างที่ยืนพูดไมโครโฟน คือคุณฉิก ศักดิ์ศิริ พิทักษ์อำนวย คนในตลาดหนองบัว ศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัว เป็นวิศวกร ปริญญาตรีจากเทคโนพระนครเหนือ กรุงเทพฯ และปริญญาโทด้านการบริหารจัดการธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นตัวตั้งตัวตีคนหนึ่งที่ทำให้เกิดการทำงานนี้ด้วยกันของเวทีคนหนองบัวในงานงิ้ว สุภาพสตรีที่นั่งเก้าอี้คือคุณครูวิกานดา บุญเอก จากโรงเรียนหนองบัว เป็นน้องสาวคนเล็กของผู้เขียน และเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนหนองบัวของคุณฉิกด้วย ริมขวาสุดคือแม่ของผู้เขียน นางบุญมา คำศรีจันทร์ และเด็กที่ยืนหันหลังก็คือหลาน คุณครูวิกานดาต้องช่วยคณะกรรมการจัดงานไหว้เจ้าพ่อเจ้าแม่ คอยจัดการบันทึกและเป็นผู้เดินรับเงินไหว้เจ้ากับเงินระดมทุนของแต่ละบ้านทั่วตลาดในอำเภอหนองบัวที่ขบวนแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ หลวงปู่ฤาษีนารายณ์ผ่านไป จากนั้นก็มาช่วยกันจัดบอร์ดนิทรรศการและเป็นผู้ร่วมนั่งสนทนาในเวทีเรียนรู้เรื่องราวหนองบัว ต้องอยู่ตลอดวันไปจนถึงเที่ยงคืน เลยต้องขอเอาแม่และหลานมาอยู่ด้วยกันใกล้ๆ

คุณฉิกนั้น เป็นสารพัดสำหรับงานนี้ ทั้งวิ่งประสานงานในเรื่องต่างๆให้กับพวกเราที่จัดนิทรรศการ เพราะเป็นคนที่อยู่ตลาด เป็นนักกิจกรรมและรู้จักผู้คนทั่วไปหมด เมื่อมีจังหวะก็จำไมโครโฟนคุยเรื่องหนองบัวกับผู้คนที่เดินผ่านเต๊นท์ไปมา เป็นที่สนุกสนานและสร้างคามมีชีวิตชีวามากเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันก็หอบเอาชุดไฟแสงสว่างไปจากกรุงเทพฯแล้วไปติดตั้งเสริมเข้ากับไฟในเต๊นท์ ทำให้บรรยากาศในเต๊นท์นิทรรศการได้บรรยากาศของการเรียนรู้และน่าเดินชมเพิ่มมากขึ้นไปอีก บางช่วงก็เดินถือกล้องออกไปถ่ายรูปเก็บไว้

                        

ภาพบนจากริมซ้าย คุณเกศศรณ์ศิน ลูกมหาจำลอง เป็นคนเกิดและเติบโตอยู่ในตลาดหนองบัว ปัจจุบันไปตั้งรกรากและเป็นเจ้าของกิจการเบเกอร์รี่อยู่ที่ลำปาง เพิ่งได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดหนองบัวครั้งแรกหลังจากหนองบัวไปหลายปี จึงมาร่วมรำลึกและคุยบันทึกข้อมูลหนองบัวด้วยกันอย่างสนุกสนทนาตั้งแต่ ๔ โมงเย็นไปจนถึงกว่าเที่ยงคืนของวันแห่ สร้างความประทับใจแก่เวทีมาก

ถัดไปทางขวามือคือป้าอี๊ด หรือป้าสาหร่าย คนเกาะลอยและเป็นแม่ของครูตาล ป้าสาหร่ายแวะมาชมนิทรรศการและนั่งเสวนากับทุกคนในเวทีก่อนที่จะไปนอนวัดหนองกลับเพื่อเป็นกำลังในการจัดงานแห่นาคและอุปสมบทหมู่ งานสำคัญอีกงานหนึ่งของชาวหนองบัว ป้าสาหร่ายมีความทรงจำและมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวรอบด้านของหนองบัวที่ดีมาก สามรถบอกเล่า สืบทอด และสะท้อนระบบวิธีคิดที่อยู่ภายใต้เรื่องราวต่างๆให้เวทีได้ทราบอย่างลึกซึ้ง

ถัดไปคืออาจารย์สืบศักดิ์ ปฏิสนธิ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัว ซึ่งเป็นคนประสานงานหลักคนหนึ่งในการจัดนิทรรศการนี้ด้วยกัน เป็นผู้ร่วมระดมความคิด ประสานงานคนในพื้นที่ ผู้นำชุมชน จัดหาบอร์ดและเป็นศูนย์กลางในการสื่อสารบอกกล่าวแก่ฝ่ายต่างๆในหนองบัว ริมขวาของภาพบนสุดคือคุณเบิ้ม รัชทนงค์ โพธิ์พรหม ผู้จัดการฝ่ายโรงงานของบริษัทเหมืองแร่ในหนองบัวและเป็นคนเก่าแก่ที่อยู่ในตลาดหนองบัวที่ช่วยประสานงาน สื่อสาร เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และแวะเวียนมาช่วยกันจัดนิทรรศการอยู่เป็นระยะๆ

สุภาพบุรุษที่สวมเสื้อเหลือง คือ อาจารย์พนม จันทร์ดิษฐ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองไผ่ ซึ่งเป็นโรงเรียนดีประจำตำบล ของอำเภอหนองบัว สำหรับงานครั้งนี้แล้ว อาจารย์พนมเป็นผู้ซึ่งช่วยกันทำในทุกเรื่องนับแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้นกิจกรรม ทั้งการหาความคิด การวางแผนเนื้อหา การติดต่อประสานงานคนในอำเภอ การติดต่อประสานงานกับกำนันวิรัตน์ บัวมหะกุลและคณะกรรมการจัดงาน รวมไปจนถึงการเป็นวิทยากร โฆษก และผู้ดำเนินกิจกรรมให้มีความเคลื่อนไหว ได้ความเป็นเวทีเรียนรู้ที่มีพลังมากอย่างยิ่ง

สุภาพสตรีเสื้อลายสก๊อต คือคุณปริญญารัตน์ โพธิ์นาค ศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัว และเป็นคนค้าขายอยู่ในตัวตลาด ปริญญารัตน์เป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนหนองบัวของผม เป็นคนเรียนเก่งและเป็นหัวหน้าห้องที่เป็นผู้หญิงอยู่หลายครั้ง การจัดนิทรรศการครั้งนี้ก็มาร่วมวางแผน ติดตั้ง ประสานงาน และจัดการสิ่งต่างๆ เลยเที่ยงคืนอยู่ทุกวันถึง ๒-๓ วัน

                        

ผู้ที่มีบทบาทสำคัญมากที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้อีกท่านหนึ่ง คือ กำนันวิรัตน์ บัวมหะกุล สุภาพบุรุษที่สวมเสื้อสีโอลด์โรสยืนในรูปบนขวา กำนันตำบลธารทหาร และเป็นรองประธานกรรมการจัดงานไหว้เจ้าพ่อเจ้าแม่ หลวงปู่ฤาษีนารายณ์ ประจำปีนี้ กำนันเป็นผู้อำนวยการ อำนวยความสะดวก และร่วมดำเนินการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม นับแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้นงาน เดินเลือกสถานที่ด้วยกันกับทีมทำงาน คอยดูแลสิ่งของเครื่องใช้ จัดหาเต๊นท์ ดูแลอาหารการกิน ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิด มองไป    ข้างหน้าด้วยกัน และแวะเวียนมาร่วมเวทีอยู่ตลอดเวลา เป็นที่ประทับใจของทุกคน

                        

ท่านพระอาจารย์มหาแล อาสโย (ขำสุข) รวมทั้งท่านพระอธิการโชคชัย พระคุณเจ้าทั้งสองเป็นผู้นำทางจิตใจและเป็นผู้นำของชาวบ้านที่เมื่อได้สัมผัสแล้วก็มีความงดงามเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง ท่านพระอาจารย์มหาแลนั้นต้องนับว่าเป็นผู้ริเริ่มและตระเตรียมสิ่งต่างๆอย่างทุ่มเทจริงจังเพื่อนำมาสู่การจัดนิทรรศการและจัดเวทีเรียนรู้ความเป็นชุมชนหนองบัวในครั้งนี้ด้วยกัน หนังสือที่ท่านประดิษฐ์ประดอยทำขึ้นมาด้วยความยากลำบากนั้น เป็นสื่อนิทรรศการที่ทำให้เต๊นท์นิทรรศการกลายเป็นมหาวิทยาลัยเลื่อนที่ได้เลยทีเดียว ทำให้คนเข้าไปอ่านและอยู่ในบรรยากาศของการเรียนรู้ได้หลากหลายกิจกรรม เป็นกำลังแห่งความดีงามของเวทีคนหนองบัว โดยเฉพาะสร้างพลังความเชื่อมั่นในวิถีแห่งปัญญาและการพากันเรียนรู้ของชาวบ้าน

รับสมัครอาสาสมัครนักวิจัยประจำหมู่บ้าน : อสวม
จากทุกตำบลและหมู่บ้านในอำเภอหนองบัว นครสวรรค์

จากเวทีเรียนรู้ชุมชนหนองบัว ระหว่างที่พวกเราได้จัดนิทรรศการและเวทีเสวนากันในวันแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่หลวงปู่ฤาษีนารายณ์ และอีกด้านหนึ่งก็เป็นวันแห่นาคและอุปสมบทหมู่ ในประเณีแห่นาคและอุปสมบทหมู่ของชุมชนอำเภอหนองบัว ได้มีนักธุรกิจคนทำมาค้าขายซึ่งเป็นคนหนองบัวพอครอบครัวกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่มีธุรกิจของตนเองอยู่ในกรุงเทพฯและอีกหลายแห่งของประเทศ ได้เข้าไปนั่งคุยกันในเวทีเสวนากับผมและได้แสดงความสนใจในการทำสิ่งต่างๆเพื่อหนองบัว รวมทั้งเพื่อสังคมไทยผ่านการทำให้กับหนองบัว โดยปวารนาตน จะร่วมเป็นเครือข่ายริเริ่มสิ่งต่างๆด้วยตนเองและยินดีให้การสนับสนุนการทำกิจกรรมต่างๆด้วยกันที่เน้นการพัฒนความรู้ พัฒนาการเรียนรู้ และทำให้สิ่งดีๆของหนองบัวซึ่งมีอยู่มากมาย ปรากฏออกมาด้วยการเรียนรู้และดำเนินการสิ่งต่างๆช่วยกันที่ดี

  • ทำพื้นที่เรียนรู้หนองบัวที่มีรสนิยมนำสู่ทางเลือกออกจากกระแสหลักของสังคมโลก : จะพยายามดัดแปลงที่ทางของตนเอง บ้าน และอาคารร้านค้าของตนเอง ให้มีส่วนที่เป็นศูนย์การเรียนรู้และเผยแพร่เรื่องราวต่างๆของหนองบัวในแนวที่ตนเองมุ่งให้ความสนใจส่งเสริม โดยเฉพาะการอนุรักษ์และจัดแหล่งเรียนรู้เพื่อชื่นชมซาบซึ้งลักษณะการสร้างบ้านด้วยไม้ หน้าต่างทำด้วยไม้ตามอาคารร้านค้าของหนองบัว รวมทั้งวิถีชีวิตและวิถีวัฒนธรรมต่างๆแต่เก่าก่อนของหนองบัว
  • ทำสื่อและช่องทางการเผยแพร่ความเป็นหนองบัว : จะให้การสนับสนุนและร่วมทำสื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์หนองบัวให้เป็นที่รูจักและเข้าถึงได้โดยสะดวกมากขึ้นของโลกภายนอก
  • ทำเว๊บ หนองบัวดอทคอม : nongbua.con เพื่อเป็นเวทีเผยแพร่สื่อสารของหนองบัวที่ช่วยกันทำขึ้นด้วยเครือข่ายภาคประชาชน

ผมรู้สึกชื่นชมและต้องการเป็นกำลังใจในความริเริ่มหลายอย่าง อันที่จริงเป็นครอบครัวค้าขายที่มีบทบาทมากของหนองบัวและเป็นเพื่อนผมกับเพื่อนพี่น้องของหลายคนในหนองบัว ทว่า ขอสงวนนามไว้ก่อนเพื่อจะได้ไม่ต้องอึดอัดใจหากยังไม่สะดวก อีกทั้งอยากให้มีเวลานั่งคิดและค่อยๆคุย ค่อยๆทำสิ่งต่างๆไปให้ลงตัว พิพิถัน หากมีบางสิ่งที่คิดว่าดีกว่าหรืออยากเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมไปตามเงื่อนไขตนเอง ก็จะได้มีความสะดวกใจ ไม่ลำบากใจ กระนั้นก็ตาม ดูวิธีคิด ความสามารถ และศักยภาพทุกด้านแล้ว ก็เชื่อว่าสิ่งที่ครอบครัวค้าขายครอบครัวนี้คิดนั้น เป็นสิ่งที่อยู่ในมือและทำได้เป็นอย่างดีอย่างแน่นอน เลยก็ขอเคลื่อนไหวอย่างอื่นคู่ขนานไปด้วย เพื่อจะได้เป็นการเตรียมการและทำสิ่งต่างๆไปด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างหลังคือการทำหนองบัวดอทคอม

ผมจึงขออาสาเสริมกำลังในส่วนที่เป็นงานสร้างคนและพัฒนางานทางความรู้ให้นะครับ หากมีหนองบัวดอทคอมก็ต้องมีคนสร้างเนื้อหาเรื่องราวเข้ามาป้อน เวทีคนหนองบัวจะช่วยกันสร้างรูปแบบการสร้างความรู้ขึ้นจากชุมชนหมู่บ้านและจากวิถีชีวิตของชาวบ้านให้ทั่วหนองบัวเพื่อให้หนองบัวดอทคอมทำให้หนองบัวมีความรู้และข้อมูลข่าวสารจากทุกหมู่บ้าน โดยใช้รูปแบบซึ่งขอเรียกไปก่อนว่า อาสาสมัครนักวิจัยชุมชนของหมู่บ้าน : อสวม.

คุณสมบัติและคุณลักษณะของ อาสาสมัครนักวิจัยชุมชนของหมู่บ้าน : อสวม.

  • เป็นผู้มีพื้นจิตใจรักความรู้ รักการเรียนรู้ การอ่าน เขียน การฟังผู้อื่น การศึกษาค้นคว้า การบันทึกถ่ายทอด การสร้างมรดกทางปัญญาเพื่อสังคมและชุมชน ศรัทธาวิถีสังคมแห่งความรู้และมุ่งปัญญาปฏิบัติ เปิดกว้างต่อโลกแห่งความแตกต่างหลากหลายทั้งระดับท้องถิ่นและโลกกว้าง ไม่จำกัดอายุ เพศ ศาสนา อาชีพ และระดับการศึกษา
  • เป็นคนหนองบัวหรือเป็นคนในชุมชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในชุมชนหมู่บ้าน หรือในกลุ่มหมู่บ้านและละแวกบ้านที่ตั้งถิ่นอาศัยเป็นชุมชนหมู่บ้านที่อยู่ด้วยกัน
  • มีทักษะในการเรียนรู้ชุมชนและโลกรอบข้างผ่านการดำเนินชีวิตและการแสวงหาประสบการณ์ชีวิตชุมชน
  • มีคุณลักษณะการเป็นผู้เปิดกว้างต่อการเรียนรู้ มุ่งพัฒนาการเรียนรู้ของตนเองและใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อความริเริ่มสร้างสรรค์สุขภาวะชุมชนเพื่อตนเอง ชุมชน และผู้อื่น ด้วยสัมมาปฏิบัติ
  • มีความสมดุลในการดำเนินชีวิตจากประสบการณ์ตรงและผ่านการศึกษาค้นคว้าจากสื่อและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
  • สามารถใช้อินเตอร์เน็ตและเขียนเว็บบล๊อก หรือให้ความสนใจในการพัฒนาตนเองเพื่อสร้างความรู้ชุมชนและเผยแพร่ผ่านเว็บบล๊อก
  • มีคอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายภาพที่สามารถบันทึกข้อมูลภาพ รวมทั้งเทคโนโลยีเพื่อการทำงานความรู้ผ่านเว็บบล๊อกและอินเตอร์เน็ต หรือหากไม่มีเป็นของตนเอง ก็ควรมีความสามารถเข้าถึงและใช้เพื่อการทำงานด้วยวิธีพึ่งตนเองหรือรวมกลุ่มทำด้วยกันเป็นกลุ่มสนใจของตนเองได้

บทบาทของ อสวม.

