วันนี้(18 พ.ค.)ผมไปเยี่ยมโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรีในโอกาสเปิดเทอมใหม่  ได้คุยกับท่าน ผอ.ปรเมษฐ์ โมลี  ทราบว่าปีนี้ผู้ปกครองส่งบุตรหลานสมัครเข้าเรียนมากเป็นพิเศษ  ชั้น ม.1 สมัครเข้ามา 1,400 กว่าคน แต่โรงเรียนสามารถรับได้เพียง 400 คน  เฉพาะเรื่องจับฉลากอย่างเดียว นักเรียนที่จับฉลาก 430 คน รับได้แค่ 70 คน  ท่าน ผอ.ปรเมษฐ์บอกว่ารู้สึกสงสารที่ทุกคนตั้งใจเข้ามา  แต่โรงเรียนก็มีความจำกัดรับได้แค่นี้  พยายามชี้แจงให้ผู้ปกครองเข้าใจ  แต่บางท่านก็ยังไม่ยอมเข้าใจ  บางคนมาจากอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานีก็มี

            ตอนนี้อาคารเรียนและห้องเรียนก็ยังไม่พอเรียน  อาคารใหม่ก็เพิ่งเริ่มก่อสร้าง  เด็กเปิดเรียนแล้วต้องมีที่เรียน  จึงต้องแก้ปัญหาในเชิงบริหารให้เด็กได้รับประโยชน์สูงสุด  โดยจัดให้มีการเดินเรียน  แต่ก็ยังไม่พออีก  ด้วยความมีวิสัยทัศน์ของผอ. เลยขอให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมทำห้องเรียนให้บุตรหลานของตนเรียนเพิ่มขึ้นอีก  6 ห้องเสร็จทันเปิดภาคเรียน  ผอ.ปรเมษฐ์พาผมไปชมห้องที่สร้างขึ้นใหม่  เป็นห้องที่กว้างขวางบรรจุได้ถึง 50 คน บรรยากาศดีน่าเรียนทีเดียว  ติดแอร์ทุกห้องด้วย  ขณะที่ผมกำลังเดินผ่านได้เห็นบรรยากาศการเรียนการสอนทุกห้องเป็นไปด้วยด้วยความตั้งอกตั้งใจทั้งผู้สอนและผู้เรียน

            แก้ปัญหาเรื่องห้องเรียนไม่พอ  ยังต้องแก้ปัญหาเรื่องกระแสไฟฟ้าอีก  เนื่องจากโรงเรียนนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว  และมีการใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนและอุปกรณ์ไฟฟ้ามากมายจึงทำให้ค่ากระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า งานต่อไปที่ต้องทำคือการติดตั้งหม้อแปลงเพิ่มกระแสไฟฟ้า และค่าสาธารณูปโภค  แต่เงินอุดหนุนรายหัวเพื่อใช้ในการเรียนการสอนก็ยังไม่ได้รับ  ก็ต้องแก้ปัญหาในเชิงบริหารอีก  เพราะต้องทำทุกวิถีทางให้นักเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดีที่สุด  ผอ.ปรเมษฐ์กล่าวในตอนท้าย

           จำนวนครูถ้าดูตามเกณฑ์  ก.ค.ศ. ยังขาดถึง 38 % ตอนนี้มีแค่ 18 คน และนักเรียนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  จึงจ้างครูเพิ่มอีก 10คน  อบจ.นนทบุรี จ้างให้อีก 15 คน และจ้างครูต่างชาติอีก 5 คน รวมอัตราจ้างทั้งหมด 30 คน ก็สามารถแก้ปัญหาการขาดครูไปได้  ทำให้ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเต็มที่

           ส่วนความพร้อมด้านอื่นๆก็ถือว่าอยู่ในระดับดี  ที่มีการวางแผนและเตรียมการไว้พร้อมแล้ว  จึงถือว่าเป็นโรงเรียนชั้นนำที่ได้รับความนิยมและไว้วางใจจากผู้ปกครองสูงโรงเรียนหนึ่ง