มีโอกาสได้เข้าฟังวิชาการในงาน Thailand Research Expo 2009 หัวข้อ การสร้าง Questionnaire ครับ มีคนถามท่านวิทยากรว่า หลายครั้งที่อ่านนิยามศัพท์ในงานวิจัยแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่ เพราะอ่านแล้วมันไม่ครอบคลุมในสิ่งที่ต้องการศึกษา....
ท่านวิทยากรก็ตอบไปว่า ยอมรับเถอะว่ามันไม่ใช่ ถ้าสิ่งนั้นมันไม่ใช่จริง ๆ และท่านวิทยากรก็กล่าวเสริมอีกว่า ปัญหาที่สำคัญคือ หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้ ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นมากมายในนักวิจัย และรวมถึงผู้คนในสังคมปัจจุบันด้วย...
ผมได้ฟังแล้วก็ได้คิดและมาทบทวนกับตัวเองครับว่า สิ่งที่สำคัญสำหรับตัวเราและผู้คนต่าง ๆ ในสังคมคือ การ "รู้" รู้ตามสิ่งที่มันเป็น รู้อย่างที่มันเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปรากฏการณ์ทางสังคมหรือแม้แต่เรื่องที่เกิดขึ้นภายในตัวเรานะครับ...
มองลงไปในเรื่องของตัวเรา เราคงต้องยอมรับตัวเรานะครับว่า มีหลายเรื่องที่ตัวเรารู้และก็มีอีกหลายเรื่องเช่นกันที่ตัวเราไม่รู้ และที่สำคัญไปกว่านั้นเราต้อง "รู้" ตัวเราเองนะครับว่า เรื่องไหนเป็นเรื่องที่เรา "รู้" และเรื่องไหนเป็นเรื่องที่เรา "ไม่รู้" ...
เพราะหากตัวเราไม่ "รู้" ว่าตัวเรา "ไม่รู้" เรื่องไหนบ้าง และคิดว่าตัวเรารู้ในทุกเรื่องแล้ว แนวทางที่เราคิดและเราดำเนินชีวิตอาจจะผิดพลาดและคลาดเคลื่อนได้นะครับ ผมว่าเราคงต้องพยายามเรียนรู้และฝึกฝนตัวเราให้ "รู้ตัว" อยู่เสมอในทุก ๆ สิ่งที่เราทำและในทุก ๆ ก้าวของชีวิตนะครับ...
สวัสดีค่ะเรก
เป็นครั้งแรกนะที่เปิดอ่าน แล้วก็ไม่ผิดหวังเลย รู้สึกดีจริงๆ
ก่าร"รู้ตัว"อยู่เสมอในทุกๆสิ่งที่ทำ ทุกๆก้าวของชีวิต ก็ตือการมีสติอยุ่ในทุกจังหวะของลมหายใจ...เป็นสิ่งที่หลายคน"รู้"แต่ไม่ปฏิบัติเนอะ
ครับ...พี่ณภัทร
ดีใจครับที่แวะมาอ่าน...
เห็นด้วยเลยครับ..
การมีสติอยุ่ในทุกจังหวะของลมหายใจ...เป็นสิ่งที่หลายคน"รู้"แต่ไม่ปฏิบัติเนอะ...
ขอบคุณมากครับ...
ผมเองต้องคอยตรวจสอบตัวเองอยู่เสมอครับ ว่าที่เราคิดว่าเรารู้นั้น เรารู้จริง หรือเปล่า หรือ ว่าเราไม่ "รู้" ว่าเรา "ไม่รู้" (คิดว่ารู้แบบเข้าข้างตัวเอง)
เพราะเดี๋ยวนี้ หาคนมาเตือนลำบากครับ นอกจากต้องเตือนตนเอง
ขอบคุณสำหรับสาระดีๆครับ
ความรู้ของเรานั้นในโลกนี้ แค่เพียงคาวมเค็มที่ติดนิ้วตอนที่เราเอานิ้วจุ่มไปในมหาสมุทรแค่นั้นเองครับ อ่านกี่บันทึกความรู้สึกของความรู้มันเพิ่มขึ้นตลอดเลย ขออัลลอฮฺคุ้มครองนะครับบัง
ครับ...ท่าน small man
หลายครั้งที่เรา "ไม่รู้" และหลาย ๆ คนก็เกรงใจที่จะบอกและเตือนเรานะครับ...
เป็นหน้าที่ของตัวเราเองนะครับที่ต้องตรวจสอบตัวเราเองอยู่เสมอ...
ขอบคุณเช่นกันครับ...
ครับ...เด๊ะ
ขออัลลอฮฺคุ้มครองเช่นกันครับ...
ขอบคุณครับผม...
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
ครับ...
ขอบคุณเช่นกันครับ...
เราเชื่อในมนุษย์แค่ไหน “ในการทำงานสร้างความรู้” ?
เราศรัทธาต่อธรรมชาติแค่ไหน เมื่อเราขับเคลื่อนเรื่องการสร้างความรู้ ?
แล้วเรารู้จัก “มนุษย์” มากน้อยแค่ไหน?
หรือเป็นเพียงแค่รู้ว่ามนุษย์เป็นผู้ต้องกิน – ขี้ – ปี้ – นอน ดำรงตำแหน่งทางครอบครัวและการงานเท่านั้น
มีอะไรที่มากไปกว่านั้น ลึกซึ้งมากกว่านี้ไหม ? ต่อความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ที่เรามองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เราสามารถมองเห็น “มนุษย์” ด้วยตาใน?