  • เก็บบันทึกรวบรวมข้อมูลของชุมชนหมู่บ้าน คุ้ม ซอย ละแวกบ้าน ของตนเอง ในรูปของข้อมูลภาพ เอกสาร รูปวาด เสียง ภาพเคลื่อนไหว และอื่นๆ ประมวลผลและรวบรวมไว้ให้เป็นระบบมากขึ้นในเว๊บบลล๊อก และในอนาคต จะเป็นเครือข่ายช่วยกันรวบรวมไว้ในหนองบัวดอทคอม
  • สร้างความรู้และเขียนความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆของหมู่บ้านและของหนองบัว ตลอดจนของสังคมวงกว้างที่สร้างขึ้นจากทรรศนะของตน
  • สื่อสารถ่ายทอดและแบ่งปันความรู้ของหมู่บ้านตนเองกับโลกภายนอกผ่านเว๊บบล๊อกและในอนาคตผ่านหนองบัวดอทคอม เป็นกำลังทางปัญญาและเป็นกำลังทางความรู้ของหมู่บ้านตนเอง

ขั้นตอนการอาสาและสมัครเป็น อสวม.

  • ระบุชื่อจริงนามสกุลจริงของตนเอง และสมัครผ่านเว๊บบล๊อก GotoKnow ในเวทีคนหนองบัวนี้ไปก่อน เพียงแต่แสดงเจตนาไว้ หรือหากจะบอกกล่าวกันก็สามารถบอกกล่าวแก่ทุกคนไว้ได้ ทั้งท่านพระอาจารย์มหาแล ผม และทุกท่านในเวทีคนหนองบัวที่ท่านพอจะรู้จักคุ้นเคยและบอกกล่าวกันได้
  • ระบุหมู่บ้านที่จะเป็นชุมชนซึ่งจะเน้นเป็นพิเศษว่าเป็นหมู่บ้านใด ตำบลใดของอำเภอหนองบัว ที่สนใจศึกษา เรียนรู้ และนำเอาเรื่องราวต่างๆมาแบ่งปันกับสาธารณะพร้อมกับเก็บรวบรวมไว้ให้เป็นระบบมากขึ้นในเว๊บบล๊อก
  • เมื่อสมัคร บอกกล่าว และแสดงเจตนาไว้แล้ว ก็ค่อยๆเรียนรู้เพื่อที่จะทำบทบาทการเป็น อสวม.ของตนเองไปได้เลย

เงื่อนไข

  • หมู่บ้านต่างๆสามารถเสนอคนของตนเองได้ ที่สำคัญคือควรหาโอกาสสร้างคนและสร้างลูกหลานผ่านการได้ทำงานและใช้ให้เกิดประโยชน์ในสังคมจริงๆ
  • จะเพิ่มหรือถอนตัวออกไปก็ทำได้ตามสะดวกเพราะเป็นสิ่งที่ควรจะต้องทำไปได้ในระยะยาว จึงต้องยืดหยุ่นไปกับความเป็นจริงของชีวิต

สิ่งที่ อสวม.จะได้รับการสนับสนุน

  • อสวม. จะเป็นผู้ทำให้หมู่บ้านต่างๆของหนองบัว มีเวทีย่อยของตนเองในหนองบัวดอทคอม เพื่อหมู่บ้านของตนจะได้มีแหล่งสร้างและสะสมความรู้ ตลอดจนสะสมภูมิปัญญาและสิ่งดีงามต่างๆ ไว้ใช้เพื่อการพัฒนาตนเองได้ดียิ่งๆขึ้นของชุมชนในอนาคต เป็นผู้ทำให้ชุมชนหมู่บ้านปรากฏและเข้าถึงได้ด้วยวิธีค้นหาในโลกของความรู้ซึ่งจะมีบทบาทมากยิ่งๆขึ้นในอนาคต
  • ได้ประสบการณ์ตรงของตนเอง ในการพัฒนการเรียนรู้และพัฒนาตนเองไปตลอดชีวิต อยู่ในวิถีแห่งการเรียนรู้ วิถีแห่งปัญญา มีสุขภาวะที่ดีที่มีความสมดุลทางวัตถุกับจิตใจ
  • ผมจะเขียนความรู้สนับสนุนไปตามประเด็นที่เกิดขึ้นจากปัญหาปฏิบัติ ผ่านเว๊บล๊อก GotoKnow นี้ และในอนาคตก็จะเป็นเวทีหนึ่งในหนองบัวดอทคอม

เมื่อทำหนองบัวดอทคอมได้ลงตัว ก็เชื่อว่าพอจะมีเครือข่ายคนเขียนความรู้และเป็นสื่อความรู้ของชุมชนต่างๆในหนองบัวกเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายและกว้างขวางมากยิ่งๆขึ้น บทเรียนและวิธีการอย่างที่ท่านพระอาจารย์มหาแลได้ทำนำไปก่อนนั้น เชื่อว่าจะทำให้เราเห็นภาพและมีความหวังที่จะเรียนรู้และลงมือทำด้วยตนเอง เราจะทดลองใช้เครือข่ายเว๊บบล๊อกนี้สร้างและบันทึกความรู้ของสังคมท้องถิ่นหนองบัวไปด้วยกัน ซึ่งก็จะเกิดประโยชน์เฉพาะหน้าอยู่ในตนเอง อีกทั้งหากในปีหน้าต้องการจัดแสดงนิทรรศการเรียนรู้หนองบัวอีก ก็เชื่อว่าจะเป็นเตรียมเรื่องราวช่วยกันได้ดีขึ้นกว่าเดิม.

เขียนเมื่อ 

กราบนมัสการพระอาจารย์มหาแล ,สวัสดี อ.วิรัตน์ และ ชาวเวทีหนองบัวทุกท่านค่ะ

เข้ามาเยี่ยมชม ดูงาน นิทรรศการเวทีคนหนองบัว ในงานงิ้วหนองบัวค่ะ

เห็นบรรยากาศแล้วคิดถึง ดิฉันไม่ได้กลับไปเที่ยงานงิ้ว ๒๐ กว่าปีแล้วค่ะ

แต่ดูจากภาพ เวทีหนองบัว คึกคักและประสบความสำเร็จมากค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆ คนนะคะ

อัญชัน

IP: xxx.120.187.55
เขียนเมื่อ 

กราบนมัสการพระอาจารย์มหาแล และพระอธิการโชคชัย

สวัสดีพี่วิรัตน์ และชาวเวทีคนหนองบัวทุกท่าน

เมื่อเช้าไม่รู้ว่าบล็อกเป็นอะไร เข้าไม่ได้เลย ขึ้น Application Error ก็เลยไม่ได้เข้ามา

ขอแก้ไขและเพิ่มเติมข้อมูลพี่วิรัตน์ที่ได้กล่าวถึงข้างบนนี้

อันดับแรก ชื่อผม ศักดิ์ศรี ครับ ไม่ใช่ ศักดิ์ศิริ เดี๋ยวคนจะเข้าใจว่าเป็นคนเดียวกับ อ.ศักดิ์สิริ มีสมสืบ กวีซีไรท์และอดีตครู รร.ชุมแสงชนูทิศ

ป้าอี๊ดหรือพี่อี๊ด ชื่อ สาลี สายภู่, ที่ได้มาเสวนาในเย็นวันเสาร์26 มี.ค. พี่อี๊ดเป็นลูกสาวคนโตของกำนันเทินหรือกำนันเชิญ นวลละออง, ข้อมูลเกี่ยวกับหนองบัวในตัวพี่อี๊ดนี่เยอะจริงๆ หลายๆเรื่องผมก็เพิ่งเคยได้ยินในวันนั้นเอง สีหน้าพี่อี๊ดอิ่มเอิบมีควาสุขมากที่ได้มาเล่าเรื่องราวต่างๆให้พวกเราฟัง ยังมีแอบมากระซิบบอกผมอีกว่าอย่าไปบอกแดงนะ อายมัน (แดงเป็นน้องสาวคนเล็กของพี่อี๊ด เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับผม) ที่ไหนได้วันรุ่งขึ้นโทรไปเล่าให้น้องสาวฟังซะละเอียดยิบเลย พี่อี๊ดยังเป็นวิทยากรพิเศษให้กับหน่วยงานด้านศาสนาและวัฒนธรรมในหนองบัวด้วย ส่วนป้าหร่ายหรือพี่สาหร่าย นารี แม่ครูตาลนั้นเป็นน้องสาวพี่อี๊ดอีกที (ข้อมูลจากแดง)

คุณเกศศรณ์ศิน ชื่อนี้คนทั้งหนองบัวไม่มีใครรู้จักแน่ๆ แต่ถ้าบอกว่า เจ๊จิ๋มลูกเจ๊หงส์ นี่ทุกคนร้องอ๋อเลย เจ๊จิ๋มนี่เป็นลูกหนองคอกรุ่น15 รุ่นน้องพี่วิรัตน์1ปี รุ่นพี่ผม2ปี รุ่นนี้น่าจะมีจิ๋มเยอะที่สุดเลย เท่าที่รู้ก็3จิ๋มแล้ว อีก2คือพี่จิ๋มลูกสาวครูอุดม และพี่จิ๋มลูกป้าสีไพรขายล็อตเตอรี่ที่ตลาด ต้องขอบคุณพี่จิ๋มมากที่เข้าไปช่วยกันเสวนากันในงาน

อีกท่านหนึ่งที่พี่วิรัตน์ลืมกล่าวถึงคือผู้ใหญ่หวั่น สกุลมี อดีตผู้ใหญ่บ้านชุมชนเกาะลอยที่ได้มาเล่าเรื่องราวเก่าๆและร่วมร้องเพลงโต้ตอบและต่อเพลงกับพี่อี๊ดอย่างสนุกสนาน

ยังมีปราชญ์หนองบัวอีกหลายท่านที่ไม่ได้เข้ามาร่วมเสวนากับพวกเรา คงจะต้องค่อยๆหากัน เช่นที่พี่วิรัตน์กำลังจัดทำ อาสาสมัคร อสวม. เดี๋ยวผมจะฝากเรื่องนี้ผ่านไปยังพรรคพวกที่เป็นครูที่หนองบัวช่วยเฟ้นหา

มีอีกท่านที่มีข้อมูลเกี่ยวกับหนองบัวไม่น้อยไปกว่าพี่อี๊ดเลยคือ ลุงเที่ยง ซึ่งได้ข่าวว่าจะเข้ากทม.มาที่พุทธมณฑลเกี่ยวกับเรื่องฉลองตำแหน่งพระครูไกร หรืออะไรประมาณนี้แหละ ในวันที่ 22 เม.ย.นี้พร้อมชาวคณะหนองบัว รายละเอียดผมก็ยังไม่ค่อยทราบนัก แต่เห็นว่าอยู่ใกล้ๆกับบ้านและที่ทำงานพี่วิรัตน์ ถ้าไม่ผิดไปจากนี้อยากจะชวนพี่วิรัตน์ลองจัดตารางเวลาไปนั่งคุยกัน

Ico48

ต้องขอทักทายและต้อนรับคุณข้าวสู่เวทีคนหนองบัวนะครับ
เพิ่งสมัครเข้ามาแล้วก็เข้ามาคุยในเวทีคนหนองบัวเลย เยี่ยมไปเลยละครับ
อย่าคุยเฉพาะในเวทีคนหนองบัวนะครับ ออกไปคุยทั่วไปเลย
เพียงแต่แวะเวียนมาเขียนเรื่องราวต่างๆ
ถ่ายทอดไว้ในเวทีคนหนองบัวของเราไว้เป็นระยะนะครับ

เรื่องแห่นาคแล้วต้องเขย่าเสลี่ยงให้แรง ยิ่งแรงและนาคไม่หล่นก็จะยิ่งได้บุญมากนี่
มีความเชื่อกันอย่างนั้นจริงครับ อย่าว่าแต่หามและแห่ด้วยเสลี่ยงเลย
แม้แต่ขี่คอเต้น ก็จะเต้นจะพ่อนาคหน้าเขียวโน่นแหละ
แล้วก็มักจะได้ยินพระท่านเทศน์สั่งสอนอยู่เสมอว่าให้เลิกเชื่อและแห่ด้วยอาการอย่างนั้น
เพราะแทนที่จะได้บุญก็กลับจะได้ทุกข์กันเสียมากกว่า

หลายแห่งก็จะห้ามแห่แหนที่อึกกระทึกครึกโครมและให้เดินอย่างสงบ เจริญสติ
แต่เรื่องอย่างนี้นั้นไม่ได้มีมิติเดียว องค์ประกอบต่างๆที่เห็นอยู่ในวิถีปฏิบัติของชุมชนนั้น
มักมีระบบวิธีคิดที่มีเหตุผลเพื่อสุขภาวะและความงอกงามของการอยู่ร่วมกันอยู่เสมอ

สวัสดีครับคุณอัญชัญครับ
เวทีคนหนองบัวภาคออกไปเคลื่อนไหวสังคมนอก GotoKnow
ประสบความสำเร็จใช้ได้เลยละครับ
เสียดายนะครับที่ยังไม่ได้ไปทำกิจกรรมอย่างด้วยด้วยกัน
และไม่ได้ไปอยู่บรรยากาศอย่างในงานนี้ด้ยกันกับพรรคพวกหลายคน
แต่ก็มีหลายคนนำเอาภาพถ่ายมาแบ่งกันดู

สวัสดีครับฉิกครับ

  • อ่านแล้วก็ยิ้มไปด้วยหลายเรื่องเลย ดูเหมือนว่าพี่จะเรียกศักดิ์ศรี-ฉิก เป็นศักดิ์ศิริไปเสียเป็นส่วนใหญ่เลยเชียวแหละ
  • ขอบคุณเรื่องป้าอี๊ด สาลี กับป้าสาหร่าย นารี นะครับ พี่หลงจำว่าเป็นคนเดียวกันเสียอีก รวมทั้งเรื่องผู้ใหญ่หวั่น สกุลมีด้วยนะครับ
  • น้องเกศศรณ์ศินนี่ต้องชื่นชมในสปิริตมากจริงๆ หากผ่านไปทางลำปางต้องแวะไปเยือนสักหน่อย 

การจัดแสดงในนิทรรศการเวทีคนหนองบัว Unseen Nong Bua

                         

                        

                        

การจัดแสดงในนิทรรศการเวทีคนหนองบัว Unseen Nong Bua : หนังสือเรียนรู้คำศัพท์ภาษาเพื่อบ้าน โดย คนหนองบัว คุณสมบัติ พรหมมินทร์ ฆ้อนทอง คนบ้านห้วยวารี

                         

                         

การจัดแสดงในนิทรรศการเวทีคนหนองบัว Unseen Nong Bua : บทเรียนโครงการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และโครงการเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนบ้านหนองไผ่ โรงเรียนดีประจำตำบล ของอำเภอหนองบัว

งานพบปะสังสรรค์
ศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัว รุ่นที่ ๑๔
ณ ลานบัวขาว โรงเรียนหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์

                         

                         

                         

ซิ่วฮวง ปริญญารัตน์ แมว ลูกเถ้าแก่ต๋า และคุณครูบาง รอดสการ คนห้วยร่วม ช่วยกันลงทะเบียน

                          

