แหล่งเรียนรู้นก

                                                                           

 

 

รายงานผลการสำรวจสัตว์ป่า  (นก)

ในบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน

ประจำปีงบประมาณ  2551

 

 

 

             

        

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน  อำเภอประโคนชัย  จังหวัดบุรีรัมย์

กรมอุทยานแห่งชาติ  สัตว์ป่า  และพันธุ์พืช

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ  และสิ่งแวดล้อม

 

ผลการสำรวจ

จากการสำรวจระหว่างเดือนตุลาคม  2550  -  กันยายน  2551  พบนก  148  ชนิด

นกน้ำ    49    ชนิด        นกป่า  -  นกทุ่ง    99   ชนิด   

จัดทำโดย

ฝ่ายวิชาการและคุ้มครองสัตว์ป่า  เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน

อำเภอประโคนชัย  จังหวัดบุรีรัมย์

1.นายเสน่ห์  เรืองจำรัส             หัวหน้าฝ่ายวิชาการและคุ้มครองสัตว์ป่า

2.นายวิเชษ  สวัสดิ์พูน               รองหัวหน้าฝ่าย 

3.นายถาวร  สุดาจันทร์              รองหัวหน้าฝ่าย 

4.นายบุญเลิศ  ขำประภา            ประจำฝ่าย 

5.นายศักดิ์ชัย  ขวัญเมือง         รองหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์

ที่ปรึกษา

นายอุทัย  คมพยัคฆ์

นักวิชาการป่าไม้  7  ว.  ทำหน้าที่

หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน

 

เรียบเรียง  นายนิมิต  ศรีตัมภวา  รองหัวหน้าฝ่ายบริหาร 

 

 

 บทนำ

 

                        เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน  เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด  ร่วมกันใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ  เช่นสัตว์ป่าจำพวกนก  มีทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ  ที่เคยมีการสำรวจมาแล้วพบนกจำนวน  177  ชนิด  ปัจจุบันมีการสำรวจพบเพิ่มอีก  12  ชนิด  รวมเป็นจำนวน  189  ชนิด   ดังนั้น  เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน  หรือสนามบินนกนานาชาติ  จึงมีผู้มาใช้สถานที่จัดกิจกรรมศึกษาธรรมชาติ  จัดค่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  ศึกษาระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ  ซึ่งสถานที่นี้จัดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ   รวมทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ  สำหรับผู้ที่นิยมท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  จากการที่มีผู้สนใจเข้ามาใช้ประโยชน์อยู่ตลอดเวลา  จึงจำเป็นต้องสำรวจศึกษาการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ  ไม่ว่าจะเกิดจากมนุษย์  หรือธรรมชาติ  ซึ่งส่งผลกระทบถึงสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศเดียวกัน  เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน  ให้มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ  อย่างยั่งยืนต่อไป

                                   

 

 การสำรวจสัตว์ป่าจำพวกนก

ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน

                                    พิกัด  0292060 E  1619384 N

 

หลักการและเหตุผล 

                        เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน  จังหวัดบุรีรัมย์  เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าที่มีความสำคัญ  ในความเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ  มีสัตว์ป่าที่เด่นของพื้นที่  คือ  นกน้ำ  และนกป่า/นกทุ่ง  จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีนกที่พบ  189  ชนิด  เป็นนกน้ำจำนวน    74    ชนิด  และนกป่า/นกทุ่ง  จำนวน  115  ชนิด  โดยนกบางชนิดจะอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน      บางชนิดก็อพยพเข้ามาอาศัยตามช่วงฤดูกาล  ต่างๆ    

                        การจัดการเขตพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า  จำเป็นต้องมีข้อมูลสัตว์ป่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิดสัตว์ป่าแหล่งหากิน  ที่อยู่อาศัยหลับนอน  และสร้างรังวางไข่ของสัตว์เหล่านั้น    ถือว่ามีความสำคัญในการใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติสัตว์ป่า  เป็นอย่างมาก  เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์นก  และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่เข้ามาอยู่อาศัยในระบบนิเวศเดียวกัน

 

วัตถุประสงค์ 

1.       เพื่อศึกษาชนิด  จำนวนสัตว์ป่าจำพวกนก  ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน 

2.       เพื่อประเมินสถานภาพของการแพร่กระจายของนกในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน

3.       นำผลที่ได้จากการสำรวจ  ใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน

ระยะเวลา

                        เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม  2550 -เดือนกันยายน  2551

 

