ดิฉันได้เทคนิคจากป้าประเชาว์ด้วยว่าถ้าจะควบคุมอาหารในผู้ป่วยเบาหวานเป็นเรื่องยากเพราะคนป่วยหิวบ่อย ป้ามีเทคนิคมาฝากว่าเวลากินข้าวต้องดื่มน้ำก่อน 2 แก้ว แล้วกินอาหารที่เป็นต้มจืดก่อนเพื่อให้มีอาหารลงไปแล้วครึ่งกระเพราแล้วจึงกินอาหารอย่างอื่น จะทำให้กินอาหารได้น้อยลง และอยู่ท้อง

  

ดิฉันมีเรื่องเล่ามาฝากจากประสบการณ์ทำงานของตนเอง  ดิฉันได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ในคลินิกเบาหวาน ที่ทุกคนต้องมาหาหมอตามนัด และระหว่างที่คอยหมอตรวจ ก็ต้องมาพบดิฉันเพื่อ แนะนำการควบคุมอาหาร  ซึ่งเรื่องกินเป็นเรื่องง่ายที่จะนำเข้าปากสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน  แต่เป็นเรื่องอยากที่จะปฏิเสธการกิน เพราะผู้ที่เป็น เบาหวานส่วนใหญ่จะมีเพื่อน ฝูงมาก  เพราะมีอัธยาศัยดี ปฏิเสธใครไม่เป็น เป็นคนมีน้ำใจ และขี้เกรงใจคน ซึ่งนิสัยที่ดีนี้กลับเป็นดาบสองคม  เพราะการปฏิเสธคนไม่เป็นทำให้เขากินเพื่อให้ทุกคนรอบข้างมีความสุข   

 

เด็กอ้วน คือเด็กสมบรูณ์  โตเป็นผู้ใหญ่อ้วนก็ดูดี มีอันจะกิน  

 

แก่ตัวลงอ้วนก็ ดูภูมิฐาน มีราศีจับ

 

คำเหล่านี้เป็นความเชื่อที่สั่งสมมานาน ซึ่งเป็นค่านิยมของคนในยุค เมื่อ 20 ปี ก่อน ณ ปัจจุบันอาหารการกินเปลี่ยนแปลงไป  

 

เด็กรุ่นใหม่ก็จะชื่นชอบกับอาหารตะวันตกที่เป็นอาหาร Fast Food ซึ่งเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารไม่ครบ  5  หมู่ และบริโภคอาหารแต่ละหมู่ไม่ถูกสัดส่วน  ซึ่งเป็นค่านิยมที่ไม่ค่อยจะถูกต้องนัก  

 

และเมื่อดิฉันได้พูดคุยกับผู้ป่วยถึงบริโภคนิสัย ส่วนใหญ่ก็จะกินตามหลาน ๆ  หรือที่ลูก ๆ  ทำ  เป็นอาหารถุงบ้าง  อาหารที่ตนเคยรับประทานเมื่อตอนเด็ก ๆ  ที่เป็นอาหารพื้นเมือง เน้นน้ำพริก  ผักต้ม ปลานึ่ง ถ้าทำกินหลาน ๆ  จะไม่ชื่นชอบ  จึงต้องทำอาหารที่หลานชอบรับประทาน  เช่น หมูทอด  ไก่ทอด  ผักไม่ชอบกิน ถ้ากินผักต้องชุบแป้งทอด กินกับน้ำจิ้มบ๊วย ซึ่งทำให้ดิฉันเข้าใจว่า  ครอบครัวมีอิทธิพลต่อการดูแลผู้ป่วย และดูแลครอบครัวเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้บุตรหลานต้องป่วยเป็นโรคเบาหวาน เหมือนกับผู้ป่วย  ดังนั้นดิฉันจึงแนะนำผู้ป่วยว่าถ้าครั้งหน้ามาให้พาคนที่ต้องดูแลมาด้วยและผู้ป่วยก็พามาญาติมาด้วย  และดิฉันก็ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกัน ในการดำเนินชีวิต และนิสัยการบริโภค  ก็ได้พบว่าผู้ป่วย และญาติมีความเชื่อว่าการรับประทานอาหารดี ๆ  มีราคา  อาหารเสริมต่าง ๆ  เป็นอาหารบำรุงร่างกาย  

 

