น้ำตาซึม

 

น้ำตาซึม เพราะประทับใจ ในเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้

      วันที่ 21 สิงหาคม 2552 เราไปโรงพยาบาล เพราะปวดข้อมือ ตามประสาคนวัยนี้  ขณะนั่งรอตามคิวจะเข้าพบคุณหมอเพื่อตรวจ นั้น มีคุณป้าคนหนึ่งแต่งตัวชาวแบบบ้านนุ่งผ้าถุงเก่าๆ ถือเอกสารแฟ้มประวัติ ลัดคิวเข้ามานั่ง ก่อนเรา นัยว่าพบคุณหมอก่อนเราแล้ว  และได้ยินคุณพยาบาลที่หน้าห้องบอกว่า  คุยกับคุณหมอดีๆ ให้เข้าใจ

 เราก็เลยถามป้าไปว่า ไม่เข้าใจอะไรเหรอคะป้า (และก็สังเกตเห็นป้าถือ แบ้งค์ 500 พร้อมกับเอกสาร)

ป้าตอบว่า ลูกชายมีอุบัติเหตุรถชนกัน มีค่า ค่ารักษา 1000 บาท ป้า มีเงินไม่พอ เลยขอคุณหมอ 500

คุณหมอเลยบอกว่า ไม่ได้เอาเงินมา คุณหมอจะขึ้นไปเอาเงินที่บ้านพักมาให้ ความจริงป้ามีอยุ่ 500 จะขอลดค่ายา แต่คุณหมอเขาใจว่าป้าขอเงินมาจ่ายค่ายา

   (กรณีนี้ คงไม่ได้รับการบริการฟรี)

  เราก็เลยโพล่งไปว่า " แปลว่า หมอจะเอาเงินหมอให้ป้าล่ะสิ  เงินเดือนหมอ ก็ไม่ได้เยอะหรอกนะป้า

ไม่เหมือน หมอในเมืองใหญ่ๆ ที่เขาทำคลีนิคหรอกนะ) ป้าก็พยักหน้ายิ้มๆ

     พอถึงคิวป้าเข้าไปพบหมอ  เมื่อหมอดูเอกสารแล้ว  เห็น คุณหมอ(หนุ่มมากคาดว่าเพิ่งจบใหม่ๆ)โผล่หน้า มาถามพยาบาลหน้าห้องว่า

"อนุเคราะห์ค่ายา นี่ ถ้าผมจะอนุเคราะห์ จะได้เท่าไหร่"

พยาบาลตอบว่า  50% ก็ได้ หรือคุณหมอจะอนุเคราะห์ทั้งหมดก็ได้ แต่ก็น่าให้นะคะเพราะทั้งบ้านป้าเขามีแค่ 500

 แล้วคุณหมอก็ผลุบเข้าไป  บังเอิญเราอยู่หน้าห้อง และเสียมารยาท ที่มองเห็น คุณยายพูดอะไรก็ไม่รู้ยื่นเงินแบ้งค์ 500 ให้คุณหมอ

    คุณหมอรับเงิน 500 นั้นไป  และคุณหมอ ก็ ส่งเงิน แบ้งค์ 1000 ให้คุณป้า

   เราเห็นคุณป้าเช็ดน้ำตา

   วินาทีนั้น เราน้ำตาซึม  ประทับใจ เด็กหนุ่มๆ สมัยนี้ มีคุณธรรม ความเมตตา ขนาดนี้เลยเหรอ

    เป็นหมอที่รักษาคนป่วยในถิ่นกันดาร  ไม่เปิดคลีนิค ไม่มีรายได้พิเศษ  แล้วยังควักเงินให้คนป่วยอีก

ช่างมีน้ำใจที่ประเสริฐจริง 

      จริงๆแล้วอำเภอที่เราอยู่เป็นอำเภอเล็ก รู้จักหน้าค่าตากันเกือบหมด แต่คุณหมอคนนี้ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน คงเพิ่งจะย้ายมาใหม่

     เงยหน้าขึ้นไปอ่าน ป้ายชื่อหน้าห้อง

 "นายแพทย์อภิชาติ ......"  โรงพยาบาลคำตากล้า จังหวัดสกลนคร  ขออนุโทนาบุญกับคุณหมอด้วยค่ะ (ขออภัยที่จำนาสกุลไม่ได้)