ช่วงนี้อยากนั่งเขียนบันทึกในบล็อกบ้างครับ แต่เวลาไม่เป็นใจเลย มีแต่งานวุ่นๆ ซึ่งเป็นความวุ่นที่ผิดปกติมากครับ เนื่องจากปกติเรื่องที่บ้านไม่ค่อยเป็นปัญหา มักจะวุ่นเรื่องงานเป็นส่วนใหญ่ แต่รอบนี้วุ่นได้ทุกเรื่องจริงๆ

เรื่องที่บ้านก็เป็นผลมาจากการลืมถอดปลั๊กปั้มน้ำครับ ใช้เวลาซ่อมไปทั้งหมดสามวันเต็ม สุดท้ายเลยตัดสินใจซื้อปั๊มตัวใหม่ ซื้อเสร็จกลับมาถึงบ้านปรากฏช่างซ้อมของเก่าเรียบร้อยแล้ว เลยเก็บของใหม่ไว้ก่อน ปรากฏถึงเวลาสองทุ่มเมื่อคืน เครื่องเจ้ากรรมก็ออกอาการอีกรอบ ซึ่งยากต่อการแก้ไขในช่วงเวลานั้นแล้วครับ เนื่องจากคราวนี้เปลี่ยนไปใช้บ่อน้ำนอกบ้านแทน เพราะจากปัญหาเรื่องปั๊ม แก้ไขไปแก้ไขมาปรากฏกลายเป็นมีปัญหามากกว่าสองเรื่อง

เช้าวันนี้โทรบอกช่างให้มาติดตั้งปั๊มน้ำตัวใหม่ให้หน่อย (ทำเองไม่ได้ครับ เพราะมีงานแต่เช้า) ช่างก็บ่นว่า อาจารย์ใจร้อนจริงๆ มันยังซ่อมได้อยู่ ซื้อใหม่แล้ว? ยอมรับครับว่า เป็นคนใจร้อน แต่ก็ต้องยอมรับอีกอย่างหนึ่งคือ เรื่องน้ำเรื่องใหญ่มาก ความไม่สะดวกเรื่องนี้กระทบต่อเป็นลูกโซ่เลย (อิลฮามยังต้องขาดเรียนเลย เพราะอพยพไปอยู่บ้านยายชั่วคราว) แถมช่างก็ซ่อมมาสองรอบแล้ว ตอนอยู่กับช่างมันก็ทำตัวเรียบร้อยมาก แค่พอช่างกลับมันก็ออกลายให้เห็นทุกที ผมนับได้ว่าช่างคนนี้ต้องเดินมาซ่อมให้ผมวันละเกือบๆ ห้าครั้งแนะครับ (คิดดูสิ ว่าผมใจร้อนอีก) ออ.ช่างท่านนี้ท่านมารับเหมาอยู่ข้างบ้านครับ ตอนพ่อมาเยี่ยมช่วงก่อน ภรรยาผมบ่นอยากทำห้องครัวใหม่ พ่อเลยไปติดต่อมา ซึ่งช่างก็ปลีกตัวมาทำให้ทันใจดี ปรากฏสามวันก่อนเห็นผมมีปัญหาเรื่องปั๊มน้ำ ก็ช่วยซ่อมให้อีกครับ ทำงานเร็วสารพัดประโยชน์อย่างนี้เลยขอเบอร์ไว้เลย ฮิฮิ (พ่อนะไม่รู้ ความจริงนะผมประวิงเวลามาได้ตั้งหลายเดือน ฮิฮิ ยังไม่อยากควักกระเป๋าจ่ายตังค์ เท่านั้นเอง สุดท้ายพ่อมาถึง ผมก็เลยต้องควักกระเป๋าทันตาเห็นเลย ฮือ) ออ.อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจซื้อปั๊มน้ำใหม่ทันที เพราะว่าเครื่องเก่ามันมีกำลังวัตต์น้อยครับ เวลาใช้น้ำพร้อมๆ กันหลายอย่าง น้ำไหลมาไม่ทัน รอบนี้ตอนไปเลือกซื้อ ไม่ขอข้อมูลใดๆ เลยครับ พอเลยว่าต้องการขนาด 200 วัตต์ ราคาเท่าไรเท่ากัน เพราะความผิดพลาดรอบที่แล้วคือ เพราะเสียดายเงิน เลยไม่ได้อย่างใจต้องการ ผมละแบบนี้ทุกที ต้องออกเงินสองรอบจึงจะได้อย่างใจ

