วัฒนธรรมไทยที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การ “เชื่อฟัง” ครับ ตามคำกล่าวประเภทที่ว่า “ว่านอนสอนง่าย” “เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด” “อาบน้ำร้อนมาก่อน” ประมาณนั้น

การเชื่อฟัง เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้าง ในเรื่องของการใช้ความคิด และ การแสดงออก ที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนางาน
ตามความคิดของผม ผมคิดว่าควรที่จะทั้ง “เชื่อฟัง และ ไม่เชื่อฟัง” เพื่อให้ได้แสดงความเป็นตัวของตัวเองบ้างภายในกรอบของการเชื่อฟัง
นั่นคือ เราควรที่จะต้องเชื่อฟังในเป้าหมาย หรือ นโยบายการทำงาน ที่ผู้มีอำนาจ หรือ ผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้กำหนด
ส่วนวิธีการ ผมว่าเราน่าที่จะต้องเป็นตัวของตัวเอง ด้วยการไม่เชื่อฟังวิธีการเดิมๆที่ทำกันมา เพื่อแสดงความคิดและใช้ความสามารถของเราที่มีอยู่ในการสร้างสรรค์งานที่กำหนดเป้าหมายหรือนโยบายมาให้

อย่างน้อย ก็อาจจะได้นวัตกรรมเล็กๆในการพัฒนางาน ถือเป็นการพัฒนาทั้งงาน และพัฒนาคนทำงานไปในตัว ได้ทั้งความสำเร็จและความภาคภูมิใจ
แต่ส่วนใหญ่ที่ผมพบมา เรามักจะเชื่อฟังกันไปหมด ทั้งเป้าหมาย และ วิธีการทำงาน
โดยเฉพาะวิธีการทำงาน ต้องพยายามลอกให้เหมือนของเดิมทุกอย่าง ซึ่งบางครั้ง ผู้ที่รับผิดชอบงานก็ชอบนะครับ ที่มีคนมาขอลอกวิธีการทำงาน และ มีผู้นำวิธีการทำงานของตัวเองไปใช้

เป็นวัฒนธรรมการทำงานที่สบายดีอยู่หรอกครับ ไม่ต้องใช้ความคิด ไม่ต้องเสี่ยงต่อการทำผิด เป็นชีวิตการทำงานที่อยู่รอดปลอดภัยภายใต้ระบบพึ่งพา

