ชลประทานระบบท่อบนดิน

Image and video hosting by TinyPic

         เมื่อตอนสาย ๆของวันนี้  ได้ฟังนายอนันต์  ดาโลดม  นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย ได้พูดผ่านรายการั่วโมงทำกินขงสถานนีโทรทัศน์ TPBS ในเรื่องข้าวไทย:วิกฤติหรือโอกาส ซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ของพืชผลทางการเกษตรของไทย โดยเฉพาะ ข้าว ในโอกาสที่เอเซียนจะมีการเปิดการค้าเสรีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ท่านได้พูดถึงการเอาใจใส่ดูแลการทำการเกษตรในบ้านเราของรัฐบาลหลายเรื่อง ซึ่งแทบทุกเรื่องเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเป็นกังวลอย่างมากต่อการทำมาหากินของเกษตรกรไทย  อาจพูดได้ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญแก่เกษตรกร ให้ความสำคัญกับการเกษตรกรรมน้อยมาก  ทั้ง ๆที่การเกษตรกรรมเป็นสิ่งที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมาก ๆ แต่กลับถูกลดทอนพลังและโอกาส ด้วยความไม่รู้ ไม่เข้าใจอย่างแท้จริงของรัฐ

        ในหลายเรื่องที่ท่านพูด มีเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนอยากหยิบยกขึ้นมาพูดถึง คือเรื่องน้ำ หรือ การชลประทาน ได้ยินตัวเลขที่ท่านพูดถึงเกษตรในเขตชลประทานของไทยแล้วตกใจแทบหงายหลัง  ท่านว่าพื้นที่ทำการเกษตรบ้านเราทั้งหมด 130 ล้านไร่ เป็นการทำเกษตรในเขตชลประทานเพียง 28 ล้านไร่ หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะเท่ากับ  22  เปอร์เซ็นต์  ยิ่งถ้าไปดูทางภาคอิสาน ก็อยากชักตายเสียบัดดล เพราะพื้นที่ทำเกษตร  57 ล้านไร่ แต่มีที่อยู่ในเขตชลประทานเพียง  3  ล้านไร่เท่านั้น คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็เพียง  6 เปอรเซ็นต์  โอ!!!!กระไรจึงช่างใจร้ายถึงเพียงนั้น 

        ท่านได้เล่าให้ฟังอีกว่า สำหรับการเกษตรกรรมบ้านเรา การเพิ่มผลผลิตไม่ต้องทำอะไรมาก เพียงมีน้ำให้ชาวไร่ชาวนาเขาทำเท่านั้น คุณภาพต้องการอย่างไรให้สั่งได้เลย  ซึ่งผู้เขียนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะได้รู้ได้เห็นมากับตากับตน  เมื่อผู้เขียนยังเด็ก ๆ อายุราว 4-5 ขวบ ผู้เขียนจะไปบ้านยายบ่อย ๆ บ้านยายอยู่ที่บ้านซ่อง ตำบลหนองกระเจ็ด ซึ่งอยูห่างจากอำเภอบ้านลาด ประมาณ  10 กว่ากิโลเมตร ในสมัยนั้นยังไม่มีชลประทาน ผู้คนที่บ้านยายส่วนใหญ่จะยากจนมาก จะมีโจรชุกชุม  ต่อมามีชลประทานไปถึง ชั่วเวลาไม่ถึง 10 ปี คนที่บ้านยายมีฐานะดีขึ้น ปลูกข้าวได้ปีละหลายเกวียน อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ บ้านซ่องกลายเป็นแหล่งผลิตไม้ผลที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะมะนาว กล้วยหอม มะม่วง ฯลฯ เป็นต้น

       ผู้เขียนรู้สึกสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า เหตุไฉนรัฐจึงไม่ลงทุนพัฒนาระบบชลประทานให้มันทั่วถึงในทุกพื้นที่  โดยเฉพาะทางภาคอิสาน มีความรู้สึกว่ามันไม่เป็นธรรมสำหรับคนภาคอิสานเลย  ด้วยเหตุที่การทำเกษตรกรรมโดยอาศัยน้ำฝนเป็นสิ่งที่จะเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้  ชาวอิสานส่วนใหญ่จึงต้องทิ้งถิ่นไปหากินต่างเมืองไกล ๆ แม้ขั้วโลกเหนือก็ยังไปกันเลย ลองคิดดูเองเถิดว่า ถ้าแผ่นดินถิ่นเกิดมันอุดมสมบูรณ์จะมีใครบ้างไหมที่จะดิ้นรนไปตายเอาดาบหน้า

      ผู้เขียนรู้สึกดีใจเมื่อรัฐบาลทักษิณเคยคิด Megaproject ที่จะสร้างระบบชลประทานแบบใช้ท่อ  ซึ่งจำได้ว่าเขากะประมาณงบประมาณว่าราว ๆ 3-4 แสนล้านบาท มีหลายคนสนับสนุน  โดยเฉพาะเจ้าสัว ซี. พี . นายธนินทร์  เจียรวนนท์ออกมาหนุนเต็ม ๆ เลย แต่ก็มีบางคนไม่เห็นด้วย  บ้างก็ว่าเป็นไปไม่ได้

      ผู้เขียนเคยลองคิดเล่น ๆกับเพื่อน ๆ คิดกันว่า เขาคงใช้วิธีการทำนองนี้มั้ง 
      คือใช้หลักการของกาลักน้ำ ดังที่ผู้เขียนลองวาดรูปไว้ดังที่เห็นอยู่ข้างล่าง

          ไม่เคยเห็นระบบที่เขาออกแบบสำหรับการดำเนินการจริง ๆ แต่คิดว่าน่าจะเป็นทำนองนี้  หากใครเคยเห็นแบบที่เขาออกแบบไว้เพื่อจะใช้ในโครงการจริง ๆ กรุณาแนะนำด้วย จะขอบพระคุณมาก

          เรื่องการพัฒนาระบบชลประทานให้ทั่วถึงพื้นที่เกษตรกรรมในทุกภาคนั้น  ผู้เขียนอยากให้ชาวเกษตรในบ้านเราให้ความสนใจกันมาก ๆ แม้เกษตรกรภาคกลางอาจมีการชลประทานอุดมสมบูรณ์แล้ว  ก็ควรเข้าร่วมขบวนการกับคนภาคอิสานที่ยังไม่มีชลประทานด้วย 
  
           สมัยนี้ ชาวบ้านจะคอยรอว่าเมื่อไรรัฐจะดำเนินการเสียที ไม่ได้แล้ว
        
           ชาวบ้านต้องมองให้เห็นทุกร้อนของตน แล้วไม่นิ่งดูดาย

                                        Image and video hosting by TinyPic

paaoobtong
28/08/52
00:49