บันทึกที่แล้วผมเล่าว่าเรามาถึงมัลดีฟส์แล้ว ที่นี่ลงจากเครื่องบินก็ไปขึ้นแทกซี่ แต่ขอโทษไม่ใช่รถยนต์แต่เป็นเรือครับ จอดรับแขกกันตรึม เพราะที่นี่เป็นเกาะครับ ผมเล่าต่อแล้วกัน....
วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๘
วันนี้ตื่น ๗.๓๐ น.ของบันยันทรี และเป็นเวลา ๐๘.๓๐ น.ของบ้านเรา และนึกว่าสายมากเพราะแสงสว่างเต็มตา เห็นทะเลมัลดีฟส์ครั้งแรกสวยมาก แต่ยังไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่เพราะสีสันมันคล้ายกับกะตะกะรนหลังสึนามิ เพียงแต่การแยกสีของทะเลของที่นี่ค่อนข้างชัดเจนจากหาดทรายออกขาว ทะเลส่วนที่น้ำตื้นสีเขียวหยกอ่อน และสีน้ำเงินเข้มส่วนที่เป็นน้ำทะเลลึก แต่ท้องฟ้าก็งั้นๆ
ทรายที่นี่แปลก เพราะเมื่อเราลงเดินลงน้ำทรายจะหยาบ พอมาเดินขึ้นข้างบนทรายจะละเอียดกว่า ผมว่าเสียความรู้สึกนะ ถ้าพูดส่วนนี้ผมว่าทรายที่เกาะราชาภูเก็ต หรือที่หมู่เกาะสิมิลัน พังงา หรือที่อ่าวมาหยา กระบี่ กินขาด ผมก็งงอยู่เหมือนกันว่าทำไม เพราะทรายมันก็คือเปลือกหอยหรือปะการังที่ถูกคลื่นซัดจนมันแตกละเอียดไปเรื่อยๆยิ่งอยู่ชายหาดที่คลื่นซัดไปมามันก็น่าจะละเอียด พอขึ้นบกมามันก็น่าจะหยาบขึ้นเพราะมันไม่ค่อยถูกคลื่นซัด แต่ไม่ทราบนะครับ ผมไม่มีความรู้เรื่องทรายนี่เท่าไหร่หรอก เพียงแต่อาศัยที่เคยเห็นและเข้าใจเอาเองนะครับมันอาจจะถูกหรือผิดก็ได้


เราออกไปทานอาหารเช้ากัน แล้วออกไปเดินเล่นที่ Jetty หรือบ้านเราเรียกท่าเรือนั่นแหละ ระหว่างที่เดินบนสะพานจะเห็นน้ำใสมาก ปลิงทะเลเต็มไปหมดเหมือนที่หมู่เกาะสุรินทร์ และที่ท่าเรือบางจุดมองเห็นปะการังตายที่เขาเอามากองไว้มีแท่งซีเมนต์ล้อมรอบ และปะการังเริ่มฟื้น เห็นปลาว่ายเต็มไปหมด โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยเห็นปลาหมึกเป็นๆจะเห็นปลาหมึกเปลี่ยนสีเป็นตัวใสบ้าง ตัวเขียวบ้าง ตัวดำบ้าง ดูสนุกดี ปลาก็หลากสีน่าตื่นตาตื่นใจ
