รำลึกถึงน้องผู้จากไป

เช้าวันศุกร์ ที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา วันนี้ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งสำหรับการจัดกิจกรรมรำลึกถึงน้องผู้จากไป วันนี้ตื่นเเต่เช้า ขับรถไปส่งลูกชายที่โรงเรียน เมื่อมาถึงโรงพยาบาล จึงเดินตรงไปที่ห้องเล่นโครงการ Child life program หรือที่เด็กๆเเละเเม่ๆมักจะเรียกกันติดปากว่าห้องครูพร จุดมุ่งหมายคือเพื่อไปรอรับครอบครัวสูญเสียที่ฉันได้นัดหมายวันนี้ทั้งหมด 5 ครอบครัว มีครอบครัวน้องโอ๊ต น้องเจมส์ น้องคิง น้องเเฮคเเละน้องติ๊กเมื่อไปถึงจึงพบว่าคนที่มาก่อนใครคือเเม่น้องโอ๊ต ส่วนคนอื่นๆอยู่ระหว่างเดินทางจึงนั่งคุยกับเเม่น้องโอ๊ตรอเพื่อนๆ

 

ถ่ายภาพเเม่โอ๊ตไว้เป็นที่ระลึกในฐานะที่มาก่อนเพื่อน ครูพร น้องทิพย์(คนไข้จิตอาสา มาเป็นกำลังใจให้เเม่ๆ ที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย)

นั่งล้อมวงทำกิจกรรมครูพรมาร่วมกิจกรรมด้วย

         จริงๆเเล้วเราวางเเผนจะไปจัดที่ห้องกิจกรรมหอผู้ป่วย 3ง เเต่ห้องไม่ว่าง จึงจัดที่ห้องเล่นครูพร และเมื่อทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตากันเเล้วกิจกรรมกลุ่มจึงเริ่มขึ้นฉันกล่าวทักทายทุกคนเเละเล่าวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมรำลึกถึงน้องผู้จากไปในวันนี้ให้ทุกคนทราบ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 7 แล้วที่ได้จัดขึ้นและกล่าวขอบคุณทุกคนที่มาในวันนี้ กิจกรรมในวันนี้เราทำเเบบสบายๆนั่งล้อมวงคุยกันถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เมื่อเสร็จจากการทักทายกันเเล้วฉันจึงบอกให้เเม่ๆทุกคนว่า "ให้นั่งตามสบายเเละหลับตาพร้อมกับจินตนาการไปถึงที่ที่เราอยากไป ที่ที่คิดว่าตัวเองอยู่ตรงนั้นเเล้วมีความสุขที่สุด ที่ที่คิดว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับตัวเอง ให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายตั้งเเต่ศีรษะ ไหล่ เเขน เเละมือ  เมื่อภาพนั้นชัดเจนขึ้นมาเเล้วขอให้ทุกคนค่อยๆลืมตาขึ้น" จากนั้นจึงเเจกกระดาษคนละ 1เเผ่น เเละดินสอคนละด้ามเเละบอกให้ทุกคนวาดภาพที่เห็นเเละต้องการอยากให้เป็นของเเต่ละคนเมื่อสักครู่นี้

เเม่ๆ ต่างขมีขมันหาพื้นที่ปลอดภัยสำหรับตัวเอง

ฉันให้เวลาเเม่ๆ ในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยประมาณ 15 นาทีเพราะกว่าที่ทุกคนจะนั่งคิดเเละวาดออกมาพร้อมระบายสีอย่างสวยงาม เมื่อวาดเสร็จฉันให้ทุกคนเพ่งมองไปที่ภาพที่ตัวเองวาดสักครู่ เเละถามความรู้สึกของตัวเองเมื่อมองไปที่ภาพลองมาดูว่าผลงานเเต่ละคนเป็นอย่างไร

เเม่น้องโอ๊ต(น้องโอ๊ตเป็นคนไข้มะเร็งกล้ามเนื้อลาย เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 52 )เเม่โอ๊ตเล่าพื้นที่ปลอดภัยของตัวเองให้เพื่อนๆในกลุ่มฟังว่า

"เป็นบรรยากาศท้องทุ่งไร่นา ตะวันรอน ๆ ลมเย็นสบาย มีดอกไม้ ใบหญ้า เหมือนสวรรค์มองไปเหมือนไม่มีคน เป็นที่ที่ไม่มีแสง สี เสียง"

