เกินความคาดหมายหรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นความประทับใจ...

เนื่องด้วยกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นภาพที่ต่อจิ๊กซอว์กันได้อย่างงดงามเป็นการส่งไม้ถึงกันและกัน เริ่มต้นเล่าเรื่องราวโดยท่าน อ.หมอสมพนธ์ ข้าพเจ้าเอง และพี่ต๊อก...ด้วยความประทับใจ เมื่อพี่ต๊อกเล่าเรื่องการทำ R2R ให้ผู้คนในห้องประชุมได้ฟัง เสียงปรบมือ รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ คือ ความงดงามของการแบ่งปันกันและกันทางด้านปัญญา "เสี่ยวอ่อนหวานแสนสุข"

จากที่เคยเรียนวิจัยและสอบตก แต่ทุกวันนี้ทุกลมหายใจแห่งการงานของพี่ต๊อก คือ การพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัยแบบอย่างเนียนและมุ่งมั่น พี่ต๊อกเล่าว่าจากการทำ R2R ผ่านกระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้ทำให้พี่ต๊อกได้รู้จักมนุษย์มากยิ่งขึ้น นี่แหละคือ คุณค่า...ที่นักวิจัย R2R แทบทุกท่านได้รับและเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างซึ้งใจ

ข้าพเจ้าค่อนข้างประทับใจในกระบวนการ KM R2R

นี่ก็เป็นอีกบทหนึ่งของการพิสูจน์ให้เห็นว่า R2R นอกจากจะได้ในเรื่องการพัฒนาตนเอง พัฒนางาน และที่สำคัญเกิดเป็นเครือข่ายแห่งการแบ่งปันกันและกันภายใต้ความเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน

ในช่วงท้ายสุด เราได้ร่วมกันถอดบทเรียน...

ประเด็นที่มีคุณค่าที่ข้าพเจ้าประทับใจ คือ คนในแวดวงการศึกษาลุกขึ้นร่วม AAR กับเราดั่งเช่น อ.สมดี ศรีแก้ว จากจังหวัดลำปาง ที่ได้ร่วมแบ่งปันเรื่องราวการทำ R2R ในครูหรือที่เรารู้จักกันว่า การทำวิจัยชั้นเรียน อาจารย์ได้เล่าถึงการเชียร์ ชี้และช่วยครูกว่า 120 เรื่องงานวิจัย (ท่านบอกว่าจะส่งมาให้กะปุ๋มดู ได้รับเมื่อไรจะขอนุญาตินำมาบันทึกไว้)...

อ.สมดี เล่าว่า การที่ได้เข้ามานั่งฟังในวันนี้ได้เกินความคาดหมาย ได้ความสุข ได้พลัง ได้แนวคิด และเกิดประกายความคิดอย่างมากมายที่จะกลับไปพาครูที่จังหวัดตนเองได้ทำ จากการที่ได้ฟัง อ.สมคิด ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงบุคคลสองท่านคือ ท่าน อ.หมอวิจารณ์ ที่ท่านมีความฝันในการขยายผลในแนวทางนี้ไปสู่แวดวงการศึกษา และอีกท่านหนึ่งคือ พี่ชายข้าพเจ้าพี่แอ๊ดดร.ขจิต ฝอยทองที่ได้คิดและได้ลงมือทำและขับเคลื่อนเรื่องนี้ไปด้วยความมุ่งมั่นที่อยากจะพัฒนาครู...และได้สร้างเครือข่ายเกิดขึ้นมากมายหลายเครือข่าย

ขณะที่ฟัง อ.สมดี เล่านั้นข้าพเจ้ามองเห็นภาพแห่งความฝันของอาจารย์หมอวิจารณ์ว่าสามารถเกิดขึ้นและเป็นไปได้ .

ที่สุดแล้ว...

ข้าพเจ้าเชื่อว่า สักวันหนึ่ง R2R จะไม่มีการแยกส่วนเหมือนเรื่อง KM เพราะทุกแวดวงสาขาอาชีพ สามารถนำมาร้อยเรียงและแลกเปลี่ยนแบ่งปันสู่กันและกันได้...

บรรยากาศอันเป็นดั่งกัลยาณมิตรนี้ข้าพเจ้าเชื่อว่าจะช่วยร้อยเรียงพลังแห่งใจของผู้คนให้ฮึกเฮิม ต่อความมุ่งมั่นในการพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัย

พี่จุ๋ม - จาก รพ.เสลภูมิ ลุกขึ้นมาแชร์ประสบกาาณ์การทำ R2R

ที่เริ่มจากการทำวิจัยแล้วก็ล้มเหลว จนได้มาเรียนรู้และปรับกระบวนทัศน์

มาทำเป็น R2R มาจนถึงทุกวันทุกวัน ทุกสัปดาห์ เป็นต้องมาพูดกันเรื่อง R2R

มางานครั้งนี้พี่จุ๋มพาทันตแพทย์และเภสัช และน้องอ๊อฟมาร่วมงานกันอย่างเบิกบาน

พี่ป้อม..จาก สสจ.ยโสธร

ที่เรามักมาโคจรเจอกันในงานเช่นนี้ แต่เมื่ออยู่ที่บ้านนั้นเราแทบจะไม่เคยได้เจอกันเลย

คณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์ ลุกขึ้นร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

และถอดบทเรียนจากการเข้าร่วมฟังในครั้งนี้

ผู้รับผิดชอบงานสุขภาพจิตและเกิดปิ๊งไอเดีย

และเห็นช่องทางหรือแนวทางแล้วล่ะว่าจะไปขับเคลื่อนเช่นไร

-----------------------------

เมื่อเดินออกมาจากห้องหลังทานข้าวเสร็จ

ได้มาเจอพี่แอ๋ว...จากโรงพยาบาล จ.ลพบุรี

พี่แอ๋วเล่าว่าตนเองนั้นรักและชอบการทำวิจัยมากและได้พาน้องๆ ที่โรงพยาบาลลงมือทำ R2R แบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อนมาก ขณะที่เล่าแววตาพี่แอ๋วเป็นประกายอย่างมีความสุข

พี่แอ๋วทิ้งท้ายว่า...

วันนี้มีความสุขที่ได้มานั่งฟังเรื่องราวของ R2R