หนูนิวบอกว่าที่โรงแรมเขามีหน่วยงานอนุรักษ์สัตว์ทะเล มีปลากระเบน เต่า ปลาฉลาม และที่ล้อบบี้ของโรงแรมก็จะมีตู้บริจาคเป็นกองทุนอนุรักษ์มีรูปเต่าแกะด้วยไม้วางอยู่ ในแต่ละวันก็จะมีการให้อาหารปลากระเบน ความจริงมันก็ไม่ค่อยจะถูกต้องเพราะจะทำให้ปลาหาอาหารตามธรรมชาติไม่เป็น พอเวลา ๑๖.๓๐ น.ปลากระเบนก็จะว่ายมารออาหารที่ชายหาดทุกวัน และโรงแรมก็จะขึ้นป้ายบอกว่าเวลา ๕ โมงเย็นมีการให้อาหารปลากระเบน ผมมองอย่างตรงไปตรงมาเหมือนกับว่าโรงแรมเอาการให้อาหารปลากระเบนมาเป็นจุดขายแล้วจะเรียกว่าอนุรักษ์ปลากระเบนไม่น่าจะถูกนะ ลูกสาวมันไม่กล้าเถียงเพราะเขาคงรู้ว่าวิธีการมันไม่น่าจะถูกต้อง เราพากันเดินไปดูอีก Jetty หนึ่ง ที่เสาท่าเรือมีปลามงเป็นฝูงใหญ่ นี่ถ้าเพื่อนที่เป็นเจ้าของร้านอาหารมาเห็นคงน้ำลายหกเพราะปลามงทั้งฝูงเป็นร้อยตัว


ที่หน้าห้องพักยิ่งสายจัดๆยิ่งสวย น้ำตื้นยิ่งใส เขียวหยก น้ำลึกยิ่งเข้ม สวรรค์ของคนชอบทะเลจริงๆ แถมตอนเช้าก็เห็นพระอาทิตย์ขึ้น ตอนเย็นก็เห็นพระอาทิตย์ตก โรแมนติกมาก (ถ้าไม่มีลูกๆอยู่ แฮ่ะๆๆ)แต่ค่าห้องพักนะสิ ถ้าฐานะไม่ดีไม่ต้องเรียกว่าสวรรค์เลยครับ เรียกได้ว่ามันเป็นความฝันของคนชอบทะเลเท่านั้น แต่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าผมมีกะตังค์หรอกครับ มันเป็นผลจากการทำงานของลูกสาวผมมาครบ ๑ ปีที่เมืองไทย จึงได้โบนัส มีสิทธิใช้โบนัสเป็นค่าห้องพัก ให้พ่อแม่ อาศัยบารมีลูกว่างั้นเหอะ
นั่งคุยกับลูกๆเรื่องสัพเพเหระ คุยไปคุยมาลูกสาวบอกว่าทีนี่เขาจะเอาทรายจากทะเลมาถมที่พื้น เวลาทรายตามพื้นโรงแรมเริ่มดำเขาก็จะกวาดทรายเก่าเอาไปทิ้งทะเลแล้วตักทรายจากทะเลมาถมใหม่ ในห้องอาหารซึ่งมันอยู่ในศาลาก็เป็นพื้นทราย เออ..มันทำให้มีบรรยายกาศของทะเลจริงๆ เดินออกจากห้องพักก็เดินเท้าเปล่า เข้าไปตามจุดต่างๆก็เดินเท้าเปล่า แต่ตามจุดต่างๆก็จะมีอ่างล้างเท้ามีกระบวยที่ทำด้วยกะลามะพร้าวไว้ให้ตักน้ำ ท่านทราบเทคนิคการล้างทรายออกจากเท้าไหมครับ ยกเท้าขึ้นมาให้ส้นเท้ากับปลายเท้าขนานกันแล้วใช้น้ำราดจากปลายเท้าลงมา แค่นี้แหละครับ ทรายก็จะหลุดจากเท้า แต่ผมว่าไหนๆก็มาอ่างอยู่แล้วเอาเท้าจุ่มลงไปแล้วยกขึ้นมาจะสะอาดกว่านะ..