อาจารย์โสภณ สารธรรม ศิษย์เก่าหนองบัวรุ่นที่ ๕ และเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัว กล่าวต้อนรับลูกศิษย์ลูกหา พูดคุยสนทนารำลึกเรื่องราวต่างๆด้วยความสุขสนุกสนาน อาจารย์สืบศักดิ์ ปฏิสนธิ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัว เป็นแม่งาน เป็นโฆษก และเป็นคนขับรถรับส่งครูอาจารย์กับเพื่อนๆ 

                         

เบิ้ม รัชทนงค์ โพธิ์พรหม สีกระป๋อง ประสิทธิ์ รอดนิล และทองสุข อยู่ศรี ร่วมกันร้องเพลงขับกล่อม ชวนเพื่อนๆสนทนากัน ได้ความสุขใจและได้อยู่ในบรรยากาศเก่าๆด้วยกัน

                          

                         

ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ศิษย์เก่าหนองบัวรุ่น ๑๔ นี้มี ๓ ห้อง มาร่วมพบปะกันได้มากพอสมควร รวมทั้งผู้ที่อยู่ห่างไกลก็ยังสามารถมาร่วมงานและถือโอกาสได้กลับมาเยือนบ้านเกิด เช่น อาจารย์ทองสุข อยู่ศรี ผู้อำนวยการสพฐ.เขตพื้นที่ ๒ จังหวัดกำแพงเพชร และอีกหลายท่านจากกรุงเทพฯ


ประทับใจครอบครัวคำศรีจันทร์
แม่บุญมา  คำศรีจันทร์
แม่ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ อุตส่าห์เดินทางจากบ้านตาลินกับบุตรสาวคุณครูวิกานดา บุญเอกและหลานชายลูกครูวิกานดา มาเป็นขวัญกำลังใจลูกชายที่เต็นท์จัดแสดงนิทรรศการ
เห็นแล้วมีกำลังใจและอบอุ่นดี




ไปงานงิ้วหนองบัวคราวนี้ ได้รับเสื้อGotoKnow.org จากดร.วิรัตน์  คำศรีจันทร์ กลับมาวัดด้วยหนึ่งตัว

วันที่๒๘ มีนาคม๒๕๕๔ที่ผ่านมา อาตมาเดินทางไปหนองบัวอีกครั้ง(๒๖มีนาคมไปงานงิ้วแล้วก็กลับ) ญาติเล่าให้ฟังว่าได้เจอแม่คุณบุญเลิศ(คุณน้าไปล่)ที่งานแต่งงานลูกหลานในหมู่บ้าน
น้าไปล่เล่าให้ญาติฟังว่าบุญเลิศได้เข้าไปเขียนเรื่องราวเก่าๆในอินเตอร์เน็ตกับพระมหาแล คนบ้านเนินตาโพและมหาแลบอกว่าเป็นญาติกันด้วย(แม่คุณบุญเลิศบอกว่าแปลกใจนิดนึงที่ลูกชายรู้จักมหาแลด้วย ปรกติจากบ้านมานานก็ไม่ค่อยรู้จักใครมากนัก-แม่ยืนยันมาอย่างนั้น)

พอดีระยะนี้เห็นคุณบุญเลิศเงียบหายไปสักพักหนึ่งแล้ว
เลยขอรายงานข่าวทางบ้านให้ทราบ

 

ขอรายงานความสุขเล็กๆน้อยให้บล็อกเกอร์หนองบัวทราบ
วันที่ไปงานงิ้วหนองบัว(๒๖มีนาคม๒๕๕๔) ได้เจอหลานสาวที่บ้านเนินตาโพ เขาเล่าให้ฟ้งว่าหลวงอาหนังสือที่ส่งมาให้อ่านสนุกมากเลย เขาบอกว่าสนุกตรงข้อความแสดงความคิดเห็น ได้ทั้งความรู้และอ่านเพลินดี
นี่คำบอกเล่าจากคนรุ่นใหม่
ได้ยินผู้อ่านบอกว่าดี คนเขียนก็พลอยมีความสุขไปด้วย

เขียนเมื่อ 

วันนี้ได้รับกล้องคืนมาแล้ว เลยรีบเอาไฟล์มาโหลดให้พวกเราได้ดูกัน

เขียนเมื่อ 

การแสดงของนักเรียนรร.อนุบาลหนองบัว(เทพวิทยาคม)

เขียนเมื่อ 

การแสดงอีกชุดของนักเรียนรร.อนุบาลหนองบัว(เทพวิทยาคม) ชุดนี้น่าจะเป็นนักเรียนป.4-ป.6

เขียนเมื่อ 

รูปยังมีอีกเยอะครับ แต่เวลาหมดแล้วครับ มาดูกันใหม่พรุ่งนี้

เขียนเมื่อ 

นมัสการ พระมหาแล

                น่าเสียดายอย่างมากที่ไม่สามารถกลับบ้านช่วงงานงิ้วหนองบัวปีนี้ได้ เพราะต้องพาหลานไปสอบเข้ามหาลัยศิลปากร วังสนามจันทร์ นครปฐม  ทีแรกก็บอกกับแม่ไว้เหมือนกันว่าจะกลับช่วงงานงิ้ว กะว่าจะไม่ร่วมงานเวทีคนหนองบัว เผื่อจะได้เห็นตัวจริงทุกๆ ท่าน และอีกทั้งเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันก็นัดเจอกันด้วย แต่ก็ไปไม่ได้

                ที่จริงแล้วตั้งแต่เข้ามาเห็นเวทีคนหนองบัววันแรก ที่ได้ยินชื่อคนต้นเรื่องก็น่าจะเป็น พระมหาแล ที่พอจะรู้จักบ้าง จึงได้โทรกลับไปถามแม่ว่าเป็นคนบ้านไหน แม่ก็บอกว่าน่าจะเคยอยู่บ้านใหญ่แล้วย้ายบ้านไปอยู่เนินตะโพ รุ่นแม่ใหญ่(ยาย)ก็เป็นญาติๆ กัน  ผมเองจากบ้านมานานมากแล้ว จะไม่ค่อยรู้จักใครมากนักอย่างที่แม่บอก โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่  มีงานทีก็จะได้พบปะรู้จักกัน แต่ถามว่าถ้าเจอกันที่อื่นก็คงจำกันไม่ได้

ขอบคุณครับ

DekThape.

เขียนเมื่อ 

สวัสดี สมาชิก เวทีคนหนองบัว ทุกๆ ท่าน

                เทศกาลสงกรานต์ใกล้เข้ามาแล้ว อดนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ บ้านเราช่วงนี้ไม่ได้ สมัยเด็กก็จะได้เล่นสาดน้ำ อาบน้ำพระ แต่การละเล่นที่จะขาดไม่ได้ของคนเฒ่าคนแก่ และคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องหนึ่งของหนองบัวเรา ที่น่าจะเก็บรวบรวมไว้ นั่นก็คือ เพลงพื้นบ้าน แต่ก็ไม่ทราบว่าที่อื่นๆ จะมีเนื้อร้องเหมือนกันหรือเปล่า

ขอยกตัวอย่าง

(๑)          เขาดิน เอ๋ย วัณณา  หนุ่มโสภาเขามาเดินเล่น เดินคนเดียวเหลียวมองหาคู่ เห็นอยู่กับแม่เนื้อเย็น

(ซ้ำ) ไปไหนกันละจ๊ะ ฉันจะไปเที่ยวเล่น

ไปซื้อหวานเย็น มาให้เธอกิน

(๒)          ใจหญิงพูดไม่จริงสักอย่าง นำทางให้ผู้ชายหลงเดิน ใจนางช่างร้ายเหลือเกิน .........

(๓)          สายหยุด สายหยุด สุดส่ง เกสรเกศแก้วมณี........

ผมว่าน่าจะมีอีกหลายเพลง ถ้ามีโอกาสได้อัดเทปไว้ แล้วนำมาถอดเป็นเนื้อเพลงเก็บรวบรวมไว้ต่อไปก็จะดี แต่ก็ไม่ทราบว่าทุกวันนี้จะมีกิจกรรมนี้หรือไม่

ขอบคุณครับ

DekThape

กราบนมัสการท่านพระอาจารย์มหาแล อาสโย(ขำสุข)

แม่ผมกับคนเก่าๆของหนองบัวนี่มักจะถึงกันครับ คนแต่ก่อนมักเป็นกลุ่มที่ไปมาหาสู่กัน ทำบุญด้วยกัน เอาข้าวของมาแลกเปลี่ยนแบ่งกันกินแบ่งกันใช้ในตลาด แต่แม่ก็ไม่เคยไปงานงิ้ว ตั้งแต่จำความได้นี่นอกจากฟังรายการวิทยุแล้ว ผมก็ไม่เคยเห็นและไม่เคยรู้เลยว่าแม่จะไปเที่ยวดูงานมหรสพ ส่วนใหญ่แม่จะไปเป็นคนทำกับข้าว ล้างถ้วยชาม ปัดกวาดปูเสื่อศาลาวัด จัดแจงพิธีการ ฟังเทศน์ เลยอยากให้แม่ได้ไปนั่งอยู่ในบรรยากาศในวันแห่ของงานงิ้วหนองบัวดูบ้าง 

หนังสือที่พระคุณเจ้าจัดรูปเล่มเป็นเล่มย่อยๆนั้น คนชอบมากครับ และทำให้เต๊นท์นิทรรศการคึกคัก มีเรื่องราวหลากหลายที่จับต้องได้ ผมได้อยู่ในเต๊นท์เป็นส่วนใหญ่ ก็มักจะได้เห็นคนแวะเวียมานั่งอ่านอย่างจริงๆจังๆ เห็นแล้วก็พลอยมีความสุขใจและตื้นตันใจ เพราะบางคนก็เป็นคณะกรรมการจัดงานและเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่พอว่างจากความจอแจก็แวะมานั่งอ่าน นี่เป็นการสร้างสังคมแห่งการอ่านและสังคมแห่งการเรียนรู้เป็นอย่างดีมากเลยนะครับ

สวัสดีครับฉิก
รูปของฉิกนี่ มุมมองและรายละเอียดของภาพเห็นได้ชัดเลยนะครับว่าเป็นการบันทึกและบอกเล่าจากสายตาของคนวงใน รู้จังหวะและรู้วิธีเข้าถึงได้อย่างใกล้ชิด

สวัสดีครับคุณเด็กเทพฯครับ
เมื่อวันงานก็มีชาวบ้านที่มาเล่าและร้องเพลงท้องถิ่นให้ฟังหลายเพลง พร้อมกับอธิบายเรื่องราวต่างๆที่สะท้อนอยู่ในเพลงไปด้วย มีอยู่ท่านหนึ่งที่แต่งเพลงเองและรู้เรื่องราวต่างๆดีมาก ชื่อพี่ดำหรืออย่างไรนี่แหละ แกมาดูนิทรรศการ พูดคุยสลับกับร้องเพลงและท่องบทกวีเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆไปอย่างต่อเนื่องอย่างกับการแสดงสด หนองบัวในด้านศิลปะอย่างนี้ก็น่าสนุกมากครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับคุณเด็กเทพฯ

อย่างที่พี่วิรัตน์บอกแหละครับ มีพี่ป้าน้าอามาพูดคุยสลับร้องเพลงเป็นที่สนุกสนาน เสียดายไม่ได้ฟังพี่ดำมาเล่ามาร้องเพลง น่าจะมาดูงานในวันศุกร์นะ เพราะผมไปวันเสาร์เลยไม่ได้เจอกัน

มาดูรูปกันต่อครับ ชุดนี้เป็นการแสดงของรร.วัดเทพสุทธาวาส ที่มี ครูชูศักดิ์ น้อยทา เป็นผอ. เพื่อนหนองคอก17รุ่นเดียวกัน

เขียนเมื่อ 

การแสดงของนักเรียนรร.หนองบัว หรือหนองคอกนั่นแหละ

เขียนเมื่อ 

และชุดรำสัมพันธ์ไทย-จีนของรร.หนองบัว

เขียนเมื่อ 

เจ้าแม่กวนอิม

เขียนเมื่อ 

ขบวนล่อโก๊ว เป็นขบวนปิดท้าย ที่จะแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ และหลวงปู่ฤาษีนารายณ์ มาให้พี่น้องในตลาดได้กราบไหว้ถึงหน้าบ้าน

เขียนเมื่อ 

ประชาชนก็จะเตรียมจุดธูปและพวงมาลัยดอกไม้มากราบไหว้ บางบ้านก็จัดโต๊ะวางเครื่องไหว้อาทิผลไม้และขนม และแขวนประทัดไว้  ทางทีมงานก็จะให้ธูป3ดอก และพวงมาลัยดอกไม้ที่ผู้คนก่อนหน้านี้ได้กราบไหว้คืนเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่บ้านและครอบครัวและตัวผู้กราบไหว้เอง ผมและเพื่อนๆก็จะนัดกันมาหามเก๋งเจ้าพ่อเจ้าแม่ หรือหลวงปู่ฤาษี หรือกระถางธูป 

 

เขียนเมื่อ 

เสร็จแล้วก็จะจุดประทัดที่แขวนไว้ เสียงดังของประทัดเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายต่างๆให้พ้นจากบ้านและชุมชน ส่วนสีแดงเป็นสัญญลักษณ์ของความสุขและความเป็นสิริมงคล (แก้ไขคำว่า ศิริมงคลเป็นสิริมงคล จากคคห.ข้างบนด้วย)

เขียนเมื่อ 

ประมาณบ่าย2-บ่าย3 ขบวนต่างๆก็จะทยอยกลับเข้าสู่บริเวณงาน และจะแสดงถวายอีกครั้งเป็นอันเสร็จพิธี สุดท้ายจะอันเชิญเจ้าพ่อเจ้าแม่ และหลวงปู่ฤาษีขึ้นไว้บนหิ้ง ตอนนี้คณะกรรมการจัดงานและผู้ศรัทธาก็จะช่วยกันส่งขึ้นไว้บนหิ้ง คล้ายกับตอนที่กำลังส่งนาคเข้าโบสถ์

เขียนเมื่อ 

มีหลายขบวนที่ผมไม่ทันได้ถ่ายรูปมาเช่น ขบวนแห่ของรร.พรหมมานุสรณ์ ขบวนสิงโต และเด็กๆหาบกระเช้า และสาวๆเขี่ยเปีย 

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ พี่ฉิก (ขออนุญาต เรียกพี่นะคะ) และ สวัสดีชาวเวทีหนองบัวทุกท่านค่ะ

 

ขอบคุณค่ะ ที่นำภาพบรรยากาศ งานงิ้วมาให้ดูค่ะ

โห...เห็นบรรยากาศแล้วนึกถึง สัก เมื่อ ๓๐ กว่าปีที่แล้วที่แล้วที่อัญเรียนโรงเรียนวัดเทพฯก็ได้แต่งตัวทาปากทาแก้ม ร่วมเดินในขบวน แห่งานงิ้วเช่นกัน โอย..ตอนนั้นรองเท้ากัดด้วย เหนื่อย ร้อน แต่ภูมิใจ ดีใจที่ได้ร่วมเดินในขบวน

 

เห็นบรรยากาศแล้วอยากพาลูกๆ ไปเที่ยวจัง คงต้องหาโอกาสกลับไปร่วมงานให้ได้สักปี

 

ขอบคุณพี่ฉิกอีกครั้งที่เอารูปมาแบ่งปันค่ะ

 

เป็นกำลังใจให้คนทำงานในเวทีหนองบ้ว ทุกคนนะคะ

อัญชัน

 

           
            ต่างเวลา
            เช้า-ภาพซ้ายเด็กผู้ชายหัวแถวก่อนแห่กระตือรือร้นสดใส 
            บ่าย-เดินกลับบ้านด้วยความเมื่อยล้า

เขียนเมื่อ 

กราบนมัสการพระคุณเจ้าพระอาจารย์มหาแล และท่านอธิการโชคชัย

สวัสดีพี่วิรัตน์ น้องอัญชัญ และสมาชิกเวทีคนหนองบัว ทุกๆท่าน

 

