สวัสดีครับ
บันทึกนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2552
ภรรยาของผมเขียนเล่าเรื่องลูกชายหรือหลานชายของคุณตา คุณยาย และน้า ๆ
ให้ได้รับรู้ความเป็นไป และความก้าวหน้าของหลานชายที่รักของทุก ๆ คน
ดังนั้น e-mail ก็เลยถูกส่งมาถึงผมด้วยในฐานะพ่อของลูกชาย
เนื่องจากวันดังกล่าวข้างต้น
เป็นวันที่ภรรยาผมต้องไปประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียนใหม่ของลูก เรียกว่าระดับ Primary School
ซึ่งขยับขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งต่อจาก Kindy Schoolและ Child Careที่เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ เข้าเรียน
ลองอ่านจดหมายของภรรยาผมดูครับ
“วันนี้ไปประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียน North Adelaide Primary School ของน้องธามมาค่ะ เป็น Primary school ในบริเวณที่อาศัยอยู่ค่ะ ก็คงเหมือนตำบลมั๊งคะ เป็นโรงเรียนเก่า ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1877 ตั้งมานานมาก ๆๆๆ แล้ว อยู่ในระแวกที่ดี ชุมชนก็เข็มแข็งด้วย ที่โรงเรียนวันนี้มีเด็กเอเซียเข้าเรียนอยู่ด้วย แต่ที่เห็นก็คิดว่ามีไม่มากเท่าไหร่ ไม่เหมือนโรงเรียนที่อยู่ใน City of Adelaideใกล้ตลาด China Town อันนั้น มองเข้าไปนึกว่าอยู่ที่เมืองจีนเสียอีก
น้องธามจะเข้าโรงเรียนเดือนตุลาคมนี้ค่ะ ที่รัฐ South Australiaนี้ เด็กจะเข้าโรงเรียนไม่พร้อมกัน ขึ้นอยู่กับอายุของแต่ละคนว่าครบห้าขวบก่อนเทอมไหน (เขามีทั้งหมด 4 เทอมต่อปี) ตอนนี้ก็รอว่าเมื่อไหร่จะเดือนตุลาคมเสียที จะได้ไม่ต้องเสียค่าเรียนที่ Child Care ซึ่งแพงมาก ๆๆๆ เลย
อ้อ! ค่าเล่าเรียนระดับ Primary School ที่นี่ ถ้าเป็นนักเรียนต่างชาติ (Inter) ก็ต้องจ่ายเพิ่มปีละแสนกว่าบาท แต่ถ้าไม่ใช่ก็จ่ายปีละแค่หมื่นกว่าบาทไทยเท่านั้น ของน้องธามไม่ต้องจ่ายเป็นแสนค่ะ เพราะว่าแม่ได้รับทุนจากรัฐบาลไทย เลยจ่ายอัตราเดียวกับนักเรียน Australia(Local) ซึ่งระเบียบใหม่อันนี้เพิ่งออกมาเมื่อเทอม 4 นี่เองค่ะ น้องธามโชคดีมาก ๆๆๆ นะค่ะ
โรงเรียนที่นี้ไม่เน้นสอนอะไรมากเลย ให้เด็กเรียนรู้การมีทักษะในเรื่องรอบ ๆ ตัว สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ คุณครู โรงเรียน และสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ และเค้ามีห้องเรียนพิเศษสำหรับเด็กที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองด้วยค่ะ คิดว่าน้องธามน่าจะได้เข้าห้องเรียนพิเศษสัปดาห์ละครั้ง
ต่อไปเวลาไปโรงเรียนใหม่ ทุก ๆ วัน น้องธามคงต้องแบกกระเป๋าใบใหญ่มากขึ้น เพราะว่าต้องเอาของไปเยอะ อย่างน้อยก็ต้องมีหมวกสองใบ ชุดเอาไว้เปลี่ยนเผื่อฉุกเฉิน เสื้อผ้าสำหรับทำงานศิลปะ อาหาร สมุด หนังสือ และปากกา ตอนนี้ยังกังวลอยู่เลยว่าจะให้น้องธามกินอะไรดี ถ้าอยู่โรงเรียนใหม่ในเวลาตอนเที่ยง เพราะน้องธามไม่ชอบกินแซนวิชเลยค่ะ
วันนี้น้องธามยังต้องเรียนที่เดิมอยู่ค่ะ โดยทาง Kindy School จะพานักเรียนทุกคนไป North Adelaide Primary School เพื่อไปพบกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ และร่วมกินอาหารด้วยกัน ซึ่งวันนี้ถือว่าเป็น Special day ด้วย ทุกคนต้องแต่งตัว (dress up) โดยมี Theme หลัก คือ Safari น้องธามเลยแต่งตัวเป็นทหารค่ะ มีเพื่อน ๆ บางคนแต่งตัวเป็นโจรสลัด ที่ขำที่สุดคือมี A boy who dresses as a lion เป็นสิงห์โตมาเลย น่ารักมาก ๆๆๆ ส่วนสาว ๆ ก็แต่งตัวเป็นเจ้าหญิง ยังงงอยู่เลยว่ามันเป็น Safari ยังไง แต่พอเป็น Dress up day เมื่อไหร่ก็จะเห็นสาว ๆ ในชุดเจ้าหญิงกันทุกที
แล้วจะเขียนมาเล่าให้ฟังใหม่นะค่ะ ต้องทำงานต่อก่อน ตอนนี้ไม่อยากเรียนจบเร็ว ๆ อีกแล้ว เพราะอยากให้น้องธามเรียนที่นี้นาน ๆ แต่ไม่เอาดีกว่า คิดถึงเมืองไทยจะแย่แล้ว”
ผมขออนุญาตทำความเข้าใจเพิ่มเติมในจดหมายของภรรยาผม ซึ่งมีหลายเรื่องที่ต้องขยายความเพิ่มเติมเพื่อการเรียนรู้ร่วมกันนะครับ
เรื่องแรก ปัจจุบันคนจีนมาเรียน ทำงาน และขออาศัยอยู่ในเมือง Adelaide มากจริง ๆ ดังนั้น สิ่งที่ภรรยาผมเขียนถึง“โรงเรียนที่อยู่ใกล้ตลาด China Town มองเข้าไปนึกว่าอยู่ที่เมืองจีน” เพราะเด็ก ๆ ชาวจีนเยอะมาก ๆเป็นเรื่องจริงที่ไม่ได้เปรียบเปรยขึ้นมาเฉย ๆ และสิ่งบ่งชี้อีกอย่างหนึ่ง คือ ห้องเรียนในมหาวิทยาลัยปีนี้ ครึ่งหนึ่งเป็นนักศึกษาจากประเทศจีน ซึ่งอาจจะเป็นหลายปีที่ผ่านมาแล้วก็ได้ครับ
เรื่องที่สอง เมื่ออายุเด็กครบ 5 ขวบก็สามารถเข้าเรียน Primary School ได้ระหว่างเทอมทั้ง 4 เทอม ซึ่งผมมองว่าเป็นข้อดีสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เนื่องด้วยทฤษฎีของระบบการศึกษาที่นี้เชื่อว่าเด็กจะเริ่มเรียนรู้โลกได้ดีขึ้นเมื่อมีอายุได้ 5 ขวบปี ระบบการศึกษาจะค่อย ๆ ช่วยเติมเต็มพวกเขาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนพวกเขามีความเป็นตัวของ ตัวเอง มีความคิดเป็นของเขาเอง ดังนั้นเมื่อเด็กอายุครบ 5 ขวบ จึงให้เข้าเรียนได้ทันที ส่วนข้อที่ดูจะเป็นอุปสรรคนั้น เกิดกับผู้ที่มีส่วนร่วมในระบบการศึกษาเป็นส่วนใหญ่ที่คิดว่าระบบอายุครบเข้าเทอมไหนก็ได้นั้น อาจจะสร้างความยุ่งยากในการบริหารจัดการห้องเรียนของเด็ก ๆ ต่อเนื่องจากประเด็นนี้เล็กน้อย คือ ระเบียบนี้ใช้เฉพาะรัฐ South Australia เท่านั้น
เรื่องที่สาม ค่าเล่าเรียนน้องธามตอนนี้ ซึ่งยังไม่ได้เข้าเรียน Primary School ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายแพง ๆ นั้น จริง ๆ แล้วปัจจุบันน้องธามเรียน 2 แห่ง คือ ในวันอังคาร์ พุธ และพฤหัส เรียนที่ Kindy School ของรัฐบาล และในวันจันทร์ และศุกร์ เรียนที่ Child Care ของเอกชน เรื่องค่าเล่าเรียนนั้นของรัฐถูกกว่าอยู่แล้ว เพราะเสียแค่เทอมละประมาณ 60-80 เหรียญ (1 เหรียญ = 28 บาท) ส่วนเอกชนวันละประมาณ 60 เหรียญ ดังนั้นภรรยาของผมมักจะบ่นดัง ๆ แบบนี้เสมอ ๆ สุดท้ายเพื่ออนาคตลูกก็ได้แต่บ่นอย่างเดียว ทำอย่างอื่นไม่ได้ครับ ต่อเนื่องจากประเด็นนี้อีกเล็กน้อยเช่นเคย คือ ที่ภรรยาผมบอกว่าโชคดีมาก ๆๆๆ นั้น ก็เพราะการเข้าเรียนของน้องธามในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ไม่ต้องเสียค่าเทอมให้รัฐบาลของรัฐ South Australia อีกปีละ 3000 เหรียญแล้ว เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยประชุมร่วมกับรัฐบาลของรัฐ South Australia มีมติให้ยกเว้นค่าเล่าเรียนให้ลูกของนักศึกษาที่ได้รับทุนรัฐบาลของแต่ละประเทศมาเรียนที่มหาวิทยาลัยในรัฐ South Australia ก็เลยเหลือเพียงค่าเล่าเรียนที่ต้องจ่ายให้ทางโรงเรียนแค่ปีละ 300 เหรียญเท่านั้น (แต่ละรัฐก็ออกระเบียบไม่เหมือนกัน)
ผมคิดว่าเอาไว้เท่านี้ก่อน แล้วผมจะเอาจดหมายของภรรยามาเปิดเผยอีก
(ถ้าฉบับหน้าภรรยาของผมอนุญาตนะครับ)
ขอบคุณมากครับ
Golf
ค่าเล่าเรียนแพงเอาการทีเดียว
คิดถึงเมืองไทยครับ
เรียนฟรี 15 ปี
ขอบคุณ
คุณธวัชชัย แสงจันทร์
มากครับ
ที่เขามาแลกเปลี่ยน และทิ้งประเด็นให้ขบคิดอีกหลายวัน
ผมก็คิดถึงเมืองไทยครับ
แต่เรื่อง เรียนฟรี 15 ปี
ผมคิดว่าประเทศเราคิดถึง ผลก่อนที่จะเกิด และหลังใช้นโยบายไปแล้ว
น้อยไปหน่อย และที่สำคัญประเทศเราไม่ใช่รัฐสวัสดิการเหมือนที่นี้ครับ
สุดท้ายขอขอบคุณอีกที่ครับ
Golf
สวัสดีคะ เห็นหัวข้อกล่าวถึงเมือง Adelaide เลยเข้ามาดูคะ
เคยไปอยู่ระยะหนึ่งคะ เป็นแขกของ U of Adelaide คะ
ท่านคณบดีของ U of Adelaide เคยพาไปทานอาหารไทยที่ร้านของคนไทยคะที่ฝรั่งต้องมาเข้าคิวรอโต๊ะว่างนะคะ
ตอนนั้นมีโครงการต่อ ป.เอกที่นี่คะ ค่าใช้จ่ายประมาณล้านกว่าๆนะคะ
ขอบคุณ
คุณสายสมร ใจอารี
มากครับ
เรื่องร้านอาหารไทย ฝรั่งต้องรอ หรือโทรจองล่วงหน้าก่อนมาทาน
ปัจจุบันนี้ ที่เป็นร้านยอดนิยมของคนที่นี้ ใน City of Adelaide
มีประมาณ 6 ร้านครับ
มีทั้งร้านที่เจ้าของเป็นไทย ฝรั่ง จีน และเวียดนาม
ขอบคุณครับที่เข้ามาเพิ่มเติม
ยินดีมาก ๆๆๆ ครับ
Golf
ในเรื่องการศึกษาของรัฐ South Australia
สามารถอ่านความคิดเห็นเพิ่มเติมของผมได้ในอนุทิน
เมื่อวันศุกร์ที่ 18 ก.ย. 2552 ครับ
http://gotoknow.org/journals/parinyas_nu/entries/46093
ขอบคุณครับ
Golf