เออ..แล้วพอฟังลูกสาวเล่าอย่างนี้ก็ได้ความคิดว่า ถ้างั้นแสดงว่าเขาตักทรายละเอียดจากทะเลขึ้นมาถมพื้น ทรายส่วนที่หยาบก็อยู่ในทะเล พอถูกคลื่นซัดทรายหยาบมันก็ขึ้นมาอยู่ที่ชายหาด จึงทำให้ชายหาดที่นี่เดินแล้วหยาบเท้าแหงเลย...การที่เอาทรายที่เริ่มดำไปทิ้งทะเลก็เพื่อให้ปลิงทะเลมันทำความสะอาดให้ครับ เพราะปลิงทะเลที่นี่เยอะมาก แต่..ผมไม่ยืนยันว่าเกาะอื่นๆในมัลดีฟส์จะเป็นอย่างนี้นะเออ...เพราะผมไปพักแค่ที่เกาะชื่อ วับบินฟารู ครับ

วันนี้ผมไปหัดดำน้ำแบบสกูบ้าไดวิ่งกับลูกชาย โดยลูกสาวเป็นคนจัดการให้เรื่องการเรียนเห็นว่าร้อยกว่าเหรียญ เริ่มตั้งแต่กรอกข้อมูลการเป็นโรคต่างๆ ถ้าไม่ให้มีปัญหาก็ตอบโนทุกข้อ เพราะถ้าเยสเมื่อไร ยูต้องไปพบแพทย์ แล้วเริ่มเรียนทฤษฎี ภาษามือ การใช้อุปกรณ์ การไล่ความดันในร่างกายโดยให้ลมออกทางหู แล้วเริ่มลงน้ำ ลองคิดดูนะคนที่ไม่เคยดำน้ำลึก พอเริ่มจะดำน้ำต้องมีเสื้อกันน้ำเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น มีชูชีพพร้อมอุปกรณ์มีสายอีก ๔ สาย ข้างขวาเป็นสายออกซิเจนที่เราใช้หายใจ ส่วนอีกสายหนึ่งซึ่งมีวาล์วสีเหลืองเป็นออกซิเจนไว้ช่วยคนอื่นที่ไม่มีอากาศหายใจขณะดำน้ำ ข้างซ้ายก็จะมีมาตรวัดอากาศ ๑ สายเพื่อคอยดูว่าออกซิเจนเราเหลืออยู่ในถังเท่าไร และอีกสายหนึ่งก็จะเป็นสายที่ใช้ปล่อยลมเข้าเสื้อชูชีพเพื่อทำให้เราลอยหรือกดปุ่มบนเพื่อปล่อยลมทำให้เราจมลง และพอดำน้ำจริงๆก็จะมีปัญหาน้ำเข้าหน้ากากต้องปล่อยเอาน้ำในหน้ากากออกโดยการเงยหน้าขึ้นแล้วเป่าลมออก ทีนี้ท่านลองคิดตามนะครับว่าเวลาจัดการกับน้ำเข้าหน้ากากตามทฤษฏี นึกถึงสิ่งที่ครูสอน แล้วนึกเรื่องออกซิเจน นึกถึงการจะทำให้ตัวเราดำลึกลงไปในขณะเดียวกันนึกทันไหม แต่เราก็ทำได้เพราะเคยดำน้ำแบบสนอร์เกิ้ลมาแล้วจึงไม่มีความกลัวเรื่องความลึกของทะเล วุ่นวายก็เรื่องอุปกรณ์ตอนที่เริ่มดำเท่านั้น แต่พอหลังจากนั้นก็ฉลุยแล้ว ไม่ได้โม้...