ภาพผู้เข้าร่วมขบวนแห่ เดินตีนเปล่าหิ้วรองเท้าหรือไม่ก็เดินกะโผลกกะเผลกเพราะรองเท้ากัดนี่ เป็นภาพที่อยู่คู่กับขบวนแห่งานงิ้วทุกปี ปีนี้ก็มีให้เห็น ปีนี้ดีหน่อยสภาพอากาศไม่ร้อนมีเมฆครึ้มทั้งวัน

พูดถึงสภาพอากาศแล้วช่วง1-2ปีถึงปัจจุบัน น่ากังวลว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ สัปดาห์นี้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาถึงเมื่อวานอากาศทั่วไทยหนาวเย็นยิ่งกว่าหน้าหนาวอีก มีวันนี้ที่เห็นตะวันแผดจ้าปกติ แถมภาคใต้ฤดูนี้เป็นฤดูท่องเที่ยว ที่เขาเรียกว่าช่วงไฮซีซั่น เหมาะแก่การเที่ยวทางทะเลมาก แต่ปีนี้ฝนตกไม่ลืมหูลืมตาตั้งแต่พฤหัสที่แล้วจนถึงเมื่อวาน อ่วมไปทั้งด้ามขวานเลย วันนี้รู้สึกอากาศเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หรือญี่ปุ่นที่ประสบแผ่นดินไหวและสึนามิ แล้วตามมาด้วยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีก เวทีคนหนองบัวก็ขอส่งความห่วงใย ความปรารถนาดีและเป็นกำลังใจให้กับทุกๆท่านที่กำลังประสบเคราะห์กรรม ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ ให้ก้าวผ่านความหายนะครั้งนี้ไปด้วยดี

 

มีรูปที่ได้ถ่ายร่วมกับท่านพระอาจารย์มหาแลและเสี่ยงักเพื่อนสนิทที่ผมได้อาศัยรถกลับหนองบัวในครั้งนี้ ที่หน้าเต็นท์นิทรรศการ เป็นภาพถ่ายมุมกว้างที่ได้เห็นผลงานต่างๆที่พระมหาแลและพี่วิรัตน์นำไปแสดงในครั้งนี้ และมีรูปร่มบินหรือพารามอเตอร์ที่เทศบาลหนองบัวบินขึ้นเหนือท้องฟ้ายามเย็นเพื่อตรวจตราเหตุการณ์และสร้างสีสันบรรยากาศยามเย็นในวันแห่งานงิ้ว

 

ไปครั้งนี้ดีใจที่ได้พบกับท่านมหาแลและท่านอธิการโชคชัยเป็นครั้งแรก มีพี่น้องชาวหนองบัวหลายคนที่ได้ติดตามผลงานของพวกเราในเวทีแห่งนี้ เพียงแต่ไม่ได้แสดงตัวออกมา อยากจะเห็นและก็ได้เห็นกับท่านพระอาจารย์ทั้งสองรวมทั้งพี่วิรัตน์ด้วย สำหรับผมส่วนใหญ่ก็จะรู้จักกันอยู่แล้ว ซึ่งผมก็พยายามชักชวนให้ทุกคนได้เข้ามาแบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ต่างๆด้วยกันที่นี่ เช่นเดียวกับความพยายามของท่านอธิการโชคชัยที่ท่านจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ อ.พรหมพิราม บ้านเกิดของท่าน ซึ่งผมก็บอกว่าอีกไม่นานก็คงจะมีพี่น้องชาวพรหมพิรามได้เข้ามาเห็นและร่วมด้วยช่วยกันแบบเดียวกับที่พวกเรากำลังทำที่เวทีคนหนองบัวแห่งนี้ ซึ่งการพูดคุยกันในรูปแบบตัวหนังสือหรือสื่อสมัยใหม่ในอินเตอร์เน็ตก็ดีไปอย่างตรงที่มันไม่หายไปในอากาศธาตุ หรืออยู่ในความทรงจำเฉพาะคนที่ได้ยินได้เห็นในขณะนั้นเท่านั้น แต่มันจะถูกบันทึกเก็บไว้ให้คนอื่นได้มาเห็นได้มารับรู้ไปอีกนานเท่านาน เปรียบเหมือนเราค่อยๆหยอดสตางค์ใส่กระปุกออมสินทีละเล็กทีละน้อย จนมาถึงวันหนึ่งจึงรู้สึกว่าข้อมูลที่พวกเราได้พูดคุยกันมันก็เยอะมันก็หลากหลาย สามารถจะแยกแยะออกไปเป็นหมวดหมู่ได้มากมาย หลายๆเรื่องมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกชุมชนในเมืองไทยมีกันเช่นเรื่อง นุ่น หรือการทำนา แต่พวกเราโดยเฉพาะพี่วิรัตน์ก็สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ หรือที่พี่วิรัตน์ชอบพูดว่า ถอดบทเรียน ออกมาให้ได้อ่านกัน ถ้าเราพูดคุยกันแบบสภากาแฟ เราก็คงไม่มีข้อมูลที่จะไปนำเสนอให้พี่น้องหนองบัวได้ดูกัน อย่างไรก็เป็นกำลังใจให้ท่านอธิการโชคชัย ให้ความตั้งใจของท่านประสบความสำเร็จโดยเร็ว

เขียนเมื่อ 

กราบนมัสการพระคุณเจ้า สวัสดีค่ะชาวหนองบัว และกัลยาณมิตรของชาวหนองบัวทุกท่านค่ะ

  • ไม่น่าเชื่อนะคะจากที่เคยได้แต่อ่านตัวหนังสือ ดูจากภาพถ่าย กันมาถึง ๒ ปี แล้วในที่สุดเรา โดยเฉพาะตัวเองจะได้ไปเห็นของจริง ได้ไปชิม ได้พบเจอตัวเป็นๆ เพราะเวทีคนหนองบัว แห่งนี้ .. 
  • รับรู้ได้ถึงพลังงานอันมหาศาลในทุกด้านของชาวหนองบัว ประนึงจะนำพลังอันนี้ไปสร้างเมือง สร้างชาติกันได้เลยเชียว ..
  • ดีใจที่ได้ไปร่วมกิจกรรม และยินดีที่ได้รู้จักทุกๆ ท่านนะคะ ..
  • เห็นภาพสีสันของงานงิ้วที่คุณฉิกนำมาให้ชมนี่วงในของจริงเลยนะคะ สวยจังค่ะ ขอบคุณที่นำภาพให้ชมในอีกมุมนึงที่ไม่ได้เห็นค่ะ (เลยไม่กล้าอวดของตัวเองเลย ฮ่า ฮ่า) คุณฉิกเป็นคนเก่งและตื่นตัวตลอดเวลาเลยค่ะ ชอบจัง ง และยังได้พาเพื่อนมาช่วยติดไฟเพื่อความสว่างไสวให้กับนิทรรศการเราอีกด้วย ขอบคุณค่ะ ..
  • กราบนมัสการขอบพระคุณพระคุณเจ้าพระมหาแล อาสโย ขำสุข สำหรับ พริกเกลือ และปลาส้ม ค่ะ กลับบ้านไปแม่บุญมา ทำให้ชิมเลยค่ะ อร่อยมากๆ ค่ะ ..
  • กราบนมัสการท่านพระอธิการโชคชัย จับไมค์เมื่อใดแล้วไม่ผิดหวังค่ะ ต้องได้อะไรดีๆ จากการถอดบทเรียนเวทีคนหนองบัว และเสียงหัวเราะ .. หวังว่าทีสิสจะคืบหน้าและสำเร็จตามประสงค์โดยเร็วนะคะท่าน ..
  • ท่านอาจารย์พนม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองไผ่ แม้งานจะยุ่งท่านก็แวะเวียนมาช่วยเวทีคนหนองบัว มาช่วยเป็นผู้ดำเนินรายการ พูดคุยและพาชาวหนองบัวเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเวที และนำวิดีโอชุด ดอกอุ้มน้อง ของบริษัทป่าใหญ่ครีเอชั่น มานำเสนอในเวที เป็นที่น่าสนใจยิ่ง ..
  • อาจารย์สืบ รอง ผอ.โรงเรียนหนองบัว อาจารย์ป่อง, พี่ครูสุนันท์ ภรรยาท่านอาจารย์พนม อีกทั้งยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่น หนองคอกรุ่นที่ ๑๔ ของท่านอาจารย์วิรัตน์ด้วย พี่ครูน้อง น้องสาวคนเก่งของท่านอาจารย์วิรัตน์ และคณะครูจากโรงเรียนหนองบัว มาช่วยเวทีคนหนองบัวตลอดรายการอย่างไม่รู้เหนื่อย ..
  • กำนันวิรัช ท่านให้ความสนใจเวทีคนหนองบัว ช่วยดูแลสถานที่จัดนิทรรศการ จัดเตรียมเต้นท์ โต๊ะ เก้าอี้ ไฟ และยังเดินมาดูแลความเรียบร้อยให้กับเวทีคนหนองบัวตลอดเวลา ..
  • พี่ปราณี จากร้าน กานต์ เครื่องเขียน หัวตลาดหนองบัว เพื่อนร่วมรุ่นหนองคอก ๑๔ ของอาจารย์วิรัตน์ที่ให้ยืมจักรยานมาใช้ในช่วงเตรียมของ ตระเตรียมงาน และติดตั้งนิทรรศการ ขอบคุณค่ะที่ทำให้เหมียวไม่เมื่อยจากการเดินไป เดินมาเพื่อซื้ออุปกรณ์จัดนิทรรศการ เดินจากเกาะลอยไปหัวตลาดหลายรอบเลย ..
  • พี่ครูเบิ้ม เพื่อนร่วมรุ่นหนองคอก ๑๔ ที่เพิ่งทราบว่าเป็นญาติกับท่านอาจารย์วิรัตน์ ชอบตรงที่ประกาศบนเวทีเลี้ยงรุ่นหนองคอกรุ่น ๑๔ ที่โรงเรียนหนองบัวว่าท่านได้ญาติเพิ่มวันนี้ น่ารักและจริงใจมากๆ เลยค่ะ .. พี่ครูเบิ้มก็มาช่วยเวทีคนหนองบัวตลอดเช่นกัน ..
  • พี่ซิ่ว ฮวง พี่สาวที่น่ารัก เพื่อนร่วมรุ่นหนองคอก ๑๔ ของท่านอาจารย์วิรัตน์ มาช่วยและดูแลเวทีคนหนองบัวตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย เท่านั้นยังไม่พอ อยู่จนเที่ยงคืนเพื่อช่วยเก็บชุดนิทรรศการทุกคืนเช่นกันอย่างไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อยจริงๆ
  • ชาวหนองบัวที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียน แชร์ข้อมูลกันไม่ขาดสาย ลูกหลานช่างว่อน นำมีดและพริกเกลือมาฝากเวทีคนหนองบัว เช่นกัน .. ป้าอี๊ด ลุงผู้ใหญ่หวั่น ครูตาลและเพื่อน ท่านอื่นๆ อีกมากมาย ..
  • ขอบพระคุณครอบครัว คำศรีจันทร์ ค่ะ แม่บุญมา พี่ครูน้อง และน้องบอมบ์ หลานตัวน้อยที่น่ารัก ..
  • ๒ ปีผ่านไป กับเวทีคนหนองบัว เลยขออัพเดทข้อมูลซะหน่อยค่ะกับ TOP ๑๐ บันทึกหนองบัว มีข้อมูลที่น่าสนใจ ลองดูนะคะ ๑๐ บันทึกจาก ๕๕ บันทึก ...

       

  • งวดนี้มหาฉิกถ่ายทอดได้จับใจดีแท้
  • ชอบทั้งวิธีคิดและทุกประเด็นที่หยิบยกมาพูดคุยทบทวนให้กันได้คิดเลย
  • พอพูดถึงพรหมพิรามกับการทำงานแนวชุมชนอย่างนี้ของท่านพระอธิการโชคชัย ก็เลยทำให้ผมรำลึกขึ้นได้ว่าผมเคยไปถอดบทเรียนคนทำงานแนวประชาคมในพรหมพิราม เพื่อเป็นแนวคิดและแนวทำงานกันของชุมชนในวิถีใหม่ๆ ที่จะส่งเสริมการบริหารจัดการภาคสาธารณะของชุมชนในระดับอำเภอให้กับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยในยุคที่ประเทศไทยกำลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจหรือกว่า ๑๕ ปีมาแล้ว ที่เน้นการมีส่วนร่วมและการพัฒนาองค์กรการจัดการตนเองของภาคประชาชนเพื่อมีส่วนร่วมดูแลสุขภาวะความเป็นส่วนรวมด้วยตนเองได้มากขึ้น
  • หากมีโอกาสไปอีกก็อยากไปถอดบทเรียนย้อนหลังให้อีกครับ

สวัสดีครับอาจารย์ณัฐพัชร์ครับ

  • ของอาจารย์ณัฐพัชร์นี่ก็ดีอีกแล้ว ไม่กี่วันเองทำไมไปได้ทั่วตลาดหนองบัวและได้รู้จักผู้คนมากมายเลยละครับเนี่ย
  • แถมวิเคราะห์และประมวลภาพให้เห็นแง่มุมที่งอกเงยขึ้นทีละนิด-ละนิดให้กับเวทีคนหนองบัวด้วย
  • ตารางและตัวแบบพิมพ์ดีดอย่างนี้นี้ทำอย่างไรและเอามาจากไหนครับเนี่ย ประเดี๋ยวไปขอวิชาหน่อยนะครับ ดูดีครับ

                        

พริกเกลือกับปลาส้มที่ท่านพระอาจารย์มหาแลได้บิณฑบาตรญาติโยมของท่านมาและมีเมตตานำมามอบให้ผมได้ลิ้มลองฝีมือของต้นตำรับหนองบัว กับพริกเกลือของกลุ่มเพื่อนๆน้องๆลูกหลานช่างว่อนและกลุ่มพริกเกลือของคุณเสวก ใยอินทร์นั้น ผม อาจารย์ณัฐพัชร์ แม่ น้า และน้องๆ ได้ชิมกันอย่างทั่วหน้าเลยครับ

อาจารย์ณัฐพัชร์นั้นติดใจมากเลยขอติดมือไปด้วยหนึ่งกล่อง แต่ข่าวว่าพอไปถึงบ้านพักก็ได้กลิ่นตรลบอบอวล เลยเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาดู แล้วก็พบว่ากล่องใส่พริกเกลือปิดไม่สนิท พริกเกลือจากปลาร้าของเราเลยไหลใส่เสื้อผ้าไปเรียบร้อย เลยทั้งได้กินและอาบเลยละครับ!!!!

