ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ผู้นำเห็นความสำคัญ เห็นภาพชัดว่าจะได้อะไรจากการทำ KM กระบวนการทำ KM ที่เป็นระบบ วัฒนธรรมองค์กรในเรื่องของการแบ่งปันข้อมูล ทัศนคติของการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
ก. ผู้นำเห็นความสำคัญ
ข. เห็นภาพชัดว่าจะได้อะไรจากการทำ KM
ค.กระบวนการทำ KM ที่เป็นระบบ
ง.วัฒนธรรมองค์กรในเรื่องของการแบ่งปันข้อมูล
จ.ทัศนคติของการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง
ฉ.ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT
ความรู้จากประสบการณ์ที่ฝังอยู่ในตัวคน บางครั้งต้องผ่านการกลั่นกรอง การประเมินซึ่งคุณค่า ความเข้าใจในบริบทต่างๆ ที่ความรู้นั้นจักสามารถนำไปใช้ประโยชนน์ซำได้อีก
จำเป็นต้องอาศัยทักษะในการดำเนินการซึ่งต้องเรียนรู้ไปจากการปฏิบัติจริงด้วย
วิสัยทัศน์ร่วม(shared vision)หรือความฝันร่วม เป็นส่วนของหัวปลาทูที่จำเป็น เพื่อบอกความมุ่งหมายของการจัดการความรู้ " การจัดการความรู้" จากหนังสือของอ. วิจารณ์ กล่าวว่า คือการพยายามให้มีปัจจัยและบรรยากาศที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้(share and learn)ระหว่างคนทำงานที่มีความฝันเหมือนกัน เกิดเป็นชุมชนของนักปฏิบัติ(COPS)ที่จะช่วยเหลือกันให้เก่งขึ้น มีทักษะและความรู้รวมทั้งมิติอื่นๆ เช่นกำลังใจ ศรัทธา ความเชื่อมั่น ในสิ่งดีงาม
สำหรับบริการปฐมภูมิ วิสัยทัศน์หรือความฝันร่วม ดูๆ เหมือนจะง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แค่ร่วมกันฝันอยากเห็นบริการที่เกิดขึ้นแบบใกล้บ้านใกล้ใจ แต่พอลงรายละเอียดแล้ว มันไม่ตรงกันทั้งหมด สาธารณสุขอำเภอ อยากเห็นรพสต. ตามนโยบาย ,หนสอ.อยากเห็นสอ.มีโครงสร้างอาคารสถานที่ที่กว้างขวางสวยสดงดงามขึ้น มีเครื่องมือ มีคนมากขึ้น สอ.ได้รับสวัสดิการใกล้เคียงกับที่รพ.แต่พวกเราต้องพยายามหลอมรวมให้มีภาพของปฐมภูมิที่ชัดเจนขึ้น มีคุณค่าต่อชาวบ้านและชุมชนที่แท้จริง โดยเฉพาะต่อผู้ด้อยโอกาส การจัดให้มีเวทีเล่าเรื่อง แลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นเรื่องง่ายๆ คล้ายๆ การทำ conference
เช่นนำกรณีการเยี่ยมบ้านมาเล่ากันให้ฟัง การเล่าประสบการณ์ดีๆ ในการจัดบริการอนามัยโรงเรียน งานผู้สูงอายุ ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ ฯลฯ Story telling, AAR ที่ที่ผลงานดีก็มีรางวัลเล็กๆน้อย เช่นคำชมเชย ใบประกาศ โล่รางวัล อื่นๆ การดำเนินงานเหล่านี้อ. วิจารณ์ แนะว่า ต้อง"เนียนอยู่ในงานประจำ" ไม่พยายามเพิมกิจกรรมให้มากมายจนเกิดความกลัวหรือเบื่อไปเสียก่อน การบันทึกและดักจับสิ่งสำคํญcaptureก็เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนให้เกิดขึ้น อีกเรื่องที่พี่พงศ์พิชญ์และผมเห็นตรงกันก็คือต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศให้เขาเห็นว่าจนท.สอ.และรพช.คือคนในครอบครัวเดียวกัน โครงสร้างมิอาจกั้นขวางพลังของความร่วมมือนี้ได้ ไม่มีสุตรสำเร็จครับ ต้องปฏิบัติแล้วประเมินเองในสถานการณ์จริง