นึกว่าช่วงที่ผมหายไป ไม่ได้เขียนบันทึกใน beyondKM เป็นเวลาเดือนกว่าๆ จะมีคนถามหาบ้าง แต่ปรากฏว่าผม “สำคัญตนผิดไป” ไม่มีใครถามถึงเลยครับ แต่ไม่เป็นไร นั่นเป็นบทเรียนสอนใจว่า “ตัวอีโก้” ของผมมันยังไม่ได้ไปไหน มันยังคอย “เสนอหน้า” อยู่ร่ำไป ก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า เรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเหมือนกับที่ในอดีตมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งสอนผมด้วยคำพูดที่ว่า “ดอกไม้ยังไม่บาน” ท่านต้องการสอนให้ผมรู้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องรู้จักรอคอย
กลับมาเล่าให้ฟังดีกว่าว่าผมหายไปไหน? จริงๆ แล้วไม่ได้ไปไหนมาหรอกครับ เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมามีงานค่อนข้างมาก ทั้งการบรรยาย การเป็นวิทยากรใน KM Workshop และการแปลหนังสือ Osho ที่จะต้องเร่งส่งต้นฉบับให้ทันการเปิดตัวในงานมหกรรมหนังสือช่วงเดือนตุลาที่จะถึงนี้ ช่วงเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมานี้ผมมีการทำ Workshop และบรรยายให้กับหลากหลายหน่วยงาน อาทิเช่น สำนักงานสภาผู้แทนราษฎร์ (เรื่อง LO), หลักสูตรนักบริหารชั้นสูงของ ก.พ. (เรื่อง KM), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (เรื่อง OM), ธนาคารกสิกรไทย (KM), สำนักงานสภาการศึกษา (KM), บริษัทสยามคูโบต้า (KM), มหกรรมเครื่อข่ายเบาหวานของอาจารย์วัลลา (Change Mgt.), สำนักงานอัยการเขต 2 (KM), มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (KM), กลุ่มบริษัทปัญญาฯ (Change Mgt.), คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ฯ – ก.ล.ต. (KM), สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน – สตง. (KM) และมหกรรมการจัดการความรู้ของกองทัพเรือ (LO) เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ “งานเข้า” มากที่สุดก็ว่าได้ จนแทบจะไม่มีเวลาหยุดเสาร์-อาทิตย์ ด้วยซ้ำไป
ถามว่าแล้วคิดถึงชุมชน gotoknow ไหม? ในใจอยากจะเข้ามาอ่าน อยากจะเข้ามาเขียนบันทึกตลอดเวลา แต่เนื่องจากตั้งใจไว้ว่า “ถ้าแปลหนังสือไม่เสร็จก็จะไม่เข้ามาเขียนบันทึก” วันนี้พอแปลหนังสือเสร็จก็รีบมาเขียนทันทีเลยครับ นับว่าเป็นความรู้สึกที่ “โปร่งโล่งสบาย” ที่สามารถทำงานได้ “สำเร็จ” และ “เสร็จ” ทันตามกำหนดเวลา คำว่า “สำเร็จ” นั้น บางท่านอาจสงสัยว่าแล้ว “รู้ได้ยังไง?” ว่างานสำเร็จ บางท่านอาจเอาความสำเร็จนี้ไปผูกไว้กับผลลัพธ์ที่ออกมา เป็นต้นว่า ถ้ายอดขายของหนังสือเป็นไปตามเป้าก็ถือว่าสำเร็จ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นแสดงว่ามองความสำเร็จออกมาในเชิงปริมาณ
แต่ความสำเร็จที่ผมพูดถึงในวันนี้ เป็นสิ่งมองในเชิง “จิตวิญญาณ” ครับ ผมหมายถึงการดูว่าเกิดการพัฒนาทางจิตวิญญาณหรือไม่? ทำไปแล้ว “คุณภาพชีวิต” ดีขึ้นหรือไม่? สิ่งที่ผมได้ก็คือ “ความสุขใจ” ความสุขใจที่ได้ถ่ายทอดสิ่งดีๆ ในหนังสือเล่มที่แปลนี้ให้กับผู้อ่านคนไทยที่อาจจะมีข้อจำกัดและติดขัดทางด้านภาษาหรือว่าไม่สามารถหาต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษมาอ่านได้ นอกจากเรื่องความสุขใจที่ได้รับแล้ว ผมยังรู้สึกว่าผมได้ “เรียนรู้” อย่างมากมายในการแปลหนังสือแต่ละครั้ง ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวผู้บรรยาย (ซึ่งหมายถึง Osho) มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับ “ตัวเอง” อย่างมากมายเลยทีเดียว ถือว่าเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจแห่งชีวิตที่สำคัญไปอีกขั้นหนึ่ง สำหรับประเด็นที่ลึกซึ้งที่ได้จากการแปลหนังสือเล่มนี้ คงจะได้มีโอกาสนำมาถ่ายทอดให้ท่านฟังในบันทึกต่อๆ ไป . . . วันนี้แค่แวะเวียนมาบอกก่อนว่า . . . I am back! . . . ผมกลับมาแล้วครับ!
สวัสดีค่ะ ยินดีด้วยค่ะ ที่ come back
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับครูตา . . . สวัสดีครับครูป้อม . . . จะพยายาม "ชดเชย" ด้วยการเขียนบันทึกบ่อยๆ ครับ
สวัสดีครับ อาจารย์
เปิดเข้ามาอ่านทุกวันที่ผ่านมาเลยครับ
ดีใจที่ได้อ่านข้อความใหม่อีกครั้งครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณ คุณนีโอ ที่เป็น "แฟนพันธุ์แท้" . . . ผมจะทะยอยสาระสำคัญในหนังสือ Osho เล่มใหม่ มาให้อ่านกันที่นี่ครับ . . . รออีกนิดนะครับ
ถึงไม่ได้พบหน้า แต่ก็ทราบว่า เป็น "ศิลา...blogger คนดังใน g2k" ครับ
ขอต้อนรับกลับมาค่ะ...คิดถึงข้อเขียนเรื่องเล่าดีๆน่าอ่านของอาจารย์เสมอนะคะ...
สวัสดีคร้ับพี่ใหญ่ . . . เหมือนจะรู้ใจครับ ประเด็นของหนังสือเล่มใหม่ที่ผมแปลเป็นเรื่องการภาวนา (ฝึกสติ) กับเรื่องความรัก (ความเมตตา) ครับ . . . ขอบคุณสำหรับคำสอนของท่านอาจารย์ที่พี่นำมาแบ่งปันครับ
ดีใจที่อาจารย์กลับมาค่ะ