ไม่ค่อยได้เห็นงานงิ้วที่มีการเก็บรายละเอีดยขวนแห่ได้มากอย่างนี้
คุณฉิกทำได้ดีเยี่ยม
สมที่เป็นคนใน คลุกคลีอยู่กับงานงิ้วมายาวนาน

เจริญพรอาจารย์ณัชพัชร์

แง่มุมอาจารย์ณัชพัชร์ด้านการขีดเขียนนี่ไม่สงสัยแล้ว เขียนได้ดีมากจริงๆ

แต่อยากให้อาจารย์ปล่อยของเอ้ยไม่ใช่ ปล่อยภาพงานงิ้วออกมาโชว์บ้าง
จะได้เห็นมุมมองจากภายคนนอก
มาเป็นกองเชียร์โดยเฉพาะเลยนะเนี่ย
 

เห็นสำรับกับข้าวแล้ว
นึกถึงคำพูดป้าอี๊ดเลย
ในเวทีฯวันนั้นท่านกล่าวว่า
ท่านรองเจ้าคณะภาค ๔
ถ้าจำไม่ผิดจะอยู่สุทัศน์ฯกรุงเทพฯ
ท่านมาหนองบัวคราใด
พระสงฆ์และญาติโยมจะรู้เลยว่า
ต้องมีเมนูหมกพริกเกลือ ขาดไม่ได้(ถ้าไม่มี ท่านจะเรียกร้องเมนูนี้ทุกครั้ง)

เขียนเมื่อ 

 

แหม...หลังจาก ดูภาพงานงิ้ว จนเหมือนได้เข้าไปงานด้วยตัวเอง แถมมีตบท้ายด้วยสำรับกับข้าว แบบหนองบัวแท้ๆ ที่ต้องมีพริกเกลือ สำรับนี้ครบชุด นี่เห็นแล้วกลืนน้ำลายเอี๊อกเลยค่ะ แต่ว่าที่บ้านดิฉันที่สวีเดน ตู้เย็น (ไม่มีตู้กับข้าว) ไม่เคยขาดกระปุกพริกเกลือเลยค่ะ

เขียนเมื่อ 

กราบนมัสการพระคุณเจ้า สวัสดีชาวหนองบัวทุกท่านค่ะ

เห็นพระคุณเจ้าพระมหาแล อาสโย ขำสุข เอ่ยถึงว่าทายาทช่างว่อนได้เข้ามาร่วมพูดคุยในบันทึกของคนหนองบัว เลยนำภาพของน้องๆ ลูกหลานช่างว่อนที่ในวันงานงิ้วหนองบัวคืนแรกได้แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนเวทีคนหนองบัวที่เกาะลอย ยังไม่พอยังนำมีดฝีมือดั้งเดิมของช่างว่อน ที่ขึ้นชื่อด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น และนำพริกเกลือ อาหารท้องถิ่นของชาวหนองบัวมาฝากอาจารย์วิรัตน์และคณะด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ .. (ภาพจาก Clip vdo เลยอาจจะไม่ชัดนักค่ะ)

          

         

         

         

         

เขียนเมื่อ 

กราบนมัสการพระอาจารย์มหาแล,ท่านอ.วิรัตน์ และเวทีคนหนองบัวทุกท่าน

    ไม่ได้มีโอกาสไปร่วมในงานงิ้วในครั้งนี้ แต่ก็เหมือนอยู่ในบรรยากาศเลยทีเดียวครับ เนื่องจากภาพต่างๆ ที่แต่ละท่านได้นำมาปะติดปะต่อกันก็ ถือได้ว่าเป็นมุมมองที่ครบเลยทีเดียวครับ  

กราบนมัสการท่านพระอาจารย์มหาแล
สวัสดีทุกท่านครับ คุณอัญชัน อาจารย์ณัฐพัชร์ คุณธนกฤต
คุณฉิก เสี่ยงัก และทุกท่านในเวทีคนหนองบัวครับ

  • งานนี้ผมว่าทุกท่านได้ทำสิ่งต่างๆมอบให้หนองบัวที่มีความหมายมากหลายอย่างเลยนะครับ
  • เข้าไปดูการเข้ามาสนทนาของลูกหลานช่างว่อนด้วยแล้วครับ เคยเป็นสมาชิกเชิดหัวมังกรอีกด้วย
  • คนอยู่ไกลบ้านอย่างคุณอัญชัน และคุณธนกฤตแม้นไม่ได้กลับหนองบัว ก็เหมือนกับได้รู้เรื่องราวในถิ่นฐานบ้านเกิดได้อย่างใกล้ชิด เหมือนนั่งคุยอยู่ในบรรยากาศเดียวกันเลยนะครับ เป็นสื่อแบบทำกันเองที่ใช้ได้ดีทีเดียว
เขียนเมื่อ 

เมื่อวันศุกร์ที่ 1 เม.ย. 54 คณะครูและเจาหน้าที่ รร.วังบ่อวิทยา นำโดยผอ.ขุน โอภาษี ได้เดินทางมาถวายพระพรในหลวงที่รพ.ศิริราช และจากนั้นก็ได้แวะเยี่ยมและให้กำลังใจ อาจารย์สำอางค์ โอภาษี คู่ชีวิต ผอ.ขุนที่มารักษาตัวที่สถาบันมะเร็ง

พอดีได้โทรคุยกับผอ.ขุน หลังถวายพระพรแล้ว ซึ่งผอ.ขุน ก็ได้ถามข่าวคราวเรื่องที่พวกเราได้ไปออกนิทรรศการช่วงงานงิ้ว ซึ่งผมก็ได้บอกไปว่าได้รับการต้อนรับอย่างดี และมีแผ่นโปสเตอร์ได้ให้ไว้ที่รร.หนองบัว ผอ.ขุนเสียดายที่ช่วงนั้นไม่ได้อยู่หนองบัว ต้องมาเฝ้าดูแลอาจารย์สำอางค์ 

เป็นกำลังใจให้อาจารย์และครอบครัวนะครับ สู้ๆ

เขียนเมื่อ 

เมื่อก่อนนี้ตอนที่ยังไม่มีสี่แยกหนองบัวหรือสี่แยกต้นอีซึก คือยังไม่มีถนนสาย11 อินทร์บุรี-เขาทรายนั้น หนองบัวถือว่าเป็นเมืองปิด จะออกสู่โลกกว้างต้องไปเริ่มต้นที่ชุมแสงนั้น แถววังบ่อและหนองไผ่นั้นก็ยิ่งกว่าเมืองปิดอีก เรียกว่าปิด 2 ชั้นเลย ต้องออกมาที่หนองบัวก่อน เรียกว่าออกจากวังมา พอจะกลับบ้านก็บอก กลับวัง ฟังดูเหมือนเป็นคนมีศักดินาสูงส่งน่าดู

หลังจากมีถนนสาย225 ตัดผ่านกับสาย11  ไปสมอทอดหรือบึงสามพัน ก็เลยทำให้วังบ่อ หนองไผ่เป็นเมืองเปิดออกสู่โลกภายนอกไปในตัว ถนนนี้จะยาวไปสมอทอดตัดกับสาย 21 พุแค-เพชรบูรณ์ตรงแยกราหุล และถ้าต่อไปอีกก็จะเข้าอีสานที่อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ผมเคยใช้เส้นนี้เข้าหนองบัวครั้งหนึ่ง เข้าใจความหมายที่ว่าอีสาน เป็นดินแดนที่ราบสูงได้อย่างดีเลย เพราะระหว่างเขตชัยภูมิกับเพชรบูรณ์นั้น เป็นเหวเป็นเขาตลอดทางเพื่อลงจากที่ราบสูงมาสู่ที่ราบต่ำ ลงมาแล้วมองย้อนหลังกลับไป เอออีสานอยู่สูงจริงๆ

เขียนเมื่อ 

กราบนมัสการพระอาจารย์มหาแล

สวัสดี อ.วิรัตน์ พี่ฉิก และชาวเวทีหนองบัวทุกท่าน

 

ฝากถึงพี่ฉิกค่ะ หากพี่ฉิกได้มีโอกาสคุยกัน อ.ขุน และไปเยี่ยม อ.สำอางค์ ฝาก กราบสวัสดี อาจารย์ทั้งสองด้วยนะคะ และขอเป็นกำลังใจให้ อ.สำอางค์ ต่อสู้กับโรคมะเร็งนะคะ เพราะแม่ของอัญเองก็เป็นมะเร็งมา ๑๐ กว่าปีแล้วค่ะ แต่แม่ ท่าน ก็ สู้ๆๆ โดยมี หลานๆ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

คิดถึงซาลาเปา ของ อ.สำอางค์ ตอนเป็นนักเรียนเป็นลูกค้าประจำของอาจารย์ ฝากพี่ฉิก บอก อาจารย์ด้วยนะคะ ว่า ตอนนี้อัญทำซาลาเปา เองเป็นแล้วค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้ ครอบครัวอ.ขุนและ อ.สำอางค์นะคะ สู้ๆๆ ค่ะ

อัญชัน

ขอเยี่ยมและคารวะภรรยาพี่ขุน พี่ขุน และครอบครัวด้วยครับ
สู้นะครับ

ฝากสวัสดีท่านอาจารย์ขุนและ

ฝากเยี่ยมอาการป่วยของท่านอาจารย์สำอางค์มา ณ ที่นี้  ที่ซึ่งลูกศิษย์  พี่น้องและกัลยาณมิตรของท่าอาจารย์ทั้งสองได้ใช้เป็นเวทีในการเสวนากันด้วยครับ

ขอบคุณครับ

ต้นอ้อยช้าง

มีต้นไม้ที่หน้ากุฏิอยู่ต้นหนึ่ง เฝ้ารดน้ำดูความเติบโตมาหลายปีแล้ว แต่ไม่รู้จักว่าคือต้นอะไร ถามใครหลายคนก็ไม่มีใครรู้จัก
แต่ตอนนี้กำลังออกดอก เลยขอความรู้จากหลวงตาในวัด พอท่านเห็นดอกเท่านั้นแหละ ความจำครั้งอดีตก็พลั่งพรูออกมาทันที
หลวงตาสี่รูปยืนยันตรงกันว่าคือต้นอ้อยช้าง
ทำไมชื่ออ้อยช้าง ท่านตอบว่าช้างชอบกิน กินทั้งใบและดอก ท่านให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าต้นอ้อยชั้งนั้นเปลือกลอกง่ายมาก และช้างก็ชอบกินเปลือกด้วย โดยใช้งาแทงเปลือก แล้วลอกออกมากิน

เปลือกอ้อยช้างคนก็กินได้ด้วย
หลวงตาองค์หนึ่งท่านถากเอาเปลือก มาฉันกับหมากแทนเปลือกคูณ
และที่สำคัญยอดอ่อนก็กินได้อีก
เมื่อรู้ว่ากินได้ วันนี้ก็เลยนำมาเป็นเมนูคู่กับพริกเกลือเสียเลย

  • เมื่อก่อนนี้ตามทุ่งนาก็มักมีต้นไม้ที่เรียกว่า 'ต้นช้าง' ออกลูกลักษณะเป็นช่ออย่างนี้เหมือนกัน พวกนกแก้ว นกกะลิง นกปรอดหัวจุก นกเอี้ยงโครง นกโพระดก นกกรอด ชอบมาเกาะกินเต็มไปหมด
  • ผิวลำต้นเหมือนกับลักษณะในรูป แต่กิ่งและลำต้นเปราะ หักง่าย เนื้ออ่อนและสวย นำมาแกะสลักและตบแต่งให้เป็นรูปต่างๆได้ง่าย แต่ไม่แข็งแรง ใช้ทำเครื่องตบแต่งได้ ไม่ทราบว่าจะเป็นต้นอ้อยช้างนี้หรือเปล่านะครับ
  • แต่ต้นมันใหญ่กว่านี้มาก และไม่เคยทราบเลยครับว่ายอดมันกินได้

คงเป็นต้นใหญ่อย่างที่อาจารย์ว่าจริงๆ
ในพระไตรปิฏกเรียกว่าต้นมหาโสณกะ : ต้นอ้อยช้างใหญ่
เป็นโพธิญาณพฤกษาของพระพุทธเจ้าสามพระองค์ด้วยกัน
(๑)พระปทุมพุทธเจ้า(๒)พระนารทพุทเจ้า(๓)พระเวสสภูพุทธเจ้า
ทั้งสามพระองค์ได้ตรัสรู้ที่ควงไม้อ้อยช้างใหญ่
โพธิญาณพฤกษาคือต้นไม้ที่พระโพธิสัตว์ประทับบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้
อย่างต้นโพธิ์ก็เป็นต้นไม้โพธิญาณพฤกษาของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน

หลวงตาท่านให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า เปลือกอ้อยช้างสามารถนำไปทำเป็นเบาะรองหลังช้างหรือรองแหย่งช้างได้
แหย่งช้างคือที่นั่งบนหลังช้าง หรือสัปคัป
ที่นั่งบนหลังช้างทำด้วยไม้เนื้อแข็ง แรงกดทับของไม้อาจเสียสีครูดผิวหนังช้างจนเกิดอันตรายได้
เมื่อนำเปลือกอ้อยช้างมาทำเป็นเบาะรองจึงช่วยป้องกันการบาดเจ็บได้อย่างดี

ยอดอ่อนมีรสเปรี้ยว ฝาดนิยมรับประทานเป็นผัก
เมื่อวานฉันกับพริกเกลือเข้ากันได้ดี


สัปคัป(สับ-ปะ-คับ) : แหย่งช้าง,ที่นั่งบนหลังช้าง
ข้อมูล http://cd.m-culture.go.th/ubon/index.php?c=showitem&item=120

เขียนเมื่อ 

กราบสวัสดีท่านอาจารย์วิรัตน์ คำศรีจันทร์

ผมเองได้เข้ามาชมการจัดเวทีการเรียนรู้ของชุมชนหนองบัว ท่านอาจารย์ณัฐพัชร์กล่าวถึงคณะครูมาช่วยงานกันหลายท่านและยังมีพี่น้องชาวหนองบัวแวะเวียนเข้ามาชมกันตลอดรู้สึกว่าความรักและความอบอุ่นของคนหนองบัวยิ่งเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คุณอาฉิกได้นำภาพขบวนแห่ของน้องๆผมเองเห็นแล้วทำให้นึกถึงวันเก่าๆได้ดีเพราะผมเองก็เคยเล่นวงดุริยางค์มาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาจนจบมัธยม แดดร้อนๆรองเท้ากัด บ่ายมาฝนตกเป็นอย่างนั้นมาหลายปีบอกได้เลยครับว่าสนุกสุดๆครับลืมได้เลยว่าเหนื่อย

ท้ายนี้ผมเองต้องขออภัยท่านอาจารย์วิรัตน์ด้วยนะครับที่ไม่ได้ไปร่วมงานผมเองรู้สึกเสียดายงานนี้จริงๆครับ

 

กราบนมัสการท่านพระอาจารย์มหาแลครับ
เรื่องต้นอ้อยช้างมีเรื่องราวต่างๆเชื่อมโยงอยู่ด้วยอย่างน่าสนใจหลายมิตินะครับ
ผมเลยแยกหัวข้อให้ต่างหากอีกหัวข้อหนึ่งที่นี่นะครับ http://gotoknow.org/blog/nongbua-community/434626 

สวัสดีครับคุณเสวกครับ

ไม่ต้องเสียดายครับ เพราะครั้งนี้เราไปลองทำกันดูเพื่อประเมินความสามารถที่จะทำสิ่งต่างๆกันดูว่าจะทำอะไรกันได้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งช่วยกันเป็นหัวหอกริเริ่มและบุกเบิกกันดู คนอื่นจะได้มีข้อมูล บทเรียน และทำกันอีกในโอกาสต่อๆไปได้อย่างดี เมื่อถึงตอนนั้น ทั้งคุณเสวกและคนอื่นๆก็คงจะไปทำสิ่งต่างๆด้วยได้อีกเยอะครับ

ครั้งที่ผ่านมานี่ คนส่วนใหญ่ รวมทั้งคุณเสวกเอง ถึงแม้จะสนใจและอยากไปทำอะไรด้วยกันมากอย่างไร แต่ก็นึกไม่ออกว่าจะไปทำอะไรกันได้บ้าง อย่าว่าแต่คนอื่นเลย (ทำท่าป้องปากกระซิบหน่อยๆ....!!!!) ผมเองก็ไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรและมันจะออกมาเป็นอย่างไร จะว่าไปแล้วนี่ จนป่านนี้ที่เสร็จเรียบร้อยและผลออกมาดีมากเลยแล้วนี่ ผมก็ยังต้องมานั่งคิดทบทวนดูว่างานนี้เริ่มจากตรงไหนและพัฒนาการไปกันอย่างไรนี่ ท่านพระมหาแล คุณฉิก ผม คุณคนปรุงแผ่นดิน อาจารย์พนม อาจารย์สืบศักดิ์ และอีกหลายท่านในเวทีคนหนองบัวนี้ ไม่รู้ว่าใครชวนใครเลยละครับ

แต่ตอนนี้พอจะนึกภาพออกบ้างแล้วครับว่าเราจะทำอะไรกันได้บ้าง หนองบัวมีสิ่งดีๆอะไรอยู่ แล้วกิจกรรมอย่างนี้ที่เราพอช่วยกันได้ จะเข้าไปเสริมเพื่อระดมพลังให้ลูกหลานคนหนองบัวได้ไปสมทบเคลื่อนไหวสิ่งดีๆเหล่านั้นได้อย่างไร คุณเสวกและกลุ่มพริกเกลือนี่เป็นกลุ่มที่ผมและหลายท่านรำลึกถึงมากเลยละครับ