เรามองเห็นความดีงามที่มีอยู่ไหม?
ก่อนจะนำพาผู้คนอันได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์นี้ไปสู่การสร้างความรู้
เราต้องรู้และเข้าใจก่อนว่า “มนุษย์” นั้นเป็นผู้ไม่รู้ --> เป็นผู้โง่ไม่รู้และโง่เรื่องอะไรล่ะ ? ไม่รู้และโง่ในเรื่องที่เราปรารถนาอยากไปกระตุ้นให้เขาเกิดการสร้างความรู้ในเรื่องนั้นๆ น่ะสิ
อย่าอายเลย ! หรืออย่ารังเกียจต่อคำว่า “โง่” เลย...
คำว่า “โง่” นั้นไม่ได้ เป็นดั่งความชั่วร้ายหรือน่ารังเกียจอะไรเลย
คำว่า “โง่” นี้ต่างหากที่เป็นดั่งประตูนำพาให้มนุษย์ได้รู้ตามและเคลื่อนไปสู่สภาวะโง่น้อยลงรู้แจ้งมากขึ้น ในเรื่องนั้นๆ ประเด็นนั้นๆ ...
ก็เพราะธรรมชาติมนุษย์นั้นเป็นผู้โง่อยู่ จึงต้องมีผู้นำพาเขาเหล่านั้น เคลื่อนไปสู่ความสว่างทางปัญญาอันเป็นสภาวะ “โง่” น้อยลงหากเปรียบแล้ว “ผู้นำพา” นั้นก็เป็นดั่ง Facilitator ที่บางครั้งอาจจะเป็นผู้นำพา นำก้าวเดินไป
แล้วเราจะเข้าใจในความเป็นมนุษย์ได้อย่างไรเล่า?
การที่เราไม่เข้าใจในความเป็นมนุษย์อันลึกซึ้งนั่นน่ะเป็นเพราะว่าเรานั้น คือ ผู้ที่ยังโง่อยู่ ดังนั้นเมื่อใครรู้ตัวว่าเป็นผู้โง่ ผู้นั้นน่ะมีโอกาสนำพาเคลื่อนตัวเองออกจาก “ความโง่” ได้
แต่...ถ้าหากว่าใครยังไม่ตื่น ยังไม่รู้ว่าตนเองนั้นโง่...หรืออาจยอมรับต่อตนเองไม่ได้ว่า “โง่” ก็อาจยากที่จะเคลื่อนไปสู่กระบวนการพัฒนาต่อตนเองอันเป็นหนทางนำพาตนออกมาจากความโง่ทั้งหลายได้
เมื่อย้อนกลับมาทำความรู้ความเข้าใจ ในความเป็นมนุษย์นั้นก็ให้น้อมกลับมาที่ตัวเราเอง อาศัยตัวเรานี่แหละเป็นเครื่องมือ (tools) ในการศึกษาค้นคว้าความโง่ของตัวเอง หาให้ได้หาให้เจอหาให้พบ พิจารณาเข้าไปทุกซอกทุกมุมอย่างถี่ถ้วน เราถึงจะเริ่มรู้ได้ว่าเรานั้นโง่ตรงไหน ... โง่อย่างไร ทำไมถึงยังโง่อยู่ และเราจะก้าวออกจากความโง่นั้นอย่างไรดี
รู้ในตัว...
หากใครยังไม่รู้ในตัวเอง...ก็ยากที่จะนำพาผู้คนเคลื่อนไปสู่จากอาการหายโง่ เพราะแม้แต่ความโง่ของตัวเองก็ยังไม่อาจรู้ได้ แล้วจะไปมี “ปัญญารู้แจ้ง” อันใดเล่า ที่จะนำผู้คนออกมาจากความโง่
เมื่อก้าวออกมาจากความโง่ได้แล้วนั้น...จะเกิดอะไรขึ้น?
ก็จะเกิด “ความแจ้ง – ความสว่าง” ในตนเอง ในปัญญา ในห้วงแห่งอันล้ำลึกลึกซึ้ง
รู้ในตัว...
หากใครยังไม่รู้ในตัวเอง...ก็ยากที่จะนำพาผู้คนเคลื่อนไปสู่จากอาการหายโง่ เพราะแม้แต่ความโง่ของตัวเองก็ยังไม่อาจรู้ได้ แล้วจะไปมี “ปัญญารู้แจ้ง” อันใดเล่า ที่จะนำผู้คนออกมาจากความโง่...
ขอบคุณมากครับ...
รู้ เป็นคำที่วิเศษมากนะครับ
ในทางธรรม
คอยรู้กาย รู้ใจ
จิตฟุ้งซ่าน จิตตั้งมั่นก็รู้
หายใจออกยาว หายใจเข้ายาวก็รู้
รู้อย่างเดียว ไม่ต้องแทรกแซง
แค่รู้ แค่นั้นเอง
แล้วจะตื่นจากความไม่รู้ครับ
ขอบคุณครับ
ครับ...
คุณ Phornphon
แค่ "รู้" อยู่กับ "ปัจจุบัน" นะครับ...
ขอบคุณครับผม...