ดิฉันได้พบป้า ประเชาว์ ซึ่งเป็นคนไข้ที่เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลแก่งคอยมา  6-7  ปี  ด้วยภาวะน้ำตาลในเลือดสูง  กินยาอย่างไรก็ไม่ลด ดิฉันจึงแนะนำอาหารที่ถูกสัดส่วน  โดยมีญาติมีส่วนร่วมในการกำหนดเมนูอาหารให้ผู้ป่วย และเริ่มปฏิบัติตั้งแต่ ปี 2550  น้ำตาลที่เคยสูงเกิน  200 กว่าเกือบ  300mg%  ก็ค่อย ๆ  ลดลงโดยป้าประเชาว์จะมาพบดิฉันในช่วงแรกทุก  2  สัปดาห์  เพื่อวางแผนการบริโภค โดยตอนแรกดิฉันจะแนะนำให้รับประทานเหมือนเดิม และจดบันทึกอาหารทุกอย่างที่รับประทานเข้าไป และกลับมาหาดิฉันอีก  2  สัปดาห์  ดิฉันได้รับความร่วมมืออย่างดี  ป้าประเชาว์จดทุกอย่างที่รับประทานเข้าไป และนำมาให้ดิฉันช่วยปรับ และแนะนำซึ่งพบว่าลูกสาวจะชอบซื้อปลาหลดมาทอด ป้าจะชอบอาหารทอดมาก และรับประทานงาดำทุกมื้อครั้งละ  2-3  ช้อนโต๊ะ  กินกาแฟ และน้ำอัดลม ดิฉันจึงแนะนำป้าว่าป้าลองงดอาหารที่ไม่ใช่อาหารมื้อหลักก่อน งดอาหารทอด และรับประทานอาหารให้ครบ  3  มื้อ

 

 

 

จากนั้น 2 สัปดาห์ ป้ากลับมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และบอกว่าน้ำตาลป้าลงแล้วเหลือ 215mg%  และเราก็คุยกันต่อเพื่อถามป้าว่าจะลดอะไรลงได้อีก ป้าประเชาว์มีความตั้งใจสูง จึงลดอาหารพวกแป้งลง และเมื่อ 1 เดือนผ่านไป ป้าประเชาว์กลับมาอีกตามนัด  น้ำตาลลดลง ไม่ถึง  200mg% และน้ำหนักก็ลดลงไปด้วย  2  กิโลกรัม เราจึงคุยกันเพื่อหาแนวทางในการลดระดับน้ำตาลลงอีกให้ไม่เกิน 150mg% ดิฉันไดนำหลักการของอาหารแลกเปลี่ยนมาใช้ และให้ออกกำลังกายเบา ๆ  ควบคู่ไปด้วยเพื่อช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญอาหาร ป้าบอกว่าน้ำหนักลดลง ทำให้ตัวเบาไปไหนไม่เหนื่อยเหมือนก่อน น้ำหนักจาก  80  กิโลกรัม ค่อย ๆ  ลดลงเดือนละ 2-3 กิโลกรัม และ  ดิฉันได้เทคนิคจากป้าประเชาว์ด้วยว่าถ้าจะควบคุมอาหารในผู้ป่วยเบาหวานเป็นเรื่องยากเพราะคนป่วยหิวบ่อย ป้ามีเทคนิคมาฝากว่าเวลากินข้าวต้องดื่มน้ำก่อน  2  แก้ว แล้วกินอาหารที่เป็นต้มจืดก่อนเพื่อให้มีอาหารลงไปแล้วครึ่งกระเพราแล้วจึงกินอาหารอย่างอื่น  จะทำให้กินอาหารได้น้อยลง  และอยู่ท้อง 

 

ปัจจุบันป้าประเชาว์มีระดับน้ำตาลไม่เกิน  150 mg% มาแล้ว  2 ปีกว่า  ดิฉันจึงนำการทำกลุ่มเช่นนี้ไปขยายผลในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานในโรงพยาบาลต่อไป และป้าประเชาว์มีความยินดีที่จะช่วยบอกเคล็ดลับดี ๆ  กับเพื่อน ๆ  และขณะนี้การขยายผลแบบเพื่อนช่วยเพื่อนในคลินิกเบาหวาน  ของโรงพยาบาลแก่งคอยกำลังเติบโตได้ดีอย่างช้าๆ   แต่มั่นคง  ช่างเหมือนระบบขายตรงยังไงยังงั้นเลย

 

ขอบคุณเรื่องดี  ดี  จากนู๋แหม่ม

งานโภชนาการโรงพยาบาลแก่งคอย