นมัสการท่านพระมหาแลฯ ครับ อ้อยช้างกับอ้อยช้างงามนี่ไม่ทราบว่าเป็นเครือญาติอะไรกันหรือเปล่าครับ เวลากลับบ้าน บางครั้งลองเปลี่ยนเส้นทางจากโคกสะอาด - หนองไผ่ - ร่องดู่ - หนองบัว - ห้วยด้วน เป็น โคกสะอาด - เขานางต่วม- วังบ่อ - นำสาดเหนือ - ห้วยด้วน พบว่ามีหมู่บ้านหนึ่งชือ....อ้อยช้างงาม เคย

ทราบเพียงว่าเป็นหมู่บ้านตั้งขึ้นใหม่ที่แยกจากบ้านน้ำสาดเหนือใกล้ๆกับหมู่บ้าน บ้านวังใหญ่
อาตมาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย
เพิ่งจะเห็นชื่อนี้เมื่อไม่นานมานี่เอง
ผ่านไปก็จะเห็นชื่อสำนักสงฆ์อ้อยช้างงาม ทราบว่าตอนนี้ยกฐานะจากสำนักสงฆ์เป็นวัดแล้ว

เคยนึกสงสัยเหมือนกันว่ามีที่มาอย่างไร
เมื่อสักครู่ได้โทร.ไปถามเจ้าอาวาสท่านหนึ่งในเขตตำบลวังบ่อ ท่านเองก็ไม่ทราบประวัติความเป็นมาอีกเช่นกัน
แต่ท่านรู้จักต้นอ้อยช้างด้วย โดยเรียกต้นอ้อยช้างว่าต้นหัวช้าง และท่านได้บรรยายลักษณะให้ฟังเพิ่มเติมว่าใบต้นหัวช้างนั้นคล้ายกับใบสะเดา

เขียนเมื่อ 

ขอแจ้งข่าว อาจารย์สำอางค์ ได้ถึงแก่กรรมแล้วเมื่อเย็นวันนี้เอง

เมื่อตอนเที่ยงผมก็ได้แวะไปเยี่ยมที่รพ. ซึ่งอาจารย์ไม่รู้สึกตัวมาตั้งแต่วันจันทร์แล้ว

หมอได้บอกว่าให้ทำใจ ร่างกายไม่ไหวแล้ว ไม่น่าเกิน 24 ชม.

แต่ผมก็ได้กลับมาก่อน

จะทำพิธีที่วัดหนองกลับ แต่รายละเอียดผมยังไม่ทราบ

วันอาทิตย์-จันทร์นี้ผมไป ตจว. ฝากอัพเดทข่าวด้วยครับ

ขอแสดงความเสียใจกับอ.ขุนและครอบครัวด้วยครับ

ขอดวงวิญญาณของอาจารย์จงไปสู่สุขคติ

คอม : ทำด้วยไม้ที่มีลักษณะโค้ง เพื่อให้พาดคอควายหรือวัว โดยถากปลายทั้งสองด้านให้มีรอยเพื่อจะได้มัดเชือก ๒ ด้าน เชือกนี้เรียกว่าทามบ้าง,อ้อมบ้าง ที่ทำจากเปลือกข่อย, เปลือกอ้อยช้าง,ถักด้วยหวาย,ถักด้วยเชือก,ทำด้วยสายพานเครื่องสีข้าว,ทำด้วยกาบตาล.

นี่คือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นอ้อยช้างจากหลวงตาในวัด
ที่จังหวัดพิจิตรและพิษณุโลกชาวบ้านนำเปลือกอ้อยช้างมาทำทาม หรืออ้อม(คนวังทองเรียกทามว่าอ้อม) แต่ที่หนองบัวไม่เคยทราบว่ามีชาวบ้านนำเปลือกอ้อยช้างมาทำทามเลย ส่วนเปลือกข่อยนั้นเคยเห็นอยู่บ้าง

คอมนี้ ถ่ายจากศาลาใต้ร่มไม้ข้างกุฏิ 

                                             

                
                 ในภาพนี้ชาวนากำลังหัด(ฝึก)ควายไถนา
                 คอมคือไม้ที่พาดคอหรือบ่าควาย ส่วนทามหรืออ้อมคือเชือกมัดปลายคอมทั้งสองด้านที่ใต้คอ
ที่มา...
http://gotoknow.org/blog/lanandaman/364225?page=1

ขอร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของอาจารย์สำอางค์ โอภาษี

เขียนเมื่อ 

ขอร่วมไว้อาลัยกับอาจารย์สำอางค์ โอภาษี ด้วยครับ

เขียนเมื่อ 

ขอร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของอาจารย์สำอางค์ โอภาษี และ ขอแสดงความเสียใจกับ อาจารย์ขุน และครอบครัวด้วยค่ะ

อัญชัน

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวพี่ขุน
ในการจากไปของอาจารย์สำอางค์ โอภาษี ภรรยา
และขอเป็นกำลังใจพี่ขุนด้วยครับ

เขียนเมื่อ 

ขอร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของท่านอาจารย์ สำอางค์ โอภาษี ครูจะอยู่ในใจของศิษย์ทุกคนตลอดไป จากคณะตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัวและสมาชิกกลุ่มพริกเกลือ

 

                        

 

ในฐานะศิษย์ของท่านอาจารย์ทั้งสอง

ขอส่งกำลังใจมายังท่านอาจารย์ขุน

และขอดวงวิญญาณของท่านอาจารย์สำอางค์ จงไปสู่สุคติในสัมปรายภพด้วยเทอญ

เชิญคุย โยนความคิด และช่วยกันแสดงความสนใจครับ
เปิดรวบรวมความเห็นไปก่อนนะครับ หากมีเวลาผมจะเรียบเรียงและแยกไปทำหัวข้อรองรับให้ต่างหากของเวทีคนหนองบัวนะครับ

๑. แก่นเรื่องสำหรับคุยและเขียนสะสมข้ามปีไปถึงงานงิ้วปีหน้า เพื่อเสร็จงานแล้วจะได้พัฒนาพิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้ท้องถิ่นไปด้วย

คุณสมบัติ พรหมมินทร์ ฆ้อนทอง อาจารย์ณัฐพัชร์ ทองคำ ซึ่งมาช่วยพวกเราเวทีคนหนองบัวจัดนิทรรศการ และน้องๆทีมวิจัยของผมที่มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อได้เห็นผมและพรรคพวกที่ช่วยกันจัดนิทรรศการ มอบชุดสื่อนิทรรศการกับหนังสือท่านพระอาจารย์มหาแล ๒๖ เล่ม ให้แก่โรงเรียนหนองบัวผ่านอาจารย์สืบศักดิ์ ปฏิสนธิ์ กับศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัว รุ่นที่ ๑๔ อาจารย์วิกานดา บุญเอก และอาจารย์สุนนันท์ จันทร์ดิษฐ์ หัวหน้าหมวดคณิตศาสตร์ โรงเรียนหนองบัว เพื่อนำไปทำเป็นแหล่งการเรียนรู้และแหล่งข้อมูลสำหรับพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ในหลักสูตรท้องถิ่น หรือทำสิ่งต่างๆให้เป็นประโยชน์ต่อลูกหลานคนหนองบัวต่อไปตามแต่โรงเรียนอยากจะทำแล้ว ก็ชอบวิธีการที่ทำให้เป็นผลดีต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันไปหลายอย่างในลักษณะอย่างนี้ เลยเสนอแนะว่า หากจัดปีต่อไปก็น่าจะวางแนวคิดและตั้งจุดหมายไปเลยว่าเสร็จงานแล้วจะมอบชุดสื่ทอนิทรรศการกับหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ไปที่ไหนอีก เพื่อที่จะได้วางแผนเขียนเรื่องราวและทำสื่อสะสมให้อยู่ในแก่นเรื่องเดียวกัน พอเสร็จก็จะได้ระดมไปให้ที่ใดที่หนึ่งได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

๒.พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตชุมชนคนหนองบัว ตลาดหนองบัว เทคโนโลยี นวัตกรรม และภูมิปัญญาพื้นบ้าน ในวิถีพอเพียง

ผมเลยขอนำร่องไปก่อนนะครับ ผมเห็นด้วยมากกับแนวคิดและข้อเสนอแนะนี้ แล้วก็นึกถึงศูนย์กลางชุมชนในระดับหมู่บ้านต่างๆของหนองบัว นึกถึงหมู่บ้านที่มีกลุ่มวัฒนธรรมย่อยที่น่าสนใจ เช่น กลุ่มไทยพวนและไทยทรงดำที่บ้านคุณสมบัติ นึกถึงโรงเรียนในชุมชนรอบนอกตัวเมืองหนองบัว รวมทั้งนึกถึงโรงเรียนวันครู(๒๕๐๔) ใช่เพียงในฐานะโรงเรียนขนาดเล็กของอำเภอหนองบัว แต่ในฐานะเป็นอนุสรณ์ของบทบาทของครูและการศึกษาไทยต่อการพัฒนาทางสังคมในชนบทในระยะครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา เยอะจนน่าทำไปหมด

เลยเลือกที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่วัดหนองกลับ กับตัวตลาดหนองบัวก่อน ปีนี้หากเขียนเรื่องราวต่างๆแล้วละก็ อยากฝากเรื่องเกี่ยวกับวิถีชีวิตคนหนองบัวที่จะไปเชื่อมโยงกับสิ่งของที่มีเก็บรวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑ์ของวัดหนองกลับอยู่แล้ว กับเรื่องราวของร้านค้า สิ่งของ ผู้คน หรือหมายเหตุทางสังคมที่สำคัญๆที่มีร่องรอยของสถานที่ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวของหนองบัวอยู่ในตัวมันเองอยู่ เหล่านี้ ให้เป็นเรื่องที่อยู่ในใจและช่วยกันเขียนตามแต่จะสะดวกไปด้วยบ้างนะครับ เช่น เรื่องเครื่องหีบน้ำอ้อยของคุณเสวก ใยอินทร์ (ในพิพิธภัณฑ์มีเครื่องหีบอ้อยตั้งไว้แสดงแล้ว แต่ไม่มีเรื่องราวอธิบาย) เรื่องการทำพริกเกลือของท่านพระอาจารย์มหาแล (ในพิพิธภัณฑ์ มีเครื่องมือหาปลา เครื่องจักสานสวยงาม สะสมไว้มากมาย แต่ไม่มีเรื่องราวบอกเล่าและอธิบายเลย)

เรื่องราวลักษณะนี้ เมื่อทำสื่อใช้จัดนิทรรศการและทำเวทีเรียนรู้ทำให้งานประจำปีมีเชื่อมโยงกับชีวิตและความสำคัญต่อสังคมหนองบัวมากยิ่งๆขึ้นแล้ว พอเสร็จงาน ก็พากันไปจัดพิพิธภัณฑ์เสียหใม่ไปเลย สิ่งของที่จัดแสดงจะกลายเป็นมีเรื่องราวให้เห็นมิติชีวิตและความเป็นสังคม ทำให้บอกเล่าและให้การเรียนรู้สิ่งต่างๆได้ดีขึ้น

หากใครมีรูปเก่าๆหรือวาดรูปได้ก็สามารถเข้ามาสะสมไปด้วยกันได้ หรือหากมีเยอะ จะบอกให้ผมหรือคุณฉิกไปถ่ายก๊อปปี้มารวบรวมไว้อย่างที่พี่ธวัช อังศุธรรม อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงเทพสาขาหนองบัวที่ท่านได้ทำแล้ว ก็จะยินดีไปถ่ายรูปเก็บไว้นะครับ

๓. ฟื้นฟูชีวิตเรียบง่าย สำรวจศูนย์ข้อมูลเรียนรู้หนองบัวและเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรม เรียนรู้หนองบัว

หลังจากเวทีคนหนองบัวและนิทรรศการที่ทำด้วยกันเมื่องานงิ้วแล้ว ลูกเขยเถ้าแก่ต๋า ประทับใจที่ได้กลับบ้านและได้ไปเห็นกิจกรรมที่พวกเราทำ จึงอยากมีส่วนร่วมทำต่อเนื่องไปอีก แรกเลยก็ปวารนาตัวว่าจะร่วมมือกับพวกเราเวทีคนหนองบัวทำเว็บหนองบัวดอทคอมให้คนหนองบัว รวมทั้งอยากแวะเวียนกลับมาทำกิจกรรมที่หนองบัว อยากทำท่องเที่ยวจักรยานในหนองบัวและแหล่งอนุรักษ์ประตูหน้าต่างไม้สไตล์บ้านของชาวบ้านหนองบัว ซึ่งผมคิดว่าน่าสนใจและสอดคล้องกับเมื่อปีที่แล้วที่มีใครสักคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะชื่อคุณกัลยา ลูกเถ้าแก่โรงสี ได้เข้ามาคุยและบอกว่าทางครอบครัวจะเลิกกิจการอย่างอื่นและตนเองอยากออกไปอยู่นอกตัวเมือง ทำนาและบ้านในสวนแนวเกษรอินทรีย์หรือเกษตรทางเลือก

ตัวอย่างหลากหลายเหล่านี้ น่าจะสามารถใช้เป็นแกนหลักออกแบบกิจกรรมชีวิตและกิจกรรมชุมชนที่จะสามารถเป็นเครือข่ายจัดการที่ดีของหนองบัวต่อไปได้ในอนาคต ดังนั้น หากใครจะหาเวลาว่างทำงานในหัวหรือท่องเที่ยวสำรวจเส้นทางนับแต่รอบเกาะลอย ตลาด เลยไปจนถึงเขาพระ หาบ้านเก่า อาคารที่ทิ้งร้าง เหล่านี้ มาหาแนวปรับปรุงทำเป็นเส้นทางและแหล่งให้ข้อมูลเรียนรู้ ทำร้านกาแฟ ขายของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ชาวบ้าน เชื่อมต่อกับกิจกรรมที่จะเคลื่อนไหวผ่านงานความรู้ของเวทีคนหนองบัวไปด้วย ก็จะเป็นแรงเสริมผสมผสาน เชื่อมต่อถึงกันได้ทีละนิด สบายๆนะครับ 

๔.เครือข่ายถอดบทเรียนและขยายผลบทเรียนการพัฒนาการศึกษาเรียนรู้กับการพัฒนาสุขภาวะสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ของชุมชนอำเภอหนองบัว

เพื่อให้ทำกิจกรรมในพื้นที่ได้อย่างดี มีความหมายทั้งต่อหนองบัวและเป็นประโยชน์ต่อสังคมวงกว้าง อย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมทั้งทำให้ผมสามารถเชื่อมโยงบทบาทของมหาวิทยาลัยมหิดลในส่วนที่เป็นงานวิจัย การเรียนการสอน การบริการวิชาการ รวมทั้งงานทำนุบำรุงและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เข้ามาเสริมไปด้วยกันได้ ผมเลยจะลองทำอำเภอหนองบัวให้เป็นพื้นที่ชุมชนนำร่องเพื่อพัฒนาเครือข่ายสร้างความรู้และปฏิบัติการเรียนรู้เคลื่อนไหวสิ่งดีๆของชุมชน ผ่านเครือข่ายผสมผสานระหว่างชุมชนในท้องถิ่นกับเครือข่ายชุมชนความรู้ใน GotoKnow ซึ่งเป็นชุมชนเคลื่อนไหวทางเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีสื่อสารเรียนรู้แบบออนไลน์ เชื่อมโยงปฏิสัมพันธ์บทเรียนของหนองบัวกับชุมชนอื่นๆในประเทศผ่านการเสริมศักยภาพเครือข่ายบล๊อกเกอร์ทุกสาขาในการถอดบทเรียนและเป็นนักปฏิบัติการวิจัยชุมชนผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งน่าจะเริ่มออกไปจากเครือข่ายบล็อกเกอร์ใน GotoKnow และอาจจะทำในรูปของเครือข่ายโครงการวิจัยโครงการย่อยกับ สสส.ที่เสนอผ่าน GotoKnow ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นี้นะครับ ด้านหนึ่งก็ยกระดับวิธีดำเนินการผ่านเวทีคนหนองบัวให้มีตัวมีตนขึ้นมานิดหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่ง ก็จะทำเป็นโครงการหาบทเรียนของประเทศไทยดูว่าในระดับชุมชนนั้น มีรูปแบบที่ดีในการเคลื่อนไหวการเรียนรู้เพื่อการจัดการตนเองที่ดีของชุมชนอย่างที่พอจะริเริ่มได้ในหนองบัว ได้อย่างไรบ้าง และการผสมผสานความเป็นท้องถิ่น กับความเป็นโลกาภิวัตน์ ผ่านวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่กับภูมิปัญญาปฏิบัติของชุมชนที่พอเหมาะพอดี-พอเพียง อยู่ตรงไหน ต้องทำอย่างไร อย่างนี้เป็นต้น