การดำน้ำวันนี้สนุกมาก แค่ทริปแรกผมก็ได้เห็นไอ้หลามตัวเบ้อเริ่ม ๒ ตัว แต่มันเป็นฉลามกบซึ่งอ่านหนังสือมาแล้วว่ามันไม่ดุ ก็เลยไม่ค่อยกลัวได้เข้าไปดูที่ถ้ำที่มันกบดานและลูกชายก็ถ่ายรูปไว้แต่ไม่รู้ว่าจะได้ภาพไหมเพราะเป็นกล้องใช้แล้วทิ้งและมันไม่มีแฟลช และเราได้เห็นเต่ากระ ๑ ตัว ปลาไม่ต้องพูดถึงเพราะหลากหลายมากๆ ถ้าถามว่าการดำน้ำตื้นสวยกว่าหมู่เกาะสุรินทร์ที่พังงาไหม ผมว่ากินกันไม่ขาด แต่ต้องอย่าลืมนะว่าผมกำลังพูดถึงเกาะๆเดียวของมัลดีฟส์ ดังนั้นจึงไม่ใช่การสรุปว่าหมู่เกาะมัลดีฟส์ไม่ได้สวยกว่าหมู่เกาะสุรินทร์นะครับโปรดทำความเข้าใจกันก่อน เพราะหมู่เกาะมัลดีฟส์มีแหล่งดำน้ำมากกว่าของเราหลายเท่านัก อย่างไรก็ตามการดำน้ำในวันนี้ทำให้ผมได้รับประสบการณ์ชีวิตเพิ่มขึ้น ผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆขึ้นมาอีกเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผม ที่ผมในฐานะพ่อคนหนึ่งได้ทำในสิ่งที่คนเป็นพ่อควรสอนลูกให้รู้จักการเรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสังคม และในฐานะที่เราเป็นคนของสังคมที่ประชาชนเขาจับตามองเราอยู่เราก็ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อให้สามารถพูดคุยกับเด็กยุคใหม่ เพื่อใช้ความรู้และประสบการณ์ที่เรามีพูดคุยแนะนำตักเตือนสั่งสอนเขาให้ก้าวไปสู่ความถูกต้อง

เย็นของวันนี้ ลูกสาวพาไปดินเนอร์ที่ห้องอาหารของโรงแรม สั่งให้แต่งตัวดูดี รองเท้าไม่ต้อง ฟังแล้วหากเราจินตนาการตามไปขณะอยู่เมืองก็จะได้หัวเราะกันเล็กน้อย ว่าเวลาเราแต่งตัวดีออกจากบ้านแล้วลืมใส่รองเท้า แต่ที่นี่อย่างที่บอกว่าเขาเอาทรายถมไปทั่วดังนั้น ในห้องอาหารเขาก็ถมทรายไว้ดังนั้นแขกของโรงแรมก็มักแต่งตัวดีเดินเท้าเปล่าไปทานอาหาร พอถึงเวลาสั่งอาหารก็เริ่มมั่วเลยเพราะมีอาหารที่เราไม่รู้จัก ไอ้ลูกสาวก็ไม่รู้จักเพราะส่วนใหญ่จะเบิกข้าวสารอาหารแห้งอาหารสดจากครัวไปทำกินกันเอง ก็เลยใช้วิธีง่ายๆสั่งมาสี่อย่างไม่เหมือนกันแล้วแบ่งกันลอง มีทั้งปลา เนื้อแกะ เนื้อปู ปลาก็มีสองแบบมีทั้งปลาดาบ และปลาอะไรก็ไม่รู้ อาหารบางอย่างก็ทานได้ บางอย่างก็อร่อย ฝรั่งเห็นพวกเราก็กินก็งง เพราะเราจะจิ้มจานโน้นที จานนี้ที เรามีความสุขในครอบครัวเรา ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ดังนั้นก็เลยจิ้มกันต่อ มันเป็นวันที่มีความสุขมากๆของเรากับลูก พอถึงเวลาสั่งของหวาน ทั้งเจ้าเนติ์ หนูนิว และแม่เขาสั่งไอศกรีมกันหมด เหลือแต่ผมเห็นมี Danish Blue มันคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยกินไอศกรีมแบบนี้ มันทำจากนมมันต้องอร่อยแน่ๆ เพราะในเมนูมันมี Goat Milk ด้วย จึงสรุปได้ว่ามันเป็นไอศกรีมแน่ สั่งเลย.....พอมันมาถึงต้องเรียกว่าเป็นอาหารเต่าถุยเลยเชียวแหละ เพราะกินชีสไม่เป็นมันเป็นชีส ๓ แบบ รสชาติออกเปรี้ยวๆเค็มๆมันๆ แล้วมีบิสกิตมา ๕ ชิ้น ลูกๆและภรรยานั่งหัวเราะกันคิกคัก แล้วแบ่งไอศกรีมให้ผมคนละนิดคนละหน่อย ทีหลังผมจะจำให้มันขึ้นใจ จริงๆ ฮึ่ม! จากนั้นเรากลับไปนอนคุยกัน อ๋อ..แน่นอน ผมหลับก่อนเพราะเหนื่อยมากทั้งวัน(ยังมีต่ออีกนั่นแหละ อิอิ)
สวัสดีครับ
อ่านแล้วมีความสุขครับ สนุกและมองเห็นได้ซึ่งความรักความอบอุ่นของครอบครัวครับหากมีเวลาแล้วจะติดตามตอนต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ
สนุกครับ
เห็นภาพตามเลยครับ
สวัสดีครับท่านอัยการ
เป็นครอบครัวที่น่ารักและมีบุญ
ประทับใจครับ
น่าเที่ยวจังค่ะ โดยเฉพาะไปเป็นครอบครัวแบบนี้อบอุ่นดี ตอนปีที่เกิดสึนามิคิดว่าจะไปเที่ยวกับหุ้นส่วน กำลังคุยกันว่าพาครอบครัวไปเที่ยวมัลดีฟกันดีหรือไปภูเก็ต ไปๆ มาๆ เปลี่ยนใจ ไม่ไปทะเล ครอบครัวพี่เขาไปอเมริกา ไปเล่นสกีกันแทน ส่วนครอบครัวเราก็ไปออสเตรเลีย แยกกันคนละทิศคนละทาง ตอนเกิดสึนามิยังตกใจรีบโทรหากันเลยว่า โหย...เราสองครอบครัวโชคดีมากที่ไม่ได้ไปมัลดีฟหรือเขาหลักกัน ไม่งั้นนะ เหี้ยน ปิดบริษัทแน่ ยังไม่ถึงที่ แต่ก็คิดว่าจะหาโอกาสไปเที่ยวค่ะ เศรษฐกิจแบบนี้ขอพาแม่เที่ยวภูเก็ต หรือกระบี่แถวนั้นก่อนแล้วกัน เพราะว่าอยู่ในตำแหน่งคนจ่ายเหมือนน้องนิวค่ะ - - "
สวัสดีค่ะ คุณลุงอัยการ
ทะเลสวยดีนะคะ (แต่หนูว่าทะเลฝั่งอันดามันของเราสวยกว่าเยอะ อิอิ)
หนูเป็นคนหนึ่งที่ชอบเที่ยวทะเล ความฝันสูงสุด ต้องไปเที่ยวทะเลที่พังงา
สักครั้งในชีวิต อิอิ
แอ้ม เมืองขนมหวาน
สวัสดีค่ะ
ปลื้มกับทุกคนในครอบครัวท่านอัยการ ขอให้มีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไปนะคะ พรุ่งนี้ ศิริวรรณจะออกเที่ยวบ้าง ไปกับเด็กๆ(ลูกศิษย์) เที่ยวตามรอยคุณเอกค่ะ ...ตลาดน้ำเมืองอโยธยา...
