สำรวจปัญหาและความต้องการของชุมชนรอบรั้วสถาบัน ก่อนใช้ความรู้ ความสามารถ และทักษะที่ร่ำเรียน เข้ามาแก้ไขปัญหาพัฒนาชุมชน จนสำเร็จลุล่วงตามแนวทาง " มหาวิทยาลัยรับใช้ชุมชน"

        

             

 

 

        

 

 

              

 

      

 

 
     

 

    นับเป็นปีที่ ๔ ติดต่อกันแล้ว ที่โครงการ กล้าใหม่-ใฝ่รู้ สนับสนุนโดยธนาคารไทยพาณิชย์ฯ ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนในสถาบันอุดมศึกษาไม่จำกัดคณะเรียน ชั้นปี และจำนวนสมาชิก ได้ร่วมกัน..

   -- สำรวจปัญหาและความต้องการของชุมชนรอบรั้วสถาบัน ก่อนใช้ความรู้ ความสามารถ และทักษะที่ร่ำเรียน เข้ามาแก้ไขปัญหาพัฒนาชุมชน จนสำเร็จลุล่วงตามแนวทาง" มหาวิทยาลัยรับใช้ชุมชน" ดังที่สังคมใฝ่ฝัน โดยได้คัดเลือก ๒๐ ทีมสุดท้าย จาก ๒๘๑ ทีมทั่วประเทศ ผ่านเข้ารอบ...ตัวอย่าง เช่น..

   

     -- โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรปูม้า ม.ศรีปทุม วิทยาลัยเขตชลบุรี

  

    -- โครงการบ้านปลา ของ ม.ราชภัฏศรีสะเกษ

    

      -- โครงการจัดการขยะมูลฝอยในชุมชนแบบมีส่วนร่วม ของ ม.เทคโนโลยี่ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาลัยเขตตรัง

 

  -- โครงการอาข่าร่วมใจพัฒนาต้นน้ำ ด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด ม.ราชภัฎเชียงราย

   

   -- โครงการกล้าใหม่ ปุ๋ยเดินได้ สร้างร่มไม้หนองกรันเกรา ของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

   

   -- โครงการโรงปุ๋ยชีวภาพกับการพิทักษ์โลกร้อน สู่ความยั่งยืนของหมู่บ้านปราแว ของ มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา

   

   -- โครงการมือเล็กๆสร้างสรรค์สื่อและกิจกรรมเพื่อการบริโภคอย่างพอเพียง ของ ม.เชียงใหม่

   

  -- โครงการชุมชนซอยโซดาร่วมใจ สร้างถังดักไขมัน ของวิทยาลัยนครราชสีมา วิทยาคารกรุงเทพ

    

    -- โครงการแก่นกะลา สู่ว่าวฟ้า ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาลัยเขตปัตตานี

   

   -- โครงการสัตวศาสตร์อาสา พัฒนาอาชีพพอเพียง ของ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร  ---- เป็นต้น ( โครงการเข้ารอบที่เหลือ โปรดอ่านต่อที่ blog คุณรักดี ):

http://www.okkid.net/blog_journal_detail.php?journal_id=2285&member_id=378

   

        ก่อนที่น้องๆเยาวชนข้างต้น จะลงพื้นที่ทำโครงการกับชุมชน เยาวชนยังได้เข้าร่วมกิจการค่ายเตรียมความพร้อม จัดโดยมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ ฯ ที่ศูนย์ฝึกอบรมของธนาคารที่หาดตะวันรอน จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๓ สิงหาคมที่ผ่านมา

   

   การเข้าค่ายเตรียมความพร้อมครั้งนี้ เพื่อให้เยาวชนเพิ่มทักษะในการวางแผน การออกแบบ การวิเคราะห์โครงการ ตลอดจนการจัดทำดัชนีชี้วัดความสำเร็จ เพื่อนำไปปรับปรุงโครงการให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

  

      นอกจากนั้น เยาวชนยังได้รู้จักการวางตัว วิธีเข้าถึงชุมชน การทำความรู้จักกับเครือข่ายเพื่อนใหม่ ผ่านกิจกรรมสันทนาการ เพื่อลดความตึงเครียดจากการแข่งขัน โดย สถาบันการเรียนรู้เพื่อเพื่อชุมชนเป็นสุข (สรส.) และลุงรินทร์ "สุรินทร์ กิจนิตย์ชีว์" ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้มากด้วยประสบการณ์ด้านการพัฒนาชุมชน สนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้

   

    หลังจากนี้อีก ๓ เดือน โครงการสร้างสรรค์ชุมชนของน้องๆทั้ง ๒๐ ทีม จะมีความก้าวหน้ามากในการดำเนินโครงการขึ้น เพื่อนำเสนอโครงการที่ได้ลงไปปฏิบัติจริงกับชุมชน เสนอต่อคณะกรรมการ ในวันที่ ๒๒-๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๒ ก่อนคัดเลือก ๓ ทีม สุดท้ายเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะมีการตัดสิน ในวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๓ 

    

    ระหว่างนี้ โปรดติดตามความคืบหน้าจาก weblink :

www.scbhallenge.com