เเม่น้องเเฮค(เเฮคเป็นคนไข้มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เสียชีวิตเมื่อ พ.ย.51) ภาพพื้นที่ปลอดภัยของเเม่เเฮคคือบ้าน 2 หลัง หลังเก่ากับหลังใหม่บ้านที่พึ่งสร้างเสร็จบ้านหลังใหม่เเฮคยังไม่มีโอกาสอยู่ก็มาจากไปเสียก่อน เป็นบ้านหลังเดิม พ่อของน้องแฮคเป็นคนที่สร้าง แม่ของแฮคก็เลยสร้างต่อ น้องแฮคอยากให้แม่ต่อเติมบ้าน กลับไปแม่ก็เลยต่อเติมบ้านและเอาตระกร้าที่น้องเค้าชอบไปวางไว้เหมือนที่น้องเค้าอยากให้แม่เอาไปวางเอาไว้ แม่ก็เลยวาดภาพนี้ออกมาเพื่อให้น้องแฮคสมหวังพูดไปก็ร้องไห้ไป ฉันปล่อยให้เเม่เเฮคร้องไห้ บอกว่าอยู่ตรงนั้นสักพักก่อน เเละบอกให้เพื่อนๆในกลุ่มส่งกำลังใจให้เเม่เเฮคด้วย  เเม่เล่าต่อว่าตอนนี้พี่สาวน้องแฮคกำลังท้อง แม่มีความหวังว่าน้องแฮคเค้าจะมาเกิดกับพี่สาวตอนนี้แม่ได้แต่หวังอยากให้ลูกได้อยู่บ้านที่เค้าอยากได้ เเละรอคอยการกลับมาของเเฮคเสมอ

         พื้นที่ปลอดภัยของเเม่น้องเจมส์ (เจมส์ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว เสียชีวิต 9 ก.พ.52)   เป็นภาพที่ไม่มีอะไรมาก บ้านหลังปัจจุบัน อยู่ริมสระบัว เเละครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้ามีน้องเจมส์ด้วย ก็ยังอยากอยู่กับลูกเพราะลูกชายชอบบรรยากาศที่มีคลองได้อยู่กับลูกก็พอใจแล้ว นั่งทานจิ้มจุ่มหน้าบ้าน

                          เเม่น้องติ๊กขณะเล่าเเลกเปลี่ยนพื้นที่ปลอดภัยของตัวเองให้เพื่อนๆฟัง

พื้นที่ปลอดภัยของเเม่ติ๊ก( ติ๊กเป็นคนไข้มะเร็งเม็ดเลือดขาวรักษา 10 ปี เสียชีวิตเมื่อ 4 ม.ค.52“)

เป็นรูปเถียงนา เป็นร่มเงาสองข้างทาง นั่งอยู่ด้วยกันสามคน มีวิทยุ ทรานซิสเตอร์ สระน้ำ คันนากั้นสองฝั่งเถียงนา รูปนี้ไปกับแฟนกับลูกมีความสุขมาก อยากอยู่เพราะว่ามีความสุขมาก

คนสุดท้ายเเม่คิง คิงเป็นผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวเสียชีวิตเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2552

ภาพที่มีแม่น้ำและสวนยาง พาราน้องคิงชอบพาเพื่อนไปที่สวนยางพาราเยอะเลย

จะสังเกตเห็นว่าพื้นที่ปลอดภัยของเเม่ๆ ทั้ง 5 คนนั้นยังมีลูกที่จากไปอยู่ด้วยเเทบทุกคน วัตถุประสงค์ของการทำกิจกรรมนี้ ฉันตั้งใจจะให้ทุกคนได้รวบรวมสิ่งที่เรียกว่าขุมพลังที่มีอยู่ในตัวเขาเองเเละเป็นสิ่งที่เขาสร้างมันขึ้นมาเอง สิ่งที่ได้เห็นจากทั้ง 5 ครอบครัว คือลูกที่จากไปยังเป็นเหมือนพลังใจให้เเม่ในการที่จะดำเนินชีวิตต่อไปเสมอ เพราะนี่คือการเตรียมตัวเองให้มั่นคง stabilize เพื่อช่วยให้เขานั้นหนักเเน่นเมื่อต้องเจอกับสิ่งต่างๆที่จะเข้ามาในชีวิตไม่ว่าจะดีหรือร้ายเพราะ บทเรียนรู้ที่ 2 ในการทำกลุ่มจะเป็นการเชื่อมโยงเห็นผลจากการสูญเสีย  จึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้เเม่ทุกคน

หลังจากที่ให้ทุกคนหาพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเองเเล้ว ก่อนที่จะเข้าสู่กิจกรรมที่ 2 ฉันให้ทุกคนเพ่งมองดูภาพอีกครั้งฉันเริ่มจากการถามคำถามว่า "หลังจากที่ลูกเสียเกิดผลกระทบอย่างไรกับเเต่ละคนเเละตอนนั้นเเต่ละคนเป็นอย่างไร"