อ่านแล้วคิดถึงพังงา-ภูเก็ต หลังสึนามิแล้วแทบจะไม่เคยลงทะเลเลย กลับไปภูเก็ตทีไรก็มีแต่จะต้องรีบกลับมาปทุมธานี เลยไม่ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศเดิมๆ เลย
รอไปก่อน วันหนึ่งคงได้ไปเยือนพังงา-ภูเก็ต (แต่มัลดีฟ..คงไม่)
ศิริวรรณค่ะ
สวัสดีค่ะ ท่านอัยการฯ
เป็นครอบครัวที่สุขสันต์หรรษาดีนะคะ
ดีใจค่ะ
และน่าไปเที่ยว
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับคุณเดชา
ขอบคุณที่แวะมาทักทายครับ
สวัสดีครับคุณคนใต้โดยภรรยา
ขอบคุณที่มาติดตามผลงานครับ บันทึกเกี่ยวกับการท่องเที่ยวผมยังมีอีกแต่เขียนไว้อ่านเล่นๆยังไม่เคยนำมาเผยแพร่ มีไปเมืองจีน และไปอเมริกา มีโอกาสจะนำมาให้อ่านครับ
สวัสดีครับท่านอัครราชฑูต
คิดถึงครับ ไม่ได้ทักทายกันนานแล้ว ช่วงนี้ผมยุ่งมากเลยครับเลยเอาของเก่ามาหากินครับ อิอิ
ท่านสบายดีนะครับ
สวัสดีครับลิตเติ้ลแจ๊ส
ถ้าไปภูเก็ตอย่าลืมนัดหมายกันก่อนนะ ไปไม่บอกโกรธจริงๆนะ ขอเลี้ยงข้าวสักมื้อก็ยังดี และถ้าอยากไปดูสถานที่เกิดสึนามิแบบเจาะลึกละก้อ ได้เลย เพราะตอนเกิดเรื่องผมกับภรรยาขับรถลุยลงไปช่วยเหลือถึงตะกั่วป่าเกือบทุกวันรับ
หวัดดีหนูแอ้ม
อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าอันดามันสวยกว่า ลองดูรูปที่จะโพสต์ต่อๆไป อิอิ แต่ทะเลพังงาก็สวยไม่หยอกเหมือนกัน ถ้าไปเที่ยวจริงลุงจะเป็นไกด์ให้ เอามะ..
ฮาส อ.ขจิต
ติดใจปลาจ้องม้องละสิ อิอิ ผมก็ชอบ
คราวหน้าจะเอาหน้าตาของกินที่ว่ามาให้ดู อิอิ
สวัสดีครับคุณศิริวรรณ
สบายดีนะครับ คิดถึงครับ
วันก่อนไปรื้อภาพถ่ายสมัยเป็นทนายที่ตะกั่วป่า หารูปคุณศิริวรรณตอนที่ร่วมงานแข่งกีฬาเปตอง ผมว่าผมหาเจอแล้วนะ ลืมเขียนที่สันปกอัลบั้มต้องหาใหม่ อิอิ ถ้าไปกลับพังงา-ภูเก็ต อย่าลืมโทร.หานะจะพาไปเลี้ยง อิอิ
สวัสดีครับครูจิ๋ว
เดี๋ยวนี้นานๆจึงจะได้เที่ยวกันทั้งครอบครัว เพราะลูกทั้งสองคนก็ทำงานกันหมดแล้ว แต่การทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ทานข้าวด้วยกัน อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งจะได้ทานข้าวกันครบสี่คนพ่อแม่ลูกครับ ขอบคุณที่แวะมาและอย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะครับ
สวัสดีอีกครั้งค่ะ
วันนี้ได้ไปเที่ยวตลาดน้ำวัดกลางคลองสระบัวเรียบร้อยแล้ว แจ่มมาก แล้วก็เลยไปเที่ยววัดท่าการ้อง เพิ่งเปิดบริการตลาดน้ำเหมือนกัน แต่คนละรูปแบบ ยังไม่มีรูปมาฝากเพราะให้นักเรียนยืมกล้องถ่ายรูปไปเก็บภาพการเกี่ยวข้าว(พรุ่งนี้ที่บ้านของเธอจะมีการเกี่ยวข้าว) ครูก็จะต้องไปทำภารกิจส่วนตัวที่ปทุมธานีเลยไม่ได้ไปดูบรรยากาศท้องนา
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
ศิริวรรณ
หนูก็ทำงานที่บันยันทรีเหมือนกันค่ะ และกำลังจะไปพักที่เดียวกับคุณอาไป อ่านแล้วได้ความรู้เพิ่มอีกเยอะเลยค่ะ