ครูระดับชั้นอนุบาล ๒ และ ๓
ครูหนู : คิดว่าคู่ของเราไม่ชอบศิลปะ ก็เลยเลือกสอนพัด เพราะขั้นตอนไม่มาก สอนตามลำดับขั้นตอนไปจนเสร็จชิ้นงาน
ครูติ๊ก : พับได้แค่นี้คือพัด เอาตัวเองเป็นที่ตั้งคือสอนที่ตัวเองพับได้ เลยสอนเหมือนครูหนู
ครูตูน : เลือกงานกล้องสอนครูหุยเพราะครูหุยเป็นคนดีน่ารักอยากถ่ายรูปเก็บไว้ แม้ว่าจะยากแต่คิดว่าจะสอนตามขั้นตอนและความสามารถลองผิดลองถูก และชมเชยเป็นการเสริมแรงจนสำเร็จ
ครูหุย: นึกไม่ค่อยออกจำการพับอะไรไม่ค่อยได้ คิดบุคลิกของเพื่อน คือ สง่า เลยพับหงส์ และจำขั้นตอนการพับดีๆเพื่อเอาไว้สอน แบบไม่ยากแต่หาคำอธิบายยาก เพราะง่วงแต่เพื่อนมีประสบการณ์เดิมจึงทำได้
ครูปอย: คิดว่าครูเหมือนเรือที่ลอยไปในสายน้ำที่มีจุดมุ่งหมายที่ใดสักแห่งขณะที่สอนรู้สึกอึดอัด เพราะหาคำพูดยาก โดยฉพาะตอนที่ต้องตลบกระดาษ
ครูหนึ่ง : พับเรือเหมือนกันเพราะคิดว่าเพื่อนชอบเที่ยว
ครูเอ้ : สอนพับบ้านเพราะคิดว่าครูอ้อมคงมีครอบครัวที่อบอุ่น ขณะที่สอนใช้มือช่วยทำไม่ได้ หาคำพูดมาอธิบายก็ไม่ค่อยถูก แต่พอคิดคำว่า "ห่อ" ออก ก็สอนให้เพื่อนพับต่อได้
ครูอ้อม : คิดว่าเพื่อนเป็นคนน่ารักและร่าเริงคิดว่าเป็นดอกไม้จะดี เวลาสอนต้องคิดเรียบเรียงคำที่จะใช้เช่น “เอาสองด้านเข้าหากันตามรอยพับ แล้วพับ สามเหลี่ยม ด้านบนกดลง” และครูเอ้ก็มีประสบการณ์เดิมอยู่
ครูมล : สอนเพื่อนพับบ้าน เพราะครูก้อย อยู่หอพัก จะกลับบ้านเฉพาะวันหยุด ขณะสอนติดขัดตรงการสอนพับหลังคาบ้าน
ครูก้อย : สอนเพื่อนพับดอกไม้ เพราะเพื่อนเรียบร้อย เวลาสอนเพื่อนเข้าใจง่ายและขั้นตอนการสอนไม่ยุ่งยาก และเพื่อนมีประสบการณ์เดิมอยู่แล้ว
ครูชมพู่ : สอนครูดั๊กที่เป็นสาวสวยหวาน และคิดว่าจะมีการสอนพับกระดาษอีก เลยไปหัดพับดาวเอาไว้ แม้จะมีคำและขั้นตอนที่ยากแต่เพื่อนก็ทำได้
ครูดั๊ก: เห็นครูชมพู่เป็นคนคล่องแคล่วว่องไว เลยสอนพับหงส์ ที่มีขั้นตอนเหมือนการพับนกแต่ไม่กางปีกออก
ครูแม็ก : ไม่ได้คำนึงถึงความยากง่ายคิดว่าครูโบคงชอบ การพับปลามีขั้นตอนการสอนที่ไม่ยาก แต่ติดตรงที่ต้องหาคำพูดมาอธิบายแทนการสาธิตด้วยการลงมือทำ
ครูโบ : คิดว่าจะสอนอะไรที่ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก
ครูก้อย (ดลพร) : คิดว่าครูกุ้งน่าจะเป็นคนใจเย็น และชอบสัตว์เลี้ยง ไม่คุ้นกับครูกุ้งนักไม่รู้ว่าประสบการณ์เดิมอะไรก็เลยสอนพับหมา
ครูกุ้ง : ไม่คุ้นกับครูก้อย แต่เคยกลับบ้านทางเดียวกันรู้ว่าครูก้อยกลับทางอนุสาวรีย์ฯ ที่มีแหล่งช็อบปิ้งเยอะ เลยสอนพับกระเป๋า และใช้การสอนที่ใช้คำพูด ตรง และ ชัดเจน เช่น “พับครึ่งกระดาษตามยาวประมาณ ๑ นิ้ว” เป็นต้น
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรมนี้
กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนพับกระดาษ ทำให้ครูตระหนักชัดว่าการจัดกระบวนการเรียนรู้เป็นศาสตร์ที่ครูผู้สอนจะต้องอาศัยความจำ การเรียบเรียงความคิด การลำดับขั้นตอนที่ดี และถ่ายทอดด้วยภาษาที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจและสามารถปฎิบัติได้อย่างถูกต้อง ภายใต้บรรยากาศที่สร้างสรรค์ และควรรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล
ขอบคุณครูวิมลศรีที่เล่าเรื่องครูน่ารักให้ได้เรียนรู้ การพับกระดาษนี่ครูแมวเรียนกับครูคนแรกคือคุณพ่อ ตอนอายุได้5ขวบมังคะพ่อสอนพับโดยใช้ผ้าเช็ดหน้าของท่านและมันกลายเป็นกิจกรรมเรียนรู้หลังอาหารเย็นที่ทำกันเป็นประจำทุกเย็นและที่สนุกมากๆคือพ่อจะเล่านิทานประกอบด้วยแล้วให้ลูกๆแต่งนิทานตามจินตนาการของตนเองประกอบการพับ พอครูแมวมีลูกได้ใช้บทเรียนนี้กับลูกสาว2คน ก็ได้พบว่ามันวิเศษมาก แม่ลูกสาว2คนกลายเป็นนักเล่าและนักเขียนนิทานล่ารางวัลไปทั่ว ตอนนี้เรียนจบคณะนิเทศทั้ง2คนก็ทำงานเป็นนักเขียนค่ะ
อ่านเรื่องที่ครูแมวเข้ามาแลกเปลี่ยนแล้วชื่นใจจังค่ะ ว่างเมื่อไหร่ขอเชิญมาเล่านิทานให้เด็กที่โรงเรียนฟังด้วยนะคะ
ขอบคุณคุณสามสักที่แวะเข้ามาแลกเปลี่ยนกันค่ะ :)