ใครสนใจและมีความคิดดีๆอย่างไรเชิญพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันได้เลยนะครับ ในการทำตรงส่วนนี้ ผมจะทำเป็นข้อเสนอเชิงแนวคิดไปยัง GotoKnow ก่อนนะครับ จะขออนุญาตกล่าวถึงและอ้างถึงท่านพระอาจารย์มหาแล และทุกท่านในเวทีคนหนองบัวว่าเป็นเครือข่ายความรู้ของเวทีคนหนองบัวนะครับ  

เขียนเมื่อ 

มาเยือนและขอยืมภาพไปด้วยครับ


สวัสดีครับท่านอาจารย์โสภณครับ
ขอบคุณที่มาเยือนเวทีคนหนองบัวครับ
ด้วยความยินดีเลยครับอาจารย์
สุขสันต์วันสงกรานต์ด้วยเช่นกันครับ

เขียนเมื่อ 

เงียบจัง ยังไม่ได้มาเล่าถึงงานศพครูแตน /อาจารย์สำอางค์ โอภาษี เมื่อ 14 เม.ย. ที่ผ่านมาที่วัดหนองกลับ (ไม่ได้ถ่ายรูปมา เลยไม่มีรูปมาให้ดู) มีเพื่อนครู ผู้หลักผู้ใหญ่ และลูกศิษย์ของอาจารย์ มาร่วมไว้อาลัยเยอะมาก ได้รับหนังสืออนุสรณ์มา 1 เล่ม จัดทำโดยลูกศิษย์อาจารย์นั่นแหละ นร.ห้องม.6/2 รุ่น10 หนองคอก ไม่รู้ว่า เป็นรุ่นที่เท่าไหร่ของหนองคอก เพราะตอนที่จบออกมาเพิ่งจะมี ม.1รุ่นแรก (ร่นของน้องสมบัติ ฆ้อนทอง) มีภาพหน้าปกมาฝากให้พวกเราดูกัน

เขียนเมื่อ 

เนื้อหาภายใน มีการทำอาหาร "สูตรเด็ดเคล็ดลับฉบับครูแตน" ที่ชาวหนองบัวหลายคนได้เคยลิ้มรสฝีมือของครูแตนไปบ้างแล้ว มี ขนมจีบ,ซาลาเปา,คุกกี้,น้ำสลัด,แกงพริกเกลือ อย่างที่น้องอัญชันได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ หลายครั้งที่ผมได้กลับหนองบัว จะมีของเล็กๆน้อยๆไปฝากครูขุนครูแตนอยู่บ่อยๆ และก็มักจะได้รับความเมตตาจากครูแตนจัดทำคุกกี้ ขนมจีบ ซาลาเปาให้ผมนำกลับกทม.มาทานเองและฝากเพื่อนฝูง นี่แหละมิตรจิตมิตรใจของพวกเรา ฝากสูตรเด็ดเคล็ดลับฉบับครูแตน

"แกงพริกเกลือ"

เขียนเมื่อ 
  • ขอแสดงความเสียใจแด่ครอบครัวของ คุณครูสำอางค์ โอภาษี และร่วมไว้อาลัยแด่คุณครูสำอางค์ด้วยค่ะ

สวัสดีค่ะพี่ฉิก

  • ได้อ่านสูตรเด็ด แกงพริกเกลือ ของคุณครูสำอางค์แล้วน้ำลายสอ และก็ทำให้ทราบว่าที่เคยเข้าใจว่าพริกเกลือคือปลาร้าสับผสมสูตรตามชอบ แล้วนำมาผัดทานจิ้มกับผักสารพัดชนิด อย่างที่แม่บุญมา คำศรีจันทร์ ทำให้ชิมเท่านั้น แต่ยังมีสูตรเด็ดอีกคือนำพริกแกงมาละลายน้ำ ทำเป็นแกงใส่กบ ปู ปลาที่พอหาได้ พร้อมด้วยผักพื้นบ้าน ถ้าได้ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ด้วยหล่ะก็ คงอร่อยจนต้องขอเพิ่มข้าวเลยเชียว แกงพริกเกลือ ก็เลยกลายเป็นอาหารอร่อยขึ้นชื่อของหนองบัวเช่นกัน แม๊ อย่างนี้ต้องขอกลับไปหาชิมที่หนองบัวอีกซักรอบแล้วหล่ะค่ะ =)

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตภัณฑ์ปลา โดยป้าอร นุชเฉย บ้านเนินตาโพ : บ้านไร่โพธิ์ทอง หมู่ที่ ๑ ตำบลหนองกลับ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์

ภาพชุดนี้ถ่ายเมื่อไปชมนิทรรศการงานงิ้วหนองบัว(๒๖ มีนาคม ๒๕๕๔) ในช่วงบ่ายได้พาท่านอธิการโชคชัย เจ้าอาวาสวัดพรหมพิราม เมืองพิษณุโลก ไปเยี่ยมชมบ้านป้าอร นุชเฉย เจ้าของผลิตภัณฑ์พริกเกลือและอาหารชุมชนที่บ้านเนินตาโพ

ท่านเจ้าอาวาสสนใจอาหารชุมชนและการทำพริกเกลือของอำเภอหนองบัวอย่างมาก โดยขอเดินเยี่ยมชมถึงแหล่งผลิตพริกเกลือและพูดคุยกับป้าอร สอบถามรายละเอีดยการทำและประวัติอาหารชุมชน แต่ข้อมูลที่ได้มาในวันนั้นตอนนี้ยังหาไม่เจอ ท่านบอกว่าข้อมูลของป้าอรที่เขียนไว้นั้นตั้งใจว่าจะให้อาจารย์วิรัตน์ ไม่ทราบว่าได้มอบให้อาจารย์วิรัตน์แล้วหรือไม่

อย่างไรก็ชมภาพไปก่อน วันหน้าค่อยหารายละเอียดมาเพิ่มเติมให้ทีหลัง



                         
                       
                     
                       
                            

 

เขียนเมื่อ 

กราบนมัสการพระอาจารย์มหาแล, สวัสดีค่ะ พี่ฉิก และ ชาวเวทีหนองบัวทุกท่านค่ะ

ขอบคุณพี่ฉิกค่ะ ที่นำภาพ อ.สำอางค์มาฝาก อัญไม่ได้เจออาจารย์เลย ตั้งแต่ จบ ม.๖ ก็ ๒๐ กว่าปีแล้วค่ะ เห็นแล้วก็คิดถึง ยังนึกถึง ซาลาเปา คุกกี้ ของอาจารย์อย่างที่พี่ฉิกพูดถึง

ซึ่งตอนนี้ ตัวอัญเอง ทำได้แทบทุกอย่าง ทั้งอาหารไทย อาหารเทศ จากคนที่ไม่เคยทำอาหาร แบบเป็นชิ้นเป็นอัน ตั้งแต่ จบ ม.๖ (เพระอยู่หอพัก ไม่อำนวยในการทำอาหาร อีกอย่างซื้อทาน ก็สะดวกประหยัด) จนกระทั่งแต่งงานเมื่อ ๖ ปีที่แล้ว แล้วย้ายไปอยู่สวีเดน ก็เลยได้เริ่มหัดทำอาหาร จนตอนนี้ ชอบทำอาหารไปแล้วค่ะ

แล้วยิ่ง อ่านคำบรรยาย วิธีทำแกงพริกเกลืและ พระอาจารย์ นำภาพ ปลาร้า มาให้ ดูโอย..คิดถึงบรรยากาศ บ้านเรา

แต่ขอบอกว่า ถึงแม้ อยู่ไกล ถึง สวีเดน ก็ไม่ขาด ปลาร้า และ พริกเกลือ นะคะ ปีที่แล้ว แม่ (เป็นสะใภ้หนองบัว เรียนรู้การทำปลาร้าเมื่อมาอยู่หนองบัว) ได้ทดลองใช้ปลาที่นี่ ซึ่งตัวใหญ่มาก ตัวแบนๆ เหมือนปลานิล แต่ใหญ่กว่ามาก ตัวละเกือบ โล หรือ มากกว่าโล เป็นปลาน้ำจืด จากทะเลสาบ มาทำปลาร้าค่ะได้ผล โอย..หอมหวลไปทั้งห้องเติมฟืน (ห้องทำความร้อน) ต้องเอามาเก็บไว้ที่ห้องทำความร้อนค่ะเพราะอากาศมันจะอุ่นหน่อย ตอนเอาไปเก็บไว้ที่ห้องใต้ดิน (ห้องสำหรับ เก็บอาหาร) เป็นปลาร้าช้า ค่ะ เพราะ มันเย็นเหมือนตู้เย็น

เอามาเก็บไว้ห้องเติมฟืน ก็มีกลิ่นหน่อยๆ เวลาเปิดไปเติมน้ำกะเกลือ อิๆๆ สามีก็บ่นหน่อย แต่ไม่ว่าไรค่ะ

ปลาตัวใหญ่เป็นปลาร้าช้าหน่อย และอากาศที่นี่ก็ไม่ร้อน เหมือนบ้านเรา ผ่านไป ๖ เดือน กินได้แล้วค่ะ อร่อย หอมมากกกกกกกกกก ตอนนี้มีทังปลาร้า มีทั้งพริกเกลือค่ะ

ตอนนี้ที่สวีเดน อากาศดีแล้วค่ะ ประมาณ ๑๕ ถึง ๒๐ องศา ค่ะ

อัญชัน

พี่ทัศน์
IP: xxx.87.118.209
เขียนเมื่อ 

ได้เห็นถึงความตั้งใจหลายๆท่านที่มีจิตรอาสา พี่มีเรื่องชีวิตของเด็กวัด มาเล่าย้อนอดีด โดยเฉพาะกุฏิพระปลัดกี่ง เป็นกุฏิที่มืเด็กวัดมากที่สุด ในจำนวน5กุฏิ และอยากให้พี่ๆเพื่อนๆน้องๆเด็กวัดหนองบัว ได้ฝากความทรงจำเอาไว้ ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกันหรือเปล่า ดว้ยใจแล้วเห็นหลายๆท่านแสดงความเห็นเอาไว้เยอะมากๆ เลยไปกระตุ้นแรงใจภายในให้อยากมีส่วนร่วม เป็นส่วนหนึ่ง ของคนหนองบัว

กราบนมัสการท่านพระอาจารย์มหาแล ท่านพระอธิการโชคชัย
และสวัสดีทุกท่าน ฉิก คุณอัญชัน อาจารย์ณัฐพัชร์ พี่ทัศน์ และทุกท่านในเวทีคนหนองบัวนะครับ

ข้อมูลของการแปรรูปอาหารและป้าอรนั้น ท่านพระอาจารย์มหาแลได้มอบไว้ที่ผมครับ อีกทั้งมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อด้วย ผมเลยสามารถโทรติดต่อและชวนป้าอรกับลูกหลานคุยเรื่องราวต่างๆให้ฟังได้อีกนะครับ

บันทึกของคุณครูแตนเรื่องพริกเกลือที่ฉิกนำมาเผยแพร่และรวบรวมไว้ในนี้นั้น ผมนำไปทำไว้ต่างหากเป็นหัวข้อหนึ่งแล้วด้วยนะครับ จะได้เป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีและลูกศิษย์ลูกหาจะได้สื่อแสดงความเคารพคุณครูของเขาได้เสมอๆ

เรื่องราวชีวิตของเด็กวัดอย่างที่พี่ทัศน์อยากนำมาถ่ายทอดแบ่งปันไว้ด้วยนั้น ก็น่าสนใจมากนะครับ เพราะเด็กวัด รวมไปจนถึงญาติโยมศรัทธา และพระเณร ของวัดหนองบัว ลูกศิษย์หลวงพ่ออ๋อยนั้น ออกไปทำการงานและดำเนินชีวิต มีบทบาทต่อหนองบัวที่อื่นๆอยู่ไม่น้อย อย่างท่านพระอาจารย์มหาแลที่เป็นตัวตั้งตัวตีอย่างมากในเวทีคนหนองบัวนี้นั้น ก็เป็นลูกศิษย์หลวงพ่ออ๋อย และเชื่อว่าคงเป็นแรงใจอย่างหนึ่งที่ทำให้ท่านได้หาโอกาสนำหลายอย่างมาสืบทอดไว้ในนี้อยู่เสมอๆ เพื่อเป็นเครื่องน้อมรำลึกแสดงความเคารพต่อครูอุปัชฌาจารย์ และแสดงกตัญญูกตเวทิตาต่อถิ่นฐานบ้านเกิด

เขียนเมื่อ 
  • แกงพริกเกลือค่ะ จากทายาทช่างว่อนที่แวะมามอบให้ในวันงานงิ้วหนองบัว ขอบคุณค่ะ แต่จะจากร้านไหนนี่มิทราบได้ ทราบแต่ว่า อร๊อย อร่อยค่ะ =)

         

เขียนเมื่อ 

สวัสดี สมาชิก เวทีคนหนองบัว ทุกๆ ท่าน

‡‡ ได้รับทราบข่าวการจากไปของท่าน อ.สำอาง โอภาษี แล้ว ต้องขอแสดงความเสียใจกับท่าน อ.ขุน โอภาษี และครอบครัว ด้วย ‡‡

ถ้าจะพูดถึงแกงพริกเกลือ สมัยรุ่นผมเป็นเด็กๆ ก็สามารถทำกินกันได้เองแล้ว เข้าป่าดักแย้ ยิงแย้ ช่วงเที่ยงก็รวมแย้ที่ได้กัน คนละ 2-3 ตัว นำมาสับ ส่วนผักก็หาผักซึกใบอีนูน ถึงจะถูกกัน นำทั้งผักและเนื้อแย้ พริกเกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่น้ำลงไป ที่จะขาดไม่ได้เลยคือ ยอดมะขามอ่อนและใบกระเพา ใช้หม้อดำตั้งไฟจนเดือน (ต้องเป็นหม้อดำน๊ะ ถ้าวันไหนใครเอาหม้อขาวๆไป กลับบ้านโดนแม่ดุแน่) ทิ้งไว้จนเดือดสักพักยกลงแล้วรับประทานได้ และเมื่อโตขึ้นมาหน่อย ถ้าจะให้ครบรสชาด จะต้องหายอดสะเดามาเผาไฟ แล้วกินแอ้มกัน ก็อร่อยอย่าบอกใคร แต่หลังๆ มานี้แย้ บ้านเราจะหากินยาก ต้องหันมาเป็นไก่บ้าน หรือนกเขา ก็พอได้ แต่ถ้าเป็นไก่บ้าน ขอแนะนำท่านที่ยังไม่เคยรอง วิธีการหมก ก็อร่อยไม่แพ้กัน ขั้นตอนก็คล้ายๆ กัน เพียงแต่การแกงเราจะต้องใส่น้ำแล้วตั้งไฟ ส่วนการหมกก็ไม่ต้องใส่น้ำ แต่เราใช้ใบตองแทน (จะเป็นใบตองกล้วย หรือ ใบตองควง ก็ได้) แนะนำให้ใช้หนาๆ หน่อย ไม่เช่นนั้นจะไหม้ก่อนที่จะสุก