เเม่โอ๊ต ; 1 เดือนไม่ทำอะไรเลย

เเม่เจมส์ ; หลงๆลืม ลืม เป็นคนเสียสติไปเลยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ช่วงเเรกไม่อยากทำอะไรเลย ทำอะไรไม่ได้ว่ตอนแรกที่สูญเสียลูกไปทำใจไม่ได้เลย  เพราะว่าไม่คิดว่าเค้าจะจากไปเร็วขนาดนี้ ทำอะไรไม่ถูกเลย ไม่เป็นอันจะทำงานเพราะว่ามัวแต่คิดว่าเค้ายังอยู่กับเรา มองไปรอบ ๆ บ้านความรู้สึกเหมือนว่าเค้าอยู่กับเราด้วย และคิดว่าจิตวิญญาณ เค้ายังอยู่กับเราเค้าไม่ไม่ไปไหน แต่แม่เคยอ่านหนังสือเจอแต่ไม่รู้ว่าชื่ออะไร แต่เค้าเขียนเอาไว้ว่าเมื่อตอนที่เป็นมนุษย์ร่างกายอ่อนแอและ เมื่อเป็นดวงวิญญาณก็จะอ่อนแอ ขนาดจะดลบันดาลให้แม่ฝันเห็นก็ยังยากเลย ประมาณนี้แหละตามที่หนังสือได้กล่าวเอาไว้ แม่บางท่านบอกว่าการที่จะทำให้ลืมว่าลูกเสียแล้ว ก็จะเอาหมอนมาใส่ชุดนอน ใส่หมวกเหมือนที่ตอนยังมีชีวิตอยู่ แล้วเอาไปนอนกอดทุกวัน เหมือนว่าลูกเรายังอยู่กับเราเสมอ

เเม่เเฮค ; ไม่ได้ตั้งตัว ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้  รู้สึกช็อค

เเม่คิง ; ช่วงเเรกเห็นเพื่อนลูกไม่ได้ เห็นเเล้วคิดถึงเขา ลูกเคยกลับมาบ้านเเต่วันนี้ไม่เห็นมา

เเม่ติ๊ก  ; ช่วงเเรกโล่ง รู้สึกว่าลูกไม่ทรมานเเล้ว ลูกรักษามานาน  10 ปี ตั้งเเต่ 4 ขวบเเต่มาเศร้าตอนเดือนที่ 3

ฉันสรุปในกลุ่มว่า "ช่วงเเรกทุกคนเเย่ เท่าที่ได้ติดตามครอบครัวทั้ง 5 ครอบครัวอย่างต่อเนื่องซึ่งก็เคยบันทึกไว้ในบันทึกนี้ก็จะเห็นว่าทุกคนค่อยๆดีขึ้น เเละ ณ วันนี้ทุกคนค่อยๆก้าวผ่านสู่เข้าสู่ขั้นการยอมรับเเล้ว เวลาจะช่วยเยียวยาให้ทุกคนดีขึ้นดีขึ้นลูกก็จะยังอยู่ในใจเราเสมอ  ทีมเราขอเป็นกำลังใจให้เเม่ๆทุกคน" ฉันสรุปปิดท้าย 

เวลาช่วงเช้าผ่านไปเร็วมากเนื่องจากเรามีโปรเเกรมทานข้าวและร้องเพลงต่อที่ห้องคาราโอเกะการพูดคุยจึงต้องพอเเต่เพียงเท่านี้ จริงๆเเล้วเเม่ๆทั้ง5 คน ยังอยากจะพูดอะไรเยอะ รู้สึกมันพรั่งพรูออกมาเเละตาม module ที่ฉันเเละพี่เกศพัฒนาร่วมกันขึ้นก็มีการพูดคุยประมาณ 4 - 5 คำถามไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวของเเต่ละครอบครัว ความหวังเเละ plan ในอนาคต เเต่เเวลาเรามีจำกัดเเละเราเริ่มกิจกรรมเกือบ 5 โมงเช้าเพราะรอเเม่ๆเดินทางมาถึงเอาเป็นว่าก็ได้คุยกันต่อช่วงทานข้าว

 

  ติดตามชมกิจกรรมพาเเม่ๆไป ร้องเพลงคาราโอเกะและทำบุญอุทิศส่วนกุศลได้ในบันทึกต่อไปนะคะ

อ่อ..ขอบคุณผู้ช่วยมือหนึ่ง น้องเเอล

น้องหนุ่ยสองสาวคนขยัน ช่วยประมวลภาพและเก็บรายละะอียดบันทึกเรื่องราวขณะทำกลุ่ม ท่านอาจารย์สุรพลส่งตรงมาช่วยโดยเฉพาะ ขอบคุณค่ะ

  น้องเเอล

น้องหนุ่ย