ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความงง  และความเห็นอกเห็นใจ "หัวอกครู" ตอนหัวค่ำของคืนที่ผ่านมา  ได้คุยกับน้อง.....คนหนึ่งทางโทรศัพท์  ครูคุยกันไม่พ้นเรื่องนักเรียน โรงเรียนและการเรียนการสอน รวมไปถึงการพัฒนาและความก้าวหน้าในวิชาชีพ  แต่วันนี้คุยเรื่องการย้าย

           คุณครูเอ..เล่าว่า  เดิมเธออยู่ที่โรงเรียนนี้ก็มีความสุข  มีความสบายใจ เพราะทุกคนอยู่กันอย่างรู้หน้าที่ของตนเอง พึ่งพาอาศัยกัน  ไม่หวือหวาเรียบง่ายแต่ไม่มีความผิดพ้องหมองใจ    ต่อมาเธอสุดจะภาคภูมิใจที่ได้ผู้บริหารคนใหม่ รุ่นหนุ่มรุ่นสาวไฟแรง (สูง)  ทำให้เธอพร้อมที่จะทำหน้าที่อย่างเปี่ยมล้น เรียกวิญญาณของครูออกมาจากใจเพื่อหน้าที่และอุดมการณ์อันมั่นคง

           อุดมการณ์และจิตวิญญาณของเธอ  ถูกบั่นทอนลงเรื่อย ๆ หลายเรื่องหลายอย่างที่เธอเล่า  ฟังแล้วเหมือนเธอถูกผู้บริหารกลั่นแกล้ง  เกลียดชังเป็นการส่วนตัวหรือผู้บริหารของเธอเป็นผู้ป่วยทางจิต 

          เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์เธอได้รับความกระทบกระเทือนใจทุกวัน  เป็นต้นว่าเรียกตรวจงานเด็กนักเรียน (เจาะจงรายที่มีปัญหาทางการเรียน) นำเด็กไปทดสอบการอ่าน ซักถาม ตรวจสมุดงาน แล้วเขียนแสดงความเห็นส่วนตัวในทำนองต่อว่าครูผู้สอน  เรียกเด็กออกมายืนหน้าชั้นเรียนแล้วตีเรียงแถวขณะที่ครูอยู่ในชั้นเรียน  เรียกเด็กออกมาจากชั้นเรียนให้ไปวิ่งรอบสนามในขณะที่เด็กทำกิจกรรมเล่นเกม เพราะเด็กส่งเสียงมีความสุข และด่าเด็กนักเรียนด้วยถ้อยคำหยาบคายใช้สำนวนกระทบกระทั่งครู (เรื่องที่สาหัสกว่านี้ฉันไม่กล้าเขียนเพราะฉันยังรักษาเกียรติและสถาบันครู)

          ภายหลังเธอหันมาสนใจกับการเขียนบล็อกและนำเรื่องราวและกิจกรรมของโรงเรียนไปเผยแพร่  เป็นการแลกเปลี่ยน เธอกลับถูกต่อว่า "เป็นคนบ้าโลกไซเบอร์ บ้าแชท"  โดยต่อว่าต่อหน้าครูทั้งโรงเรียน  ทำให้เธอได้รับความอับอายและเสียใจ  และนอกจากนี้เธอต้องปฏิบัติตามนโยบายของผู้บริหารโรงเรียนคือ "ทำตัวเป็นเจ้าแม่กระดาษหรือเอกสาร" เข้าไว้  แต่ละวันครูทั้งโรงเรียนไม่ต้องทำอะไรถ้าหากครูท่านใดมีแฟ้มหนา สีสันสวยงามเป็นที่โปรดปราน  แม้จะไม่ทำการสอนเด็ก 

         เรื่องนี้ไม่สามารถสรุปได้  รออ่านการแสดงความคิดเห็นของคุณครูและท่านผู้อ่าน  ฉันเขียนขึ้นมาเพื่อการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเพื่อนครู และเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่จังหวัดของฉัน  แต่เป็นเรื่องจากโรงเรียนในต่างภาคต่างถิ่น