คิดจะคุยเรื่องการเมือง ต้องทำใจให้เป็นกลาง

       เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงครับ  เกิดที่สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่หนึ่ง

       มีนักศึกษาที่เป็นข้าราชการถามอาจารย์ว่า   เราควรจะแสดงออกในทางการเมืองอย่างไรดี

       อาจารย์ตอบว่า   เรามีสองบทบาท   บทบาทส่วนตัว เรามีสิทธิ์จะชอบขั้วใหนก็ได้เป็นเรื่องของเรา   แต่การแสดงออกในฐานะข้าราชการ  เราไม่ควรชี้นำ

       ประเด็นดังกล่าว  มีการนำมาขยายต่อในวงข้าว   อาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า  ไม่เห็นด้วยที่ไม่ให้แสดงออก ไม่ให้ชี้นำ   ............   เป็นพวกที่ไม่ดี   เราต้องชี้นำ เราต้องแสดงออก บอกให้คนเขารู้ว่า ............ ไม่ดี  เราไม่ควรวางตัวเป็นกลางไม่ควรวางตัวเฉยๆ   ต้องประกาศให้คนทราบ ต้องต่อต้าน

      บรรยากาศในวงข้าว ก็เลยเริ่มจะอึดอัดและเครียด  เนื่องจากเริ่มที่จะแบ่งข้างกันอีกแล้ว  ระหว่างข้างที่ให้วางตัวเป็นกลาง  ชอบไครได้  แต่ไม่แสดงออก ไม่ชี้นำ   กับ ข้างที่ไม่ให้วางตัวเป็นกลาง ให้ชี้นำไปเลย

      ผมว่าเรื่องของการเมือง เป็นเรื่องของความคิดเห็นส่วนบุคคลครับ  ใครจะรักใครชอบใคร ก็เป็นสิทธืส่วนบุคคลของเขา  เราต้องยอมรับในการตัดสินใจของเขา  โดยไม่ไปตัดสินว่าเขาคิดถูกหรือคิดผิด

     หากคิดจะคุยการเมือง  กับฝ่ายที่ชอบไม่ตรงกับเรา เราต้องทำใจให้เปิดกว้างครับ  ถ้าจะคุยต้องมุ่งไปที่การคุยเชิงสร้างสรรค์ ในลักษณะ "แตกต่างอย่างไร  โดยไม่แตกแยก"  นั่นคือ ไม่ผูกขาดความถูกต้องแต่ผู้เดียว

      ถ้าใจไม่กว้างพอ หรือ ทำใจไม่ได้จริง ที่คนอื่นเห็นไม่ตรงกับเรา  ก็สมควรเปลี่ยนเรื่องคุยได้แล้วครับ