สำหรับผมแล้ว ถ้ามีโอกาสได้กลับหนองบัว จะไม่เคยพลาดเมนูพริกเกลือ แต่เมื่อมาอยู่กรุงเทพ หาโอกาสทำกินยาก เพราะเกรงใจเพื่อนข้างห้อง กลิ่นนั้นค่อนข้างแรง ใครไม่ชอบปลาร้าคงจะรับไม่ได้ แต่มีเพื่อนบางคนไม่กินปลาร้า แต่พอทำแกงพริงเกลือกลับชอบกินก็มี

DekThape

อ่านเรื่องราวที่คุณเด็กเทพฯถ่ายทอดประสบการณ์ออกมานี่
ผมต้องอ่านไปแล้วก็นั่งอมยิ้มไปเลยนะครับ

ภาพความเป็นชีวิตวัยเด็กของคุณเด็กเทพฯที่ถ่ายทอดออกมานี่ มันช่างเป็นภาพเมื่อก่อนของเด็กหนองบัวได้ชัดแจ๋วดีจริงๆ นับแต่พากันออกไปหาแย้ เก็บผักอีซึก ใบอีนูน รวมทั้งอริยาบทต้มทำน้ำแกงจากพริกเกลือ หรือห่อใบตองปิ้งพริกเกลือ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับพี่ทัศน์

รอฟังอยู่นะครับชีวิตเด็กวัด

เพื่อนผมก็เป็นลูกศิษย์วัดอยู่ก็หลายคนนะ

จำไม่ได้ว่าเมื่อก่อนมีกุฏิอยู่จำนวนเท่าไร พอจะได้เลาๆว่ามีกุฏิหลวงพ่ออ๋อยที่อยู่หลังบ้านหมอหลุย และทอดอีก1หลังที่ทอดยาวไปตามแนวหลังบ้านของห้องแถว

ส่วนกุฏิที่เหลือจะขนานไปตามแนวขอบสระวัด อีกประมาณ 4-5 กุฏิ ที่อยู่กลางๆก็มีกลองเพลใบใหญ่ ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ยังมีกลองอยู่หรือเปล่า ไม่ได้ยินเสียงกลองเพลนานแล้ว

กุฏิท้ายๆ ก็จะมีโบสถ์อยู่ด้านหน้ากุฏิ ระหว่างกุฏิกับโบสถ์ก็จะมีสถูปเจดีย์อยู่ มีต้นพิกุลอยู่ 1 ต้น ตอนเล็กๆผมและเพื่อนๆชอบมาเล่นลิงชิงหลักอยู่ใต้ถุนกุฏิแถบๆนี้ เพราะพื้นใต้ถุนจะสูง พระเณรจะกวาดลานวัดและใต้ถุนสะอาด และต้นไม้เยอะร่มรื่น และอยู่ใกล้โบสถ์ด้วย เบื่อเล่นลิงชิงหลัก ก็ไปเล่นซ่อนแอบกันที่โบสถ์ อีกอย่างก็คืออยู่ห่างจากกถฏิหลวงพ่อด้วย กลัวโดนดุ

มีสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวกับวัดที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมคือการกินข้าวนอกบ้าน

ตอนเล็กๆ แทบจะไม่ค่อยได้ลิ้มรสชาติอาหารจากนอกบ้านเลย กินอยู่แต่เฉพาะในบ้าน ทั้ง 3 มื้อเลย ไปเรียนหนังสือยังต้องเดินกลับมากินข้าวกลางวันที่บ้านทุกวัน ทำให้ฝืนความรู้สึกมากในการที่จะต้องไปกินกับข้าวของบ้านอื่น และจะเป็นทุกข์มากเวลาที่ครูสั่งให้เอาข้าวมากินด้วยกันที่โรงเรียนตอนกลางวันในวันพิเศษต่างๆ จนเมื่อเรียนอยู่ประมาณป.6 ป7. มีเพื่อนชื่ออ๊อด/วิชัย (เสียชีวิตแล้ว) รู็สึกจะอยู่กุฏิใบฎีกาเหลืองหรือไรนี่แหละ ผมได้ไปคลุกคลีกับอ๊อดค่อนข้างบ่อย และหลายครั้งอ๊อดเค้าก็จะชวนกินข้าวก้นบาตรกลางวัน เราก็จะบ่ายเบี่ยงอยู่ตลอด หรือจะเลือกกินกับข้าวที่รสชาติสากลไม่ผิดเพี้ยนจากที่บ้านมากนักเช่นไข่เจียว จนมีอยู่ครั้งหนึ่งได้ลองชิมแกงส้ม แล้วรู้สึกว่าอืม อร่อยดีนี่หว่า จากนั้นตัวเราก็ค่อยๆทลายกำแพงตรงนี้ออกมาได้ จนเดี๋ยวนี้นี่กินแทบจะทุกอย่างเลย

การเล่าเกร็ดประสบการณ์ตรงนี้ของฉิกมีคอนเซ็ปและประเด็นดีมากเลยนะครับ
เป็นเรื่อง การเรียนรู้เพื่อการปลี่ยนแปลง หรือ การเกิดประสบการณ์ชีวิตที่ทำให้การจำกัดกรอบการคิดการปฏิบัติของตนเอง อยู่กับกรอบใดกรอบหนึ่ง เปลี่ยนแปลงไประดับพื้นฐาน ซึ่งเป็นแง่มุมนิดเดียวแต่ส่งผลให้เปลี่ยนแปลงตนเองไปได้อย่างก้าวกระโดด ย้ายฐานความคิดและได้แบบแผนของตนเองอย่างใหม่ที่รอบด้านและกว้างขวางกว่าเดิม

จะขอดึงออกไปทำเป็นหัวข้อย่อยของเวทีหนองบัว สะสมเป็นเรื่องเล่าที่สะท้อนบทเรียนดีๆไปด้วยอีกหัวข้อหนึ่งนะครับ

พริกเกลือ                                          
เห็นสูตรพริกเกลือของคุณครูสำอางค์ โอภาษี ที่คุณฉิกนำมาเผยแพร่เมื่อหลายวันก่อนแล้ว ทำให้นึกอยากจะขอทำเองปรุงเองดูสักครก เพื่อรำลึกถึงบรรยากาสวันเก่าๆ

อุปกรณ์มีเกือบครบ พอดีวันนี้ที่วัดมีตลาดนัด เลยให้โยมซื้อปลาร้ามาครึ่งกิโล
ส่วนผสมมีอะไรบ้าง พริกป่น หอม กระเทียมคั่ว(ไม่มีเตาอังโล่เผากระเทียม)ใบมะกรูดคั่ว ขาดมะขาดเปียก(ปีนี้มะขามเปรี้ยวแพงมาก หายาก)

พริกเกลือครกนี้ ลองฉันแล้ว รับรอง พอไปวัดไปวาตอนสายๆ สายขนาดใกล้ๆน้องเพลได้อย่างสบายเลยแหละ(นำมาอวดคุณอัญชัน คุณบุญเลิศ)

อ้อขอบอกไปถึงอาจารย์ณัชพัชร์ด้วยว่า คนหนองบัวนั้นสามารถทำพริกเกลือได้ทุกคนทุกครัวเรือน




แม่ผมก็เล่าให้ฟังเรื่องคนหนองบัวทำพริกเกลือครับ รายละเอียดก็เหมือนอย่างที่คุณครูสำอางค์ท่านบันทึกไว้เลยละครับ แต่มีบางส่วนที่อาจจะให้ภาพบางแง่มุมเพิ่มขึ้นมาอีก คือ แม่ผมบอกว่าชาวบ้านหนองบัวเขาจะทำพริกเกลือไว้เยอะๆในคราวเดียวกันเลย พอจะไปไหนมาไหนก็ตักแบ่งใส่กลักพริกเกลือ เวลาออกเดินทางไปไหนก็จะทำให้ไปได้เร็ว ไม่เรื่องมาก และเมื่อถึงป่าหรือที่ต่างๆแล้ว พริกเกลืออย่างเดียวก็จะกลายเป็นเครื่องปรุงที่เกิดอาหารต่างๆตามมาอีกหลายอย่าง แล้วแต่จะใช้ปรุงกับวัตถุดิบอะไร 

ต้นไม้แหย่แย้


ไม้แหย่แย้ : ที่หน้ากุฏิและข้างๆกุฏิ มีต้นไม้ที่หลวงตาท่านนำมาปลูกไว้สองกอ เราไม่รู้จักมาก่อน เมื่อสอบถามท่านเลยได้รู้จักว่าคือต้นไม้แหย่แย้

ลักษณะต้นก็บ่งบอกว่าน่าจะเป็นไม้ที่ชื่ออย่างนี้ได้ เพราะต้นเล็ก ลำต้นตรง ยาว ไม่มีกิ่ง ดูต้นแล้ว ก็เหมาะที่จะนำไปเป็นอุปกรณ์สำหรับแหย่แย้ได้พอดี ด้วยความสงสัยถึงที่มาของชื่อว่าไม้ชนิดนี้คงมีอะไรพิเศษบางอย่าง เช่นมีกลิ่นแปลกจากไม้อื่นหรืออย่างไร เมื่อนำไปแหย่แย้ แล้วแย้ได้กลิ่นวิ่งออกจากรูทุกครั้งเลยใช่ไหม

ได้คำตอบจากทุกคนว่าไม่ทราบ และบอกต่อว่าไม่น่าจะใช่อย่างนั้น จำจากคนเก่าๆบอกต่อกันมา

ที่หนองบัวไม่เคยเห็นและก็ไม่ได้ยินชื่อไม้ชนิดนี้เลย เคยใช้แต่ไม้สาบเสือและไม้อื่นๆที่มีกิ่งยาวๆ เช่นไม้ฟอง

 

แย้ตัวแรก

อยู่วัดศรีโสภณมาหลายปี ไม่เคยนึกว่าจะได้พบแย้ตัวเป็นๆ
คนที่นี่เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนที่นี่แย้เยอะ เมื่อก่อนที่ว่านั้นคงตกประมาณ ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา

วันนี้ตอนสายๆ มีโยมมานิมนต์พระนั่งพูดคุยกันสักพักก็ลากลับ
โยมไปแล้ว ก็เดินไปข้างๆกุฏิ(ตรงบริเวณรอบๆกุฏิอาตมาถือว่ามีสภาพเป็นป่ามากที่สุดในวัด)กะว่าจะทำความสะอาดกวาดใบไม้สักหน่อย ยังไม่ทันได้จับไม้กวาด มองเห็นแมวคาบอะไรสักอย่างเดินตรงมาหาเรา หรือจะเดินเข้ากุฏิก็ไม่ทราบ

สังเกตว่าไม่ใช่นก เดินไปดูใกล้ๆ ตอนแรกคิดว่าเป็นปอมหรือกิ่งก่า ไม่น่าใช่ เพราะลำตัวดูคล้ายแย้มากๆ ปรากฏว่าเป็นแย้จริงๆ

พอร้องเรียกเหมียว...แค่นั้นแหละวิ่งแน่บเลย ด้วยความตกใจที่จะไม่ให้เราจับ แย้หลุดออกจากปากวิ่งหนีอย่างเร็ว โชคดีที่เจ้าเหมียวดำแค่คาบเบาๆ ยังไม่ได้กัด แย้น้อยเลยรอดชีวิต หนีไปได้อย่างปลอดภัย ได้ข้อมูลมาว่าแย้ไทย เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธ์

รอดจากกรงเล็บแมวแล้ว ก็วิ่งวนเวียนอยู่แถวนั้น เลยตามเก็บภาพมาฝาก วันนี้นำมาให้ชมทั้งไม้แหย่แย้ และแย้น้อยตัวแรก(คงไม่ใช่ตัวสุดท้ายของวัด)


ที่มาของแย้ : เจ้าแมวดำที่กุฏิอาตมานั่นเอง

เขียนเมื่อ 

มาร่วมแบ่งปันรูปแย้ด้วยครับ ถ่ายที่ "ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ท" หาดทุ่งวัวแล่น จ.ชุมพร เมื่อครัังไปเที่ยวเขื่อนรัชชประภา/สุราษฎร์ฯ กับครอบครัวเมื่อตอนสิ้นปี2551 เป็นแย้ที่ตัวใหญ่ที่สุดที่เคยเจอมา ทางรีสอร์ทคงเลี้ยงดูปกป้องเขาด้วยแหละ จึงเชื่องและตัวใหญ่ขนาดนี้ ไม่งั้นคงกลายเป็นแย้ผัดกระเพราไปนานแล้ว พูดถึงแย้แล้ว ต้องมีด้วงดักแย้ด้วย ใครมีรูปประกอบ เอาขึ้นมาโชว์หน่อย

ลิ้งค์ข้อมูลเรื่องแย้

แย้ วิกิพีเดีย

กราบนมัสการท่านพระอาจารย์มหาแล
สวัสดีฉิกและทุกท่านในเวทีคนหนองบัวนะครับ

  • ต้นแหย่แย้นี่เพิ่งเคยได้ยินและเพิ่งเคยเห็นนะครับ
  • เดี๋ยวนี้หาแหล่งที่มีแย้วิ่งอยู่ตามลานดินคงจะยากน่าดูเหมือนกันนะครับ
  • แย้ในรูปของฉิกนี่ตัวใหญ่มากจริงๆ
  • วันนี้ผมได้ส่งหนังสือที่เคยทำก๊อปปี้ของท่านพระอาจารย์มหาแลไว้หนึ่งชุด มาให้ท่านพระอาจารย์มหาแลนะครับ แต่เดิมนั้นกะว่าจะเก็บไว้ดูและเก็บไว้เป็นที่ระลึกของตนเอง แต่เห็นพระคุณเจ้าได้มีโอกาสไปตามที่ต่างๆ ได้พบปะกับชาวบ้าน รวมทั้งอยู่ต่างจังหวัดคงจะไม่ค่อยมีที่เข้าเล่มหนังสือได้สะดวกเหมือนผม ก็เลยคิดว่าส่งมอบถวายให้ท่านดีกว่านะครับ ผมนั้นมีโอกาสที่จะทำได้อีกอยู่เรื่อยๆครับ
เขียนเมื่อ 

กราบนมัสการพระคุณเจ้า และสวัสดีชาวหนองบัวและกัลยาณมิตรทุกท่านค่ะ

  • เอ่อ นึกว่าเข้าผิดบล๊อค เป็น animal planet channel ของ true vision ซะอีก
  • เป็นคนนึงที่แยกที่ไม่ออกระหว่าง กบ อึ่งอ่าง หรือ เขียด หรือปาด หรืออะไรที่มีลักษณะคล้ายๆ กัน ก็จะเรียกเหมารวมไปหมดว่ามันคือ 'กบ' หล่ะค่ะ
  • เจ้าแย้ นี่ก็เหมือนกันค่ะ เห็นตัวอะไรที่คล้ายๆ กันก็จะเหมาเรียกว่า 'กิ้งก่า' ค่ะ วันนี้ก็เพิ่งจะได้เห็นกันเต็มๆ จนน่ากลัว เพราะมันตัวโต เห็นลายชัดเจนจริงๆ
  • และเพิ่งเคยเห็นการจับแย้รึเปล่าไม่แน่ใจค่ะ เมื่อเดือนก่อน เค้าใช้เวลาในขณะที่นั่งอยู่บนท้ายรถปิ๊กอัพ จังหวะรอรถเลี้ยวขึ้นถนนใหญ่ เห็นเจ้าตัวนี้ปุ๊บ อุปกรณ์พร้อม ยื่นไม้ไป วางห่วง แฟร๊บบบ บบ!! ได้มาแล้ว และหันมาส่งยิ้มด้วยความภาคภูมิใจให้รถคันข้างหลังที่ต้องรอเข้าขยับรถถึงจะไปต่อได้ โห! เห็นแล้วต้องทึ่งในความสามารถ ..
  • แต่ เอ่อ ... บันทึกหน้านี้ต้องขอเปิดผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนกันค่ะ แฟร๊บบบ บบ!!! ^^"
รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น