อุปกรณ์และวิธีการ

-          แผนที่สังเขปครอบคลุมพื้นที่สำรวจ

-          กล้องถ่ายรูปพร้อมอุปกรณ์

-          กล้องส่องทางไกล

-          สมุดบันทึกข้อมูลพร้อมเครื่องเขียน

-          คู่มือดูนก

                        -     เครื่องบอกพิกัดบนผิวโลก  (GPS)

 

 

 

 

 

 

วิธีการสำรวจสัตว์ป่าจำพวกนก

                        โดยกำหนดพื้นที่สำรวจบริเวณ  เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน  โดยแบ่งเป็นโซนพื้นที่  เป็น  5  โซน  คือ

1.       โซนที่  1  บริเวณสำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน

2.       โซนที่  2  เส้นทางเข้ารอบอ่างถึงโรงสูบน้ำประปา  อ.ประโคนชัย

3.       โซนที่  3  สันฝายกลางระหว่างอ่างตอนบนและอ่างตอนล่าง

4.       โซนที่  4  จากโรงสูบน้ำ  ถึงทางแยกเข้าหมู่บ้านโคกตะแบก

5.       โซนที่  5  จากทางแยกเข้าหมู่บ้านโคกตะแบกถึงทางเข้าสำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน

 

นกป่า/นกทุ่ง

                        โดยกำหนดพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน  พื้นที่  45  ไร่    สภาพพื้นที่เป็นดินที่ถมขึ้นมาเพื่อสร้างเป็นบริเวณสำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน  บ้านพักข้าราชการและบ้านพักพนักงานเจ้าหน้าที่  และปลูกต้นไม้พรรณต่าง ๆ  ซึ่งเป็นต้นไม้ในท้องถิ่นและเป็นอาหารของสัตว์ป่า

การเก็บข้อมูล

-          จัดเจ้าหน้าที่สำรวจตามโซนที่กำหนดและพื้นที่ทั่วไปรอบอ่างเก็บน้ำสนามบิน  เก็บข้อมูลตามแผนงานการสำรวจ  8 10  วัน/เดือน

-          จัดทำแผนที่โซนการสำรวจ

-          จดบันทึกข้อมูลใช้รายงานทุกสิ้นเดือน

-          ถ่ายภาพบันทึกแหล่งที่อยู่อาศัย  และหากิน  แหล่งพักผ่อน  และสร้างรังวางไข่ของนก

-          บันทึกพฤติกรรมนก

สรุปผลการสำรวจสัตว์ป่าจำพวกนก

                        ผลการสำรวจสรุปได้ว่า  เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน  จังหวัดบุรีรัมย์  พบนกหลายชนิดที่อาศัยอยู่ในพื้นที่    มีทั้งนกอพยพ  และนกประจำถิ่น  ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณทั่วไปของอ่างเก็บน้ำสนามบิน   โดยเฉพาะบริเวณสนามบินนกนานาชาติ

 

ข้อเสนอแนะ

                        จากการสำรวจมีข้อเสนอแนะดังนี้

1.       ถ้ามียานพาหนะ  (เรือพาย)  ในการเข้าพื้นที่สำรวจ  ก็จะทำให้มีเส้นทางในการสำรวจเพิ่มขึ้น

2.       พื้นที่บางส่วน ในการใช้ประโยชน์ ของประชากร  ที่อาศัยอยู่รอบพื้นที่อ่างเก็บน้ำสนามบิน  เช่น  ทำการเกษตร  การเลี้ยงสัตว์  หาปลา  และการใช้ประโยชน์  อื่น ๆ  ในพื้นที่  เป็นการรบกวนสัตว์ป่า

ภาคผนวก

-          รูปภาพประกอบ

-          ตารางผลการสำรวจรายงานผลการสำรวจสัตว์ป่าจำพวกนก   ระหว่างเดือนตุลาคม  2550  ถึง เดือนกันยายน  2551                         

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน

 

ข้อมูลทั่วไป

ความเป็นมาและสถานภาพทางกฎหมาย

                        เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน  อำเภอประโคนชัย  จังหวัดบุรีรัมย์  เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่  2  ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ใช้พื้นที่บริเวณนี้เป็นที่จอดเครื่องบินส่งเสบียงอาหาร  เพราะมีทำเลและทัศนะวิสัยที่เหมาะสม  เมื่อสงครามยุติทางราชการได้กำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่สาธารณะประโยชน์ซึ่งในเวลาต่อมาประชาชนได้ทำการบุกรุกพื้นที่ใช้ทำนาและปลูกสร้างบ้านเรือน  ทางราชการเห็นว่าอำเภอประโคนชัย  ยังขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค