. . คำว่า “ความรัก” ที่ใช้กันทั่วไป หาใช่ความรักที่แท้จริงไม่ หากแต่ว่ามันคือราคะ . .

         แรกเริ่มเดิมทีผมมีไอเดียว่าน่าจะตั้งชื่อหนังสือเล่มนี้ว่า วิชาว่าด้วยความรัก แต่แล้วก็ถูกภรรยาทักว่า ฟังดูวิชาการจังเลย!” ก็เป็นอันตกไป ต้องลองหาชื่อใหม่ . . . ขอนำเนื้อหา (บางส่วน) มาแบ่งปันกันต่อนะครับ . . .   

. . . ความรักไม่เคยทำร้ายใคร หากท่านรู้สึกว่าความรักทำให้ท่านเจ็บปวด มันไม่น่าจะใช่ความรัก มันคงเป็นสิ่งอื่นที่อยู่ภายในตัวท่าน เพราะมันไม่ใช่คุณสมบัติของความรักที่จะทำให้ท่านรู้สึกเจ็บปวด ท่านต้องก้าวข้ามวงจรนี้ให้ได้ เพราะในสิ่งที่ท่านเรียกว่าความรักนั้นสามารถซ่อนสิ่งที่ไม่น่ารักไว้มากมาย จิตที่ช่างคิดของมนุษย์นั้นเจ้าเล่ห์เพทุบายมาก มันชอบหลอกลวงผู้อื่นและหลอกลวงตัวเอง มันติดป้ายคำว่าสวยงามไว้บนสิ่งที่น่าเกลียด มันพยายามปกปิดบาดแผลของท่านไว้ด้วยกลีบดอกไม้ นี่คือสิ่งแรกสุดที่ท่านต้องค้นหา ถ้าท่านต้องการจะเข้าใจว่าความรักคืออะไร

คำว่า ความรัก ที่ใช้กันทั่วไป หาใช่ความรักที่แท้จริงไม่ หากแต่ว่ามันคือราคะ ราคะคือสาเหตุที่ทำให้ท่านเจ็บปวด การอยากได้ใครสักคนมาครอบครอง ต้องการเป็นเจ้าของ มันเป็นการดูถูก มันเป็นความรุนแรง เมื่อท่านเข้าหาด้วยราคะ ท่านมิอาจจะเสแสร้งว่ามันเป็นความรักได้นานนักหรอก ถึงบริเวณผิวหน้าจะดูเหมือนว่าเป็นความรัก หากแต่ว่าเพียงขูดขีดเล็กน้อยเท่านั้นท่านก็จะเห็นว่ามันคือราคะนั่นเอง ราคะเป็นสันดานของสัตว์ การที่เรามองใครด้วยใจที่เต็มไปด้วยราคะ มันเป็นการดูหมิ่น เหยียดหยาม ทำให้คนกลายเป็นวัตถุสิ่งของ ไม่มีมนุษย์คนใดต้องการจะถูกใช้ มันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดเท่าที่ท่านสามารถจะทำกับผู้คนได้ ไม่มีใครอยากจะเป็นสินค้า ไม่มีใครต้องการเป็นเพียงทางผ่าน ไม่ว่าจุดสุดท้ายจะเป็นอย่างไรก็ตาม

นี่คือความแตกต่างระหว่างราคะกับความรัก ราคะเป็นการใช้คนอื่นเพื่อเติมเต็มความปรารถนาบางอย่างของท่าน สิ่งอื่นถูกท่านใช้และเมื่อท่านได้รับประโยชน์แล้ว ท่านก็จะโยนคนคนนั้นทิ้งไป เพราะเขาไม่มีประโยชน์แก่ท่านอีกต่อไปแล้ว ท่านได้ใช้ประโยชน์แล้ว นี่เป็นการกระทำที่ผิดศีลธรรมอย่างที่สุด การที่ท่านใช้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นแค่เพียงทางผ่านเท่านั้น

ความรักเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับราคะ ความรักให้ความนับถืออีกฝ่ายหนึ่งในความเป็นตัวเขา หากท่านรักใครสักคนท่านจะรักในความเป็นตัวเขา ท่านจะไม่รู้สึกเจ็บปวด ท่านจะรู้สึกเต็มเปี่ยม ความรักทำให้คนรุ่มรวยและเต็มเปี่ยม . . .

                                                                     - Osho