หลังเสร็จงานสำคัญที่มหาวิทยาลัยช่วงเที่ยง กลับมาดูผลงานก็ปรากฏว่า ช่างติดตั้งเรียบร้อยแล้ว และรู้สึกว่าช่างจะใจตรงกับผมครับคือ ล้างบ่อบาดาลในบ้าง (ความจริงผมลองไปแล้วเมื่อเช้าครับ ซึ่งตอนนั้นใช้ปั๊มตัวเก่า ซึ่งไม่ได้ผล) ปรากฏรอบนี้น่าสนใจว่า การล้างไม่ได้ผลอะไรเลยครับ ไม่มีโคลนหรือทรายลอยขึ้นมาเลย และปรากฏว่า บ่อกลับลึกกลับเหมือนเดิมแล้ว อันนี้งงมาก เกิดขึ้นได้ยังงัย

ผมได้ข้อสรุปจากคำพูดของช่างที่ว่าผมใจร้อนว่า อันนี้จริงครับ และคิดต่อว่า ในการทำงาน การตัดสินใจของเรามักจะเกิดขึ้นในบริบทที่ต่างกันออกไปครับ อย่างรอบนี้ ผมตัดสินใจบนความกดดันรอบด้านเลยครับ น้ำต้องพร้อม เพื่อความสะดวกให้ลูกได้กลับมาอยู่บ้านและจะได้ไปโรงเรียน ในขณะเดียวกัน ผมเองก็มีงานเร่งๆ อยู่หลายชิ้นต้องเสร็จในสัปดาห์นี้เหมือนกัน หากไม่มีน้ำใช้ในบ้าน ลำบากมาก โดยเฉพาะไม่มีน้ำล้างแก้วกาแฟ ฮิฮิ

แต่ผมกลับคิดว่า การตัดสินใจของผมครั้งนี้คิดอย่างรอบด้านที่สุดแล้วครับ เพราะผมคิดเผื่อไว้แล้วว่า หากซ้อมเครื่องเก่าได้จะทำอะไรต่อ ผมไม่ได้คิดจะเก็บไว้สำรองเฉยๆ หรอกครับ และไม่คิดจะขายด้วย และที่สำคัญคือ เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนของบ้านหลังนี้ครับ แต่ปัญหาก็มีอยู่ว่า เดือนนี้จะมีใครให้ผมยืมตังค์บ้าง ฮิฮิ


ส่วนงานวันนี้ของผมคือ การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับโรงเรียนนำร่องใช้ระบบการประกันคุณภาพครับ รอบนี้มากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาครับ โรงเรียนละสองท่าน คือ ผู้บริหารหนึ่งท่านและผู้รับผิดชอบงานประกันของโรงเรียนหนึ่งท่าน กิจกรรมวันนี้พยายามให้เสร็จภายในครึ่งวันครับ เพื่อไม่เป็นการรบกวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากนักครับ ซึ่งก่อนเริ่มงานก็มีการคุยกันได้ข้อมูลว่า เครื่องมือที่นำไปใช้มีบางส่วนไม่สอดคล้องกับโปรแกรมที่ทางหน่วยงานต้นสังกัดให้ใช้ อันนี้ปรับแก้ไขไม่ยากครับ

งานนี้เริ่มต้นด้วยการชี้แจงวัตถุประสงค์ครับว่า จะทำอะไรกัน จากนั้นก็แบ่งกลุ่มคุยกันเลย เนื่องจากส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดีแล้วครับ ซึ่งผมอยากได้ข้อมูลที่เป็นผลการดำเนินการจริงๆ ของโรงเรียนครับว่า จากโมเดลระบบประกันฯ ภายใน ที่พัฒนาขึ้นนั้น โรงเรียนนำไปใช้แล้วหรือยัง และหากใช้แล้วมีปัญหาอะไรบ้าง ควรปรับปรุงอะไรบ้าง โดยใช้กระบวนการกลุ่มครับ "เล่าสู่กันฟัง" ซึ่งได้ผลดีมากครับ แต่ละกลุ่มสะท้อนการดำเนินงานของโรงเรียนตนเองออกมาเพื่อการแลกเปลี่ยน

จะสังเกตเห็นว่า โรงเรียนไหนผู้บริหารเป็นผู้หญิงก็จะมีผู้รับผิดชอบงานประกันฯ เป็นผู้หญิงด้วยครับ มีเพียงไม่กี่โรงเรียนเท่านั้นที่จะต่างออกไป

ผมสังเกตการคุยกัน โดยการเดินไปแอบฟังครับ ซึ่งพบว่าในช่วงแรกๆ หลายกลุ่มยังงงๆ กับสิ่งที่จะคุยกัน แต่สุดท้ายก็ผ่านไปด้วยดีครับ

พอคุยกันจนเห็นภาพเป้าหมายชัด แต่ละโรงเรียนก็แยกตัวไปนั่งปรับปรุงงานของตนเองเลยครับ ทำทันที เพื่อให้มันใจว่า โรงเรียนเดินมาถูกทางแล้ว

ทำเสร็จ ก็เอาผลงานมาแลกเปลี่ยนความเห็นกับผมและทีมวิจัยครับ สิ่งที่ผมเน้นคือ ผมอยากรู้ว่า โรงเรียนเข้าใจการดำเนินงานตามโมเดลขนาดไหน และมีกิจกรรมหลากหลายกันอย่างไรบ้าง ปรากฏเจอโรงเรียนเล็กๆ โรงหนึ่งครับ น่าสนใจมาก เนื่องจากแผนของเขาชัดและละเอียดมาก ไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรเลย น่าทึ่งจริงๆ ทำแผนงานได้ละเอียด และแยกเป็นพันธกิจชัดเจนมาก ฮือ ไม่อยากเชื่อว่าจะมีนักวางแผนกลยุทธอยู่ในโรงเรียนเล็กๆ ด้วย (วิทยากรแผนกลยุทธอย่างผมยกนิ้วให้เลย นับถือจริงๆ)

ก่อนลาจากกันก็มานั่งจับเข่าคุยกันอีกรอบครับ อันนี้แค่สร้างความสนิทสนมระหว่างโรงเรียนเครือข่ายครับ สำหรับงานวิจัยชิ้นนี้ อัลฮัมดุลิลลาห์ครับ ไปได้สวยมากๆ ทำไปอบอุ่นใจไปครับ กิจกรรมต่อๆ ไปจะไม่จัดใหญ่ๆ แล้วครับ จะเป็นการจัดตามกลุ่มจังหวัด และการเยี่ยมเยียนกันเท่านั้นเอง

ออ. สำหรับงานวิจัยนี้ การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จัดในมหาวิทยาลัย ซึ่งปรากฏว่า มีอาจารย์หลายท่านเพิ่งมาเยี่ยมมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรกครับ หลายท่านเลยบอกว่า มหาวิทยาลัยสวยขนาดนี้ ทำไมหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาไม่จัดข้างใน ออกไปจัดข้างนอก จนเขาไม่เคยได้มาชมมหาวิทยาลัยเลย ฮิฮิ ปัญหาคือ มหาวิทยาลัยมีห้องประชุมเล็กไม่เกิน 100 คนและใหญ่ขนาด 500 ขึ้น ครบครับ แต่พอห้องประชุมขนาด 100-200 คน ที่ไม่ใช่ห้องเล่นระดับกลับไม่มีครับ การประชุมที่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการนั่งทำไม่ได้เลย และที่ผ่านมา กิจกรรมของงานวิจัยนี้มีคนเข้าร่วมเกินร้อยทุกครั้ง และต้องใช้ห้องประชุมที่เปลี่ยนแปลงเป็นการอภิปรายกลุ่มได้ ซึ่งเราไม่มี ผมยังเสียดายห้องประชุมชั้นสองของแต่ละตึกไปครับ เนื่องจากแทนที่จะทำเป็นห้องประชุม ทุกตึกกลับปรับห้องแบบนี้เป็นห้องพักอาจารย์หมดเลย ผมเลยต้องกระเซ็นไปจัดงานข้างนอกเป็นประจำ