แต่ผมว่า น่าจะลอง "กล้าเปลี่ยนแปลง" ดูบ้างนะครับ เปลี่ยนแปลงที่วิธีการทำงานด้วยการไม่เชื่อฟังการทำงานแบบเดิม ภายในกรอบการเชื่อฟังตามเป้าหมายหรือนโยบายที่กำหนด
เรียกว่าเป็นการทำงานแบบ "เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง" ครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
- ตามมาเชื่อฟัง ทำนองว่าเดินตามผู้ใหญ่...ไม่กัดค่ะ
- แต่อย่างไรเขายังว่า... สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
- เคยเชื่อฟัง เพราะทำนองว่าเดิมมีแต่ฟัน ยังไม่มีเขี้ยว (ขอยืม อ.ประจักษ์) มาใช้ก่อนนะค่ะ
- เดี๋ยวนี้ช่างเริ่มงอก ..ก็เขี้ยวไงค่ะ
- แต่ยังอยู่ในวัฒนธรรมไทย คือ เชื่อฟัง แต่ไม่ทำตามเสียทุกอย่าง ทำนองว่าต้องนั่งคิดอีกรอบ
- ขอพิจารณา และปรับเปลี่ยนการทำงาน เข้าทำนองทำ CQI ลองผิดลองถูกดูบ้างค่ะ เพื่อการพัฒนา ขอบคุณ สองวัฒนธรรมที่หล่อหลอม "วัฒนธรรมตะวันออก และวัฒนธรรมตะวันตก" ค่ะ
ก็คงต้องหาความพอดีที่ลงตัวนะครับ ระหวางเชื่อฟังกับไม่เชื่อฟัง
ส่วนใหญ่ผมใช้วิธีดูทางลมครับ 555...
เรื่องนี้ไม่มีสูตรสำเร็จครับ แล้วแต่บริบทขององค์กรครับ
ขอบคุณครับ
ท่านรองค่ะ
ใช่แล้วค่ะ กอพิสูจน์มาแล้ว
เชื่อแต่ไม่ฟัง
เอ้ยไม่ใช่ค่ะ ฟังนั่นแหละ ฟังไว้ แต่ไม่ได้ทำตาม
เพราะต้องคิดเองด้วยสิ
คนที่เค้าบอกเรามา ใช่ว่าชีวิตเค้าจะไม่เคยผิดพลาดมาก่อน
คนบอกไว้ว่าตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด
แต่ผู้ใหญ่เคยโดนหมากัดมาก่อนน่ะค่ะ
อย่างเราก็ต้องให้โดนหมากัดด้วย เราจะได้เรียนรู้ด้วยตนเองด้วยค่ะ
อิอิ กอเคยโดนเจ้าแฮม หมาที่บ้านมันกัดแล้วค่ะ
ตอนนี้กอก็มีเชื้อพิษสุนัขมาอยู่ในตัวด้วย
โฮ่งๆๆๆๆๆๆๆๆ
สวัสดีครับ ท่านรองฯ
ก็เชื่อฟังบ้าง ฟังแล้วนำมาคิดบ้าง ทั้งสองอย่างครับ
ต้องรีบไปแล้วครับ กลัวติดเชื้อพิษสุนัข
ฟังเป็น คิดได้ นี่แหละครับ สมบูรณ์ที่สุด
ขอบคุณครับ
ขนมสาลี่สุพรรณ ผมชอบทานมากครับ หอม หวาน นุ่ม
อ่านบทความของท่านอาจารย์ ผมได้ข้อคิดอะไรหลายๆ อย่างครับ
1. ความกลัวจะมีผลในการหน้าที่การงาน และเงินเดือน (ไม่ทำก็โดน)
2. ความกลัวจะถูกตำหนิต่อว่า เสนออะไรไปไม่เคยผ่าน เลยไม่กล้าแม้แต่จะคิด
(ทำก็โดน)
3. เห็นด้วยว่าเป็นของเก่าเป็นสิ่งที่ถูกแล้วทำตามโดยไม่คิดต่อยอด
4. ยึดติดกับตนเองสูง ความมีตัวตนสูง
5. ไม่ชอบเป็นผู้นำหรือผู้ริเริ่ม แต่ชอบเป็นผู้ตามมากกว่า
6. มองการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องเลวร้าย
* จะเชื่อหรึอไม่เชื่อ ก็ ต้องฟัง
* บางทีก็ฟัง..แล้ว เชื่อครึ่งหนึ่ง
* บางทีก็ฟัง แต่... ไม่น่าเชื่อ
สวัสดีค่ะ อ.small man
มาชม "การพัฒนาการทำงาน ด้วยการเชื่อฟังอย่างสร้างสรรค์"
หลักกาลามสูตร ว่าควรฟังหู ไว้หูค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ที่เขียนมาทั้ง 6 ข้อ ผมว่าวิเคราะห์ไว้ได้ตรงเลยนะครับ เพราะระบบเป็นอย่างนั้นจริงๆ เลยทำให้ไม่กล้าคิด ไม่กล้าทำ
ทำให้มองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องเลวร้าย
ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยเข้ามาวิเคราะห์
ท่านรองคะ
พอลล่า เด็กดื้อ...มากๆ ค่ะ
มีแต่คนบอกอย่างนั้น จริงๆ แล้วพอลล่าไม่ดื้อนะคะ อิอิ
เอาเป็นว่า เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง นะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับท่านรอง ทั้งเชื่อและฟัง ต้องเอาไปพินิจพิจจารนา ถ้าไม่ใช่อย่าง ที่ฟังมาแล้วไม่ต้องเชื่อ อย่างการเชื่อเรื่องศาสนา เชื่อและฟังกันมา ถ้าศึกษาพินิจพิเคราะห์ เราจะเข้าถึงได้แก่นธรรมที่แท้จริง ไม่ใช่นับถือศาสนา ตามสำเนาทะเบียนบ้าน น่ะครับ
ฟังหู ไว้หู ถูกต้องแล้วครับ
ขอบคุณมากครับ
เอาเป็นว่า ดื้อครึ่ง ไม่ดื้อครึ่ง แล้วกันนะครับ
ขอบคุณมากครับ
ทั้งเชื่อและฟัง ที่สำคัญต้องนำไปพิจารณาครับ
ขอบคุณมากครับ
50/50 ก็โอเคนะครับ ฟังผู้บริหารบ้าง เป็นตัวของตัวเองบ้าง ผมก็ประมาณนั้นแหละครับ
ขอบคุณครับ
ระบบเปลี่ยนไม่ได้..คนพูดให้ฟังก็ตายไปเมื่อไม่นานมานี่เอง..ตอนที่ฟังหูไว้หู..แอบสร้างสรรค์ไปเรื่อย..ทั้งๆที่เขาไม่ให้คิด.ไม่ให้สร้างสรรค์ไม่ให้ทำสิ่งที่ผู้ใหญ่ท่านไม่เคยทำมา.เลยโดนทั้งกัดและทั้งเตะ..กลายเป็นคนมีความสุขล้นพ้นจนทุกวันนี้..เพราะไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในระบบที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้แถมยังต้องห้ามอีก..อิอิ...(ระบบนี้คือระบบราชการเมืองสารขัญ..)มาเล่าต่อยอดตามประสาคนชอบสร้างสรรค์..เหอๆ..สวัสดีค่ะ..ยายธี..(เชื่อก็ได้ไม่เชื่อก็ได้..อิอิ)
ที่เขียนมานั้น เป็นสิ่งที่สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรได้เป็นอย่างดีครับ เลยทำให้คนไม่ค่อยคิด
ขอบคุณมากครับ
ครูตากล้าที่จะเปลี่ยนแปลงค่ะ หากพิจารณาใคร่ครวญแล้วเห็นว่าสิ่งนั้นเป็นผลดีต่อองค์กร แม้ว่าบางครั้งจะไม่เกิดการยอมรับ แต่ก็กล้าที่จะทดลองทำ เผื่อว่าจะมีแนวร่วมกับเรา และ ร่วมสานต่อสิ่งที่ดีต่อไป แต่บางครั้งผู้น้อยอย่างเราก็มักจะโดนแรงเสียดทานจากเพื่อนร่วมงานว่า "รั้น" "เอาแต่ใจตัวเอง"
จึงได้คิดว่า เราทวนกระแสมากไป อาจล่ม หรือไม่ประสบความสำเร็จ หรือบางครั้งก็มักเกิดอาการท้อแท้เสียเองก็เคยมี
สนุกกับงานค่ะ โดยเฉพาะโปรเจคใหม่ ๆ ยิ